เอทิล อะซิเตต

,

เอทิล อะซิเตต

เอทิล อะซิเตต

ข้อมูลทั่วไปและคุณภาพ

  • ชื่อผลิตภัณฑ์: เอทิล อะซิเตต (Ethyl acetate) หรือ เอทิล เอทาโนเอต (Ethyl ethanoate)
  • แบรนด์/ยี่ห้อ: Kemaus (รหัสสินค้า: KA-212)
  • เกรด: เกรดวิเคราะห์ (AR Grade) ความบริสุทธิ์ของเนื้อสารสูงถึง 99.5 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ผลิตและควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวดภายใต้มาตรฐานของ Kemaus มีการจำกัดปริมาณสารตกค้างหลังการระเหย (Evaporation residue) คราบความชื้น หรือน้ำ (Water content) และกรดอิสระให้ต่ำเป็นพิเศษในระดับมาตรฐานห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ เพื่อให้ได้ค่าที่เที่ยงตรงสูงสุดและไม่รบกวนสัญญาณชิ้นส่วนอุปกรณ์วัดมูลค่าสูง
  • คุณลักษณะทางกายภาพ: ของเหลวใสไม่มีสี ไม่มีความหนืด มีกลิ่นหอมระเหยเฉพาะตัวคล้ายลูกกวาดหรือผลไม้ (กลิ่นน้ำยาล้างเล็บ) สารสามารถระเหยกลายเป็นไอได้ง่ายมากที่อุณหภูมิห้อง
  • การละลาย: ละลายในน้ำได้ปานกลาง (ประมาณ 8 เปอร์เซ็นต์ที่อุณหภูมิห้อง) แต่สามารถผสมเข้าเป็นเนื้อเดียวกับตัวทำละลายอินทรีย์ทั่วไป เช่น แอลกอฮอล์ อะซิโตน คลอโรฟอร์ม และอีเทอร์ ได้ดีเยี่ยมในทุกสัดส่วน
  • การใช้งานในแล็บ: * ใช้เป็นตัวทำละลายหลักในการสกัดสารสำคัญ (Extraction solvent) สำหรับแยกสกัดสารอินทรีย์ สมุนไพร และสารพฤกษเคมีในห้องปฏิบัติการวิจัย
    • ใช้เป็นส่วนผสมหลักของตัวทำละลายเคลื่อนที่ (Mobile phase) ในระบบโครมาโทกราฟี เช่น การทำทินเลเยอร์โครมาโทกราฟี (TLC) และคอลัมน์โครมาโทกราฟี เพื่อแยกชนิดสารเคมี
    • ใช้เป็นตัวทำละลายในปฏิกิริยาสังเคราะห์ทางเคมีอินทรีย์ (Organic synthesis) และใช้ล้างทำความสะอาดชิ้นส่วนอุปกรณ์เครื่องแก้วคราบไขมันอินทรีย์
    • ใช้ในแล็บกีฏวิทยาสำหรับเป็นสารทำให้แมลงสลบหรือตายโดยไม่ทำลายโครงสร้างภายนอกของแมลงเพื่อการสตัฟฟ์ศึกษา

ความปลอดภัยและอันตราย (ระดับวิกฤตและข้อควรระวังสำคัญ)

  • ระดับอันตราย: เป็นของเหลวและไอระเหยไวไฟสูง (Highly flammable liquid and vapor) และก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อดวงตาอย่างรุนแรง รวมถึงอาจทำให้เกิดอาการง่วงซึมหรือเวียนศีรษะหากสูดดมไอระเหยสะสม
  • ผลกระทบต่อสุขภาพ: หากของเหลวกระเด็นเข้าตาจะทำให้เกิดการระคายเคือง แสบร้อน แดง และน้ำตาไหลอย่างรุนแรง การสัมผัสผิวหนังโดยตรงเป็นเวลานานจะชะล้างไขมันตามธรรมชาติ ทำให้ผิวแห้ง แตก และระคายเคือง การสูดดมไอระเหยในปริมาณมากจะกดระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้แสบจมูก ไอ มึนงง เวียนศีรษะ และง่วงซึม
  • การปฐมพยาบาล: หากเข้าตาหรือสัมผัสผิวหนัง ให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากทันทีอย่างน้อย 15 นาที หากสูดดมไอระเหยเข้าไปมากจนมีอาการมึนงง ให้ย้ายผู้ป่วยไปที่พื้นที่อากาศบริสุทธิ์ทันที

การเก็บรักษาและข้อควรระวัง

  • การเก็บรักษา: เป็นสารไวไฟสูงและระเหยง่ายมาก ต้องเก็บในภาชนะบรรจุขวดแก้วดั้งเดิมของ Kemaus และปิดฝาให้สนิทแน่นหนาตลอดเวลา เก็บในตู้เก็บสารไวไฟ (Flammable cabinet) ในห้องที่แห้ง เย็น และมีการระบายอากาศที่ดีเยี่ยม (อุณหภูมิห้องควบคุมไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส) อยู่ห่างจากแหล่งความร้อน ประกายไฟ เปลวไฟ แสงแดดจัด และสารออกซิไดซ์รุนแรงเด็ดขาด ห้ามจัดเก็บใกล้สารเคมีที่เกิดประกายไฟได้ง่าย
  • ข้อควรปฏิบัติ: สวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ได้แก่ ถุงมือห้องปฏิบัติการ แว่นตานิรภัย และเสื้อกาวน์ ต้องปฏิบัติงานภายในตู้ดูดควัน (Fume hood) ตลอดเวลา เพื่อป้องกันการสูดดมไอระเหยที่สะสม และหลีกเลี่ยงการเทสารใกล้บริเวณที่มีความร้อนหรือประกายไฟ

 

Download MSDS (English)

Scroll to Top