เฟอร์ริกคลอไรด์ เฮกซะไฮเดรต

,

เฟอร์ริกคลอไรด์ เฮกซะไฮเดรต

เฟอร์ริกคลอไรด์ เฮกซะไฮเดรต 99 เปอร์เซ็นต์ หรือ ไอรอน (III) คลอไรด์ เฮกซะไฮเดรต หรือ เหล็กไตรคลอไรด์เฮกซะไฮเดรต

ข้อมูลทั่วไปและคุณภาพ

  • ชื่อผลิตภัณฑ์: เฟอร์ริกคลอไรด์ เฮกซะไฮเดรต 99 เปอร์เซ็นต์ (Ferric chloride hexahydrate 99%) หรือ ไอรอน (III) คลอไรด์ เฮกซะไฮเดรต หรือ เหล็กไตรคลอไรด์เฮกซะไฮเดรต
  • แบรนด์/ยี่ห้อ: QReC (รหัสสินค้า: QR-I6014-1-0500)
  • เกรด: เกรดวิเคราะห์ (AR Grade / Analytical Reagent Grade) ความบริสุทธิ์ของเนื้อสารสูงไม่ต่ำกว่า 99.0 เปอร์เซ็นต์ ผลิตและควบคุมกระบวนการตกผลึกอย่างเข้มงวดภายใต้มาตรฐานสากลของ QReC มีการควบคุมสัดส่วนโมเลกุลน้ำผลึกหกโมเลกุลอย่างแม่นยำ มีการจำกัดปริมาณเกลือเหล็กสอง (Ferrous iron: Iron II) ให้อยู่ในเกณฑ์ต่ำมากเป็นพิเศษ ควบคุมปริมาณซัลเฟต ไนเตรต สารที่ไม่ละลายในน้ำ กรดอิสระ สารประกอบฟอสฟอรัส และโลหะหนักเจือปนชนิดอื่น (เช่น ทองแดง สังกะสี ตะกั่ว สารหนู แคลเซียม แมกนีเซียม) ให้อยู่ในระดับต่ำมากระดับส่วนในล้านส่วน (ppm) ละลายน้ำได้ใสบริสุทธิ์ ให้สารละลายสีน้ำตาลส้มอมแดงเข้มโดยไม่ทิ้งตะกอนขุ่น บรรจุในขวดพลาสติกทนสารเคมีหนาพิเศษพร้อมฝาปิดผนึกแน่นสนิทเพื่อป้องกันความชื้นในอากาศ
  • คุณลักษณะทางกายภาพ: ผลึกของแข็ง ก้อนผลึก หรือแผ่นผลึกสีเหลืองอมส้ม สีส้มอมน้ำตาล หรือสีเหลืองอมน้ำตาล มีกลิ่นจางๆ คล้ายกรดไฮโดรคลอริก มีคุณสมบัติดูดความชื้นจากอากาศได้อย่างรวดเร็วมากจนเยิ้มเหลวกลายเป็นของเหลวสีน้ำตาลเข้ม (Deliquescent) ไม่ติดไฟด้วยตัวเอง สารละลายในน้ำมีสภาพเป็นกรดจัดเนื่องจากการเกิดปฏิกิริยาไฮโดรไลซิส (ค่าความเป็นกรด-ด่างต่ำกว่า 2) และมีฤทธิ์กัดกร่อนผิวหนัง ดวงตา เนื้อเยื่อ และโลหะอย่างรุนแรง
  • การละลาย: ละลายในน้ำได้ดีเยี่ยมมาก (ประมาณ 92 กรัม ต่อน้ำ 100 มิลลิลิตร ที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส โดย การละลายน้ำจะคายความร้อนออกมา) ละลายได้ดีมากในเอทานอล เมทานอล อะซิโตน และไดเอทิลอีเทอร์ แต่ไม่ละลายในตัวทำละลายไฮโดรคาร์บอนไม่มีขั้ว
  • การใช้งานในแล็บ: * ใช้เป็นรีเอเจนต์จำเพาะมาตรฐานในการทดสอบสารประกอบฟีนอลและอนุพันธ์ฟีนอลิก (Ferric chloride test for phenols) ในงานเคมีอินทรีย์และการวิเคราะห์สารพฤกษเคมี โดยจะเกิดสารประกอบเชิงซ้อนสีน้ำเงิน สีม่วง สีเขียว หรือสีแดงเข้มอย่างเด่นชัด
    • ใช้เป็นตัวเร่งปฏิกิริยากรดลิวอิส (Lewis acid catalyst) สำคัญในปฏิกิริยาสังเคราะห์เคมีอินทรีย์ เช่น ปฏิกิริยาฟรีเดล-คราฟต์ส (Friedel-Crafts alkylation and acylation) และปฏิกิริยาการเติมฮาโลเจนบนวงแหวนแอโรมาติก
    • ใช้เป็นสารกัดกร่อนและกัดลวดลายแผ่นวงจรพิมพ์ทองแดง (Copper PCB etchant) และการกัดลวดลายบนผิวโลหะในงานวิจัยอิเล็กทรอนิกส์และโลหะวิทยา
    • ใช้เป็นสารช่วยสร้างตะกอนและรวมตะกอน (Coagulant / Flocculant) ในการบำบัดน้ำเสีย งานวิจัยสิ่งแวดล้อม เพื่อกำจัดสารแขวนลอย สารอินทรีย์ และฟอสเฟต
    • ใช้เป็นสารออกซิไดซ์แบบอ่อนในปฏิกิริยารีดอกซ์ และเป็นสารตั้งต้นในการเตรียมอนุภาคนาโนเหล็กออกไซด์ (Iron oxide nanoparticles) และสารประกอบเชิงซ้อนของเหล็ก

ความปลอดภัยและอันตราย (ระดับวิกฤตและข้อควรระวังสำคัญ)

  • ระดับอันตราย: เป็นอันตรายหากกลืนกิน (Harmful if swallowed) ก่อให้เกิดการทำลายดวงตาอย่างรุนแรง (Causes serious eye damage) ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังอย่างรุนแรง (Causes skin irritation) และ กัดกร่อนโลหะอย่างรวดเร็ว (May be corrosive to metals)
  • ผลกระทบต่อสุขภาพ: สารละลายมีสภาพเป็นกรดจัด หากฝุ่นสาร ก้อนผลึก หรือสารละลายกระเด็นเข้าตาจะกัดทำลายเนื้อเยื่อกระจกตาอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดอาการปวดแสบรุนแรง ตาแดงก่ำ บวม อักเสบ กระจกตาขุ่นขาว และเสี่ยงต่อการตาบอดถาวร การสัมผัสผิวหนังโดยตรงจะทำให้เกิดการระคายเคือง แสบร้อน ผิวหนังแห้งแตก ผื่นแดง และอาจเกิดแผลไหม้จากสารเคมี รวมถึงทิ้งคราบสีเหลืองน้ำตาลล้างออกยากบนผิวหนัง การสูดดมฝุ่นละอองสารจะกัดระคายเคืองเยื่อบุทางเดินหายใจ แสบจมูก แสบคอ ไอ เจ็บหน้าอก และหายใจลำบาก หากกลืนกินสารเข้าไปจะกัดกร่อนทางเดินอาหารอย่างรุนแรง ทำให้มีรสโลหะในปาก แสบร้อนช่องปากและลำคอ ปวดท้องรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายดำ ท้องร่วง เกิดภาวะเลือดเป็นกรด และอาจทำให้เกิดภาวะพิษจากธาตุเหล็กเกินขนาด (Iron toxicity) ซึ่งทำลายตับ ไต และระบบไหลเวียนโลหิตจนเป็นอันตรายถึงชีวิต
  • การปฐมพยาบาล: หากสารเข้าตาให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากไหลผ่านทันทีอย่างน้อย 15 ถึง 20 นาที พร้อมเปิดเปลือกตาเพื่อล้างคราบสารออกให้หมดและรีบพบจักษุแพทย์ หากสัมผัสผิวหนังให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทันที หากสูดดมฝุ่นสารให้ย้ายผู้ป่วยไปที่พื้นที่อากาศบริสุทธิ์ทันที หากกลืนกินเข้าไป ห้ามทำให้อาเจียนเด็ดขาด ให้บ้วนปากด้วยน้ำสะอาด ดื่มน้ำสะอาดหรือนมตาม และรีบนำส่งแพทย์ฉุกเฉินโดยด่วนที่สุด

การเก็บรักษาและข้อควรระวัง

  • การเก็บรักษา: เป็นสารดูดความชื้นจนเยิ้มเหลวและกัดกร่อนโลหะอย่างรุนแรง (Deliquescent & Corrosive Salt) ตัวสารดูดซับไอน้ำในอากาศได้เร็วมากจนกลายเป็นของเหลวเหนียวข้นสีน้ำตาลและปล่อยไอระเหยกรด ต้องเก็บในภาชนะพลาสติกเดิมของ QReC ปิดฝาให้สนิทแน่นหนาตลอดเวลา เก็บในตู้เก็บสารเคมีทนการกัดกร่อนในห้องที่แห้งสนิท เย็น สะอาด และมีการระบายอากาศที่ดี (อุณหภูมิห้องปกติไม่เกิน 25 ถึง 30 องศาเซลเซียส) หลีกเลี่ยงความชื้นสูงและแสงแดดจัด อยู่ห่างจากโลหะทุกชนิด (จะกัดกร่อนโลหะอย่างรวดเร็วและปลดปล่อยก๊าซไฮโดรเจนที่ติดไฟได้) ด่างแก่ สารออกซิไดซ์รุนแรง และสารที่ไวต่อน้ำเด็ดขาด
  • ข้อควรปฏิบัติ: สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ครบชุด ได้แก่ ถุงมือยางไนทริล แว่นตานิรภัยแบบครอบมิด หน้ากากป้องกันฝุ่นละอองสารเคมี และเสื้อกาวน์ ปิดฝาขวดให้แน่นสนิททันทีหลังการตักแบ่งสาร และ “ควรใช้ช้อนตักสารที่เป็นพลาสติกหรือพอร์ซเลน หลีกเลี่ยงการใช้ช้อนตักโลหะสเตนเลสเพราะสารจะกัดกร่อนโลหะทันที” ห้ามทิ้งสารละลายเข้มข้นลงท่อระบายน้ำทิ้งโดยไม่ผ่านการบำบัด

 

Download SDS (English)

Scroll to Top