คอปเปอร์ (II) คลอไรด์ ไดไฮเดรต

,

คอปเปอร์ (II) คลอไรด์ ไดไฮเดรต

คอปเปอร์ (II) คลอไรด์ ไดไฮเดรต 99 เปอร์เซ็นต์ หรือ คิวพริกคลอไรด์ ไดไฮเดรต หรือ คอปเปอร์ไดคลอไรด์ไดไฮเดรต

ข้อมูลทั่วไปและคุณภาพ

  • ชื่อผลิตภัณฑ์: คอปเปอร์ (II) คลอไรด์ ไดไฮเดรต 99 เปอร์เซ็นต์ (Copper (II) chloride dihydrate 99%) หรือ คิวพริกคลอไรด์ ไดไฮเดรต หรือ คอปเปอร์ไดคลอไรด์ไดไฮเดรต
  • แบรนด์/ยี่ห้อ: QReC (รหัสสินค้า: QR-C5057-1-0500)
  • เกรด: เกรดวิเคราะห์ (AR Grade / Analytical Reagent Grade) ความบริสุทธิ์ของเนื้อสารสูงไม่ต่ำกว่า 99 เปอร์เซ็นต์ ผลิตและควบคุมมาตรฐานความบริสุทธิ์อย่างเข้มงวดภายใต้ข้อกำหนดสากลของ QReC มีการควบคุมปริมาณสิ่งเจือปนประเภทซัลเฟต ไนเตรต สารที่ไม่ละลายในน้ำ สารประกอบไนโตรเจน และโลหะหนักเจือปนชนิดอื่น (เช่น เหล็ก ตะกั่ว นิกเกิล สังกะสี สารหนู และแคลเซียม) ให้อยู่ในระดับต่ำมากระดับส่วนในล้านส่วน (ppm) ตัวผลึกแห้งสม่ำเสมอ ละลายน้ำได้ใสบริสุทธิ์ ให้สารละลายสีเขียวอมฟ้าหรือสีฟ้าสดใสโดยไม่ทิ้งตะกอนขุ่น บรรจุในขวดพลาสติกทนสารเคมีหนาพิเศษพร้อมฝาปิดผนึกแน่นสนิทเพื่อป้องกันความชื้นในอากาศ
  • คุณลักษณะทางกายภาพ: ผลึกของแข็งทรงเข็มสีเขียวอมฟ้า หรือผงผลึกสีเขียวอมน้ำเงิน ไม่มีกลิ่น มีคุณสมบัติดูดความชื้นจากอากาศได้ดี (Hygroscopic) และอาจเยิ้มละลายได้ในสภาวะที่มีความชื้นสูง ไม่ติดไฟด้วยตัวเอง แต่จะสลายตัวให้ควันพิษของก๊าซไฮโดรเจนคลอไรด์ ก๊าซคลอรีน และฝุ่นคอปเปอร์ออกไซด์เมื่อได้รับความร้อนสูงจัด
  • การละลาย: ละลายในน้ำได้ดีเยี่ยมมาก (ประมาณ 76 กรัม ต่อน้ำ 100 มิลลิลิตร ที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส และละลายได้เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 100 กรัมในน้ำร้อน) ละลายได้ดีมากในเอทานอล เมทานอล อะซิโตน และสารละลายแอมโมเนีย ละลายได้เล็กน้อยในอีเทอร์
  • การใช้งานในแล็บ: * ใช้เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา (Catalyst) ที่สำคัญยิ่งยวดในปฏิกิริยาสังเคราะห์เคมีอินทรีย์ เช่น ปฏิกิริยาวัคเกอร์ (Wacker process) สำหรับออกซิไดซ์เอทิลีนไปเป็นอะซีตัลดีไฮด์ร่วมกับแพลเลเดียมคลอไรด์ และปฏิกิริยาการเติมคลอรีน (Chlorination) หรือปฏิกิริยาคัปปลิงของสารประกอบอินทรีย์
    • ใช้ในการเตรียมสารละลายสำหรับทดสอบสารประกอบอินทรีย์และชีวโมเลกุล เช่น การตรวจหาอนุพันธ์ไฮโดรคาร์บอนและสารกลุ่มเอมีน
    • ใช้เป็นสารตั้งต้นในการเตรียมสารประกอบเชิงซ้อนของทองแดง (Copper complexes) และการสังเคราะห์วัสดุตัวนำยิ่งยวดหรืออนุภาคนาโนในงานวิจัยวัสดุศาสตร์
    • ใช้ในการปรับสภาพผิวโลหะ การชุบเคลือบผิวด้วยไฟฟ้า (Electroplating) และเป็นสารกัดลวดลายแผ่นวงจรพิมพ์ (PCB etchant) ในงานวิจัยอิเล็กทรอนิกส์
    • ใช้เป็นสารมาตรฐานและรีเอเจนต์ในการวิเคราะห์เคมีเชิงปริมาณและเคมีไฟฟ้า

ความปลอดภัยและอันตราย (ระดับวิกฤตและข้อควรระวังสำคัญ)

  • ระดับอันตราย: เป็นอันตรายถึงชีวิตหากกลืนกิน (Toxic/Harmful if swallowed) ก่อให้เกิดการทำลายดวงตาอย่างรุนแรง (Causes serious eye damage) ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังอย่างรุนแรง (Causes skin irritation) ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ และ เป็นพิษร้ายแรงยิ่งยวดต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำโดยมีผลกระทบระยะยาว (Very toxic to aquatic life with long lasting effects)
  • ผลกระทบต่อสุขภาพ: หากฝุ่นสารหรือสารละลายเข้มข้นกระเด็นเข้าตาจะกัดทำลายเนื้อเยื่อกระจกตาอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดอาการปวดแสบรุนแรง ตาแดง เยื่อบุตาอักเสบ บวมแดง และเสี่ยงต่อการตาบอดถาวร การสัมผัสผิวหนังโดยตรงจะทำให้เกิดการระคายเคือง แสบร้อน ผื่นแดง ผิวหนังพุพอง และอาจเกิดอาการแพ้สัมผัส การสูดดมฝุ่นละอองสารจะระคายเคืองเยื่อบุทางเดินหายใจอย่างรุนแรง แสบจมูก แสบคอ ไอ เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก และอาจทำให้เกิดไข้ควันโลหะ (Metal fume fever) หากกลืนกินสารเข้าไปจะกัดกร่อนทางเดินอาหารอย่างรุนแรง ทำให้มีรสโลหะในปาก แสบร้อนช่องปากและลำคอ ปวดท้องรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียนเป็นสีเขียวหรือสีฟ้า ถ่ายเป็นเลือด เกิดภาวะเม็ดเลือดแดงแตก และนำไปสู่อันตรายถึงชีวิตจากภาวะไตวายและตับวายเฉียบพลัน
  • การปฐมพยาบาล: หากสารเข้าตาหรือสัมผัสผิวหนัง ให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากไหลผ่านทันทีอย่างน้อย 15 ถึง 20 นาที พร้อมถอดเสื้อผ้าที่เปื้อนสารออกทันที หากสูดดมฝุ่นสารให้รีบย้ายผู้ป่วยไปที่พื้นที่อากาศบริสุทธิ์ทันที หากกลืนกินเข้าไป ห้ามทำให้อาเจียนเด็ดขาด ให้บ้วนปากด้วยน้ำสะอาด ดื่มน้ำสะอาดหรือนมตามทันที และรีบนำส่งแพทย์ฉุกเฉินโดยด่วนที่สุดพร้อมแจ้งข้อมูลพิษจากเกลือทองแดง

การเก็บรักษาและข้อควรระวัง

  • การเก็บรักษา: เป็นสารดูดความชื้น กัดกร่อน และเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง (Hygroscopic & Environmental Hazard) ตัวสารดูดความชื้นได้ง่ายจนอาจจับตัวเป็นก้อนแข็ง ต้องเก็บในภาชนะบรรจุเดิมของ QReC ปิดฝาให้สนิทแน่นหนาตลอดเวลา เก็บในห้องเก็บสารเคมีที่แห้ง เย็น สะอาด และมีการระบายอากาศที่ดี (อุณหภูมิห้องปกติไม่เกิน 25 ถึง 30 องศาเซลเซียส) หลีกเลี่ยงความชื้นสูงและแสงแดดจัด อยู่ห่างจากสารออกซิไดซ์รุนแรง กรดแก่ ด่างแก่ และโลหะที่ว่องไว เช่น อะลูมิเนียม แมกนีเซียม และโซเดียมเด็ดขาด
  • ข้อควรปฏิบัติ: สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ครบชุด ได้แก่ ถุงมือยางไนทริล แว่นตานิรภัยแบบครอบมิด หน้ากากป้องกันฝุ่นละออง และเสื้อกาวน์ ควรชั่งสารและเตรียมสารละลายด้วยความระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดฝุ่นฟุ้งกระจาย หรือปฏิบัติงานภายในตู้ดูดควัน (Fume hood) ห้ามทิ้งสารละลายหรือกากของเสียที่มีเกลือทองแดงลงสู่ท่อน้ำทิ้งเด็ดขาด ต้องรวบรวมใส่ภาชนะขยะโลหะหนักอันตรายเพื่อส่งกำจัดตามระเบียบสารเคมีอันตรายเท่านั้น
Scroll to Top