แอมโมเนียม เปอร์ซัลเฟต
ข้อมูลทั่วไปและคุณภาพ
- ชื่อผลิตภัณฑ์: แอมโมเนียม เปอร์ซัลเฟต (Ammonium persulfate) หรือ แอมโมเนียม เพอร์ซัลเฟต หรือ แอมโมเนียม เพอออกซิดิซัลเฟต (Ammonium peroxydisulfate)
- แบรนด์/ยี่ห้อ: Kemaus (รหัสสินค้า: KA-053)
- เกรด: เกรดวิเคราะห์ (AR Grade) ความบริสุทธิ์สูงถึง 98 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ควบคุมคุณภาพการผลิตอย่างเข้มงวดภายใต้มาตรฐานเกรดวิเคราะห์ของ Kemaus มีการควบคุมปริมาณโลหะหนัก คลอไรด์ และสารตกค้างที่ไม่ละลายน้ำให้ต่ำเป็นพิเศษ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดในปฏิกิริยาเคมีวิเคราะห์และชีวเคมีระดับโมเลกุล
- คุณลักษณะทางกายภาพ: ผงผลึกละเอียดสีขาว หรือผลึกคริสตัลใสไม่มีสี ไม่มีกลิ่น
- การละลาย: ละลายในน้ำได้ดีมาก สารละลายในน้ำมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนและคายความร้อนเล็กน้อยขณะละลาย
- การใช้งานในแล็บ: * ใช้เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาการเกิดโพลีเมอร์ (Polymerization initiator) ร่วมกับสารเทเมด (TEMED) ในการเตรียมเจลสำหรับแยกสารชีวโมเลกุล (เช่น Polyacrylamide gel electrophoresis หรือ PAGE) ในแล็บอณูชีววิทยาและพันธุศาสตร์
- ใช้เป็นสารออกซิไดซ์รุนแรง (Strong oxidizing agent) ในปฏิกิริยาเคมีวิเคราะห์และการหาปริมาณสารเฉพาะทาง
- ใช้ในงานวิจัยกระบวนการกัดผิวโลหะและการเตรียมพื้นผิวอิเล็กทรอนิกส์ (Etchant) ในห้องปฏิบัติการวัสดุศาสตร์
ความปลอดภัยและอันตราย (ระดับวิกฤตและข้อควรระวังสำคัญ)
- ระดับอันตราย: เป็นสารออกซิไดซ์แรงสูง (Oxidizing solid) ที่สามารถเร่งให้เกิดเพลิงไหม้ได้ มีพิษหากกลืนกิน และจัดเป็นสารที่ก่อให้เกิดการแพ้ต่อระบบทางเดินหายใจและผิวหนัง
- ผลกระทบต่อสุขภาพ: ก่อให้เกิดแผลไหม้และระคายเคืองอย่างรุนแรงต่อดวงตาและผิวหนัง หากสูดดมฝุ่นสารอาจทำให้เกิดอาการหอบหืด หายใจติดขัด หรือแพ้ทางระบบทางเดินหายใจอย่างรุนแรง การสัมผัสทางผิวหนังซ้ำๆ อาจกระตุ้นให้เกิดโรคภูมิแพ้ผิวหนังอักเสบ
- การปฐมพยาบาล: หากเข้าตาหรือสัมผัสผิวหนัง ให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากทันทีอย่างน้อย 15 นาที หากสูดดมฝุ่นสารให้ย้ายผู้ป่วยไปที่พื้นที่อากาศบริสุทธิ์ทันที และรีบนำส่งแพทย์หากมีอาการหายใจติดขัด
การเก็บรักษาและข้อควรระวัง
- การเก็บรักษา: เสี่ยงต่อการระเบิดและเกิดเพลิงไหม้หากเจอความร้อน และเป็นสารดูดความชื้น (Hygroscopic) ต้องเก็บในภาชนะบรรจุที่แห้งสนิทดั้งเดิมของ Kemaus ปิดฝาให้สนิทแน่นหนาทันทีหลังใช้งาน เก็บในตู้เก็บสารเคมีที่แห้ง เย็น และมีการระบายอากาศที่ดี (อุณหภูมิห้องปกติไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส) อยู่ห่างจากสารไวไฟ สารอินทรีย์ สารรีดิวซ์รุนแรง ผงโลหะ ความร้อน และความชื้นเด็ดขาด
- ข้อควรปฏิบัติ: ต้องสวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ครบชุด ได้แก่ ถุงมือห้องปฏิบัติการ แว่นตานิรภัยแบบครอบมิดชิด และหน้ากากกรองฝุ่นเคมีอย่างเข้มงวด ระมัดระวังห้ามตักแบ่งด้วยอุปกรณ์ที่ปนเปื้อนสารอินทรีย์หรือโลหะ







