ลิเทียม คลอไรด์ แอนไฮดรัส หรือลิเทียมคลอไรด์ชนิดปราศจากน้ำ

,

ลิเทียม คลอไรด์ แอนไฮดรัส หรือลิเทียมคลอไรด์ชนิดปราศจากน้ำ

ลิเทียม คลอไรด์ แอนไฮดรัส หรือลิเทียมคลอไรด์ชนิดปราศจากน้ำ

ข้อมูลทั่วไปและคุณภาพ

  • ชื่อผลิตภัณฑ์: ลิเทียม คลอไรด์ แอนไฮดรัส (Lithium chloride anhydrous) หรือ ลิเทียมคลอไรด์ชนิดปราศจากน้ำ
  • แบรนด์/ยี่ห้อ: Kemaus (รหัสสินค้า: KA-292)
  • เกรด: เกรดห้องปฏิบัติการ (Laboratory Grade หรือ Lab Grade) ความบริสุทธิ์สูงถึง 98 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ควบคุมกระบวนการผลิตตามมาตรฐานของ Kemaus เนื้อสารมีความสม่ำเสมอและมีสิ่งเจือปนต่ำ เหมาะสำหรับใช้เป็นรีเอเจนต์พื้นฐานในงานวิจัยเคมีอณูชีววิทยา งานสกัดสาร และงานทดลองทางเคมีทั่วไป
  • คุณลักษณะทางกายภาพ: ผงผลึกละเอียดสีขาว หรือผลึกคริสตัลสีขาว ไม่มีกลิ่น มีรสเค็มจัด
  • การละลายและปฏิกิริยา: ละลายในน้ำได้ดีเยี่ยม ละลายได้ดีในแอลกอฮอล์ อะซิโตน และอะไมลแอลกอฮอล์ มีคุณสมบัติคายความร้อนสูงมากเมื่อละลายน้ำ (Exothermic dissolution) สารละลายในน้ำมีฤทธิ์เป็นกลางหรือเป็นเบสอ่อนๆ
  • การใช้งานในแล็บ: * ใช้ในแล็บอณูชีววิทยาและพันธุศาสตร์ (Molecular Biology) สำหรับเป็นสารตกตะกอนเพื่อแยกและสกัดสารพันธุกรรม โดยเฉพาะการตกตะกอนอาร์เอ็นเอ (RNA precipitation) ออกจากตัวอย่าง
    • ใช้เป็นสารมาตรฐานและตัวพาในงานวิจัยด้านเคมีไฟฟ้า (Electrochemistry) และการทดสอบระบบแบตเตอรี่ลิเทียมจำลอง
    • ใช้เป็นสารดูดความชื้นประสิทธิภาพสูง (Desiccant) ในระบบปิดของห้องปฏิบัติการ
    • ใช้ในการเตรียมสารละลายเพื่อทดสอบเปลวไฟ (Flame test) ให้สีแดงเปลวเพลิงที่คมชัดเข้มข้น

ความปลอดภัยและอันตราย (ข้อควรระวังสำคัญ)

  • ระดับอันตราย: มีพิษหากกลืนกิน (Harmful if swallowed) และก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังและดวงตาอย่างรุนแรง
  • ผลกระทบต่อสุขภาพ: หากฝุ่นสารเข้าตาจะทำให้เกิดการแสบร้อน ระคายเคือง แดง และน้ำตาไหลอย่างรุนแรง สัมผัสผิวหนังทำให้เกิดการระคายเคือง คัน หรือแดง หากกลืนกินในปริมาณมากจะส่งผลพิษต่อระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้เกิดอาการสั่น คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ และอาจเป็นอันตรายต่อไต
  • การปฐมพยาบาล: หากเข้าตาหรือสัมผัสผิวหนัง ให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากทันทีอย่างน้อย 15 นาที หากกลืนกินให้บ้วนปากด้วยน้ำสะอาดและรีบไปพบแพทย์ทันที

การเก็บรักษาและข้อควรระวัง

  • การเก็บรักษา: เป็นสารดูดความชื้นรุนแรงมากจนเยิ้มเหลวได้ง่ายที่สุด (Highly Hygroscopic & Deliquescent) สารนี้จะดูดซับความชื้นจากอากาศในเวลาอันรวดเร็วและเปลี่ยนสภาพเป็นของเหลวทันที ต้องเก็บในภาชนะบรรจุดั้งเดิมของ Kemaus ปิดฝาให้สนิทแน่นหนาเป็นพิเศษในทันทีหลังใช้งาน (ห้ามเปิดทิ้งไว้เด็ดขาด) เก็บในที่แห้งสนิท เย็น และมีการระบายอากาศที่ดี (อุณหภูมิห้องปกติไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส)
  • ข้อควรปฏิบัติ: สวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ได้แก่ ถุงมือห้องปฏิบัติการ แว่นตานิรภัย และหน้ากากกรองฝุ่น หลีกเลี่ยงการตักแบ่งสารในห้องที่มีความชื้นสูง และปิดฝาขวดทันทีหลังจากตักสารเสร็จ
Scroll to Top