โพแทสเซียมไอโอไดด์

,

โพแทสเซียมไอโอไดด์

โพแทสเซียมโมโนไอโอไดด์ หรือ กรดไฮโดรไอโอดิกโพแทสเซียมซอลต์ หรือ เกลือโพแทสเซียมของกรดไฮโดรไอโอดิก

ข้อมูลทั่วไปและคุณภาพ

  • ชื่อผลิตภัณฑ์: โพแทสเซียมไอโอไดด์ 99 เปอร์เซ็นต์ เกรดบริสุทธิ์พิเศษ (Potassium iodide 99% extra pure) หรือ โพแทสเซียมโมโนไอโอไดด์ หรือ กรดไฮโดรไอโอดิกโพแทสเซียมซอลต์ หรือ เกลือโพแทสเซียมของกรดไฮโดรไอโอดิก
  • แบรนด์/ยี่ห้อ: QReC (รหัสสินค้า: QR-P5182-3-1000)
  • เกรด: เกรดบริสุทธิ์พิเศษสำหรับงานทั่วไปและการผลิต (Extra Pure Grade) ความบริสุทธิ์ของเนื้อสารสูงไม่ต่ำกว่า 99.0 เปอร์เซ็นต์ ผลิตและควบคุมคุณภาพตามมาตรฐานสากลของ QReC ปราศจากสารป้องกันการจับตัวเป็นก้อน มีการควบคุมปริมาณการสูญเสียน้ำหนักจากการอบแห้ง (Loss on drying) ไม่เกิน 0.5 เปอร์เซ็นต์ ควบคุมปริมาณสารที่ไม่ละลายในน้ำไม่เกิน 0.01 เปอร์เซ็นต์ จำกัดสิ่งเจือปนประเภทไอโอเดต คลอไรด์ โบรไมด์ ซัลเฟต แมกนีเซียม แคลเซียม และโซเดียมให้อยู่ในเกณฑ์ต่ำ และจำกัดปริมาณโลหะหนัก (เช่น เหล็ก ตะกั่ว ทองแดง สังกะสี สารหนู) ให้อยู่ในระดับต่ำระดับส่วนในล้านส่วน (ppm) ผลึกมีความแห้ง ละลายน้ำได้ใส ไร้สิ่งแปลกปลอม บรรจุในขวดพลาสติกทึบแสงทนสารเคมีหนาพิเศษขนาด 1 กิโลกรัม พร้อมฝาปิดผนึกแน่นสนิทสองชั้นเพื่อป้องกันแสงแดดและอากาศชื้น
  • คุณลักษณะทางกายภาพ: ผลึกของแข็งใสไม่มีสี ทรงลูกบาศก์ หรือผงผลึกสีขาวละเอียด ไม่มีกลิ่น มีรสเค็มขมฝาดเฉพาะตัว ไวต่อแสงแดด ความร้อน และอากาศชื้น โดยไอออนไอโอไดด์จะถูกออกซิไดซ์อย่างช้าๆ ด้วยออกซิเจนในอากาศกลายเป็นไอโอดีนอิสระ ทำให้ผลึกเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อนจางๆ ถึงสีน้ำตาลอมเหลืองเมื่อเปิดใช้งานเป็นเวลานาน ไม่ติดไฟ สารละลายในน้ำมีสภาพเป็นกลางถึงด่างอ่อนจางๆ (ค่าความเป็นกรด-ด่างประมาณ 6.0 ถึง 9.0 สำหรับสารละลายความเข้มข้น 5 เปอร์เซ็นต์ที่อุณหภูมิห้อง)
  • การละลาย: ละลายในน้ำได้ดีเยี่ยมและรวดเร็วมาก (ประมาณ 140 ถึง 144 กรัม ต่อน้ำ 100 มิลลิลิตร ที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส และละลายได้มากกว่า 200 กรัมในน้ำเดือด โดยการละลายน้ำเป็นกระบวนการดูดความร้อน ทำให้อุณหภูมิของสารละลายลดลงอย่างเห็นได้ชัด) ละลายได้ดีมากในกลีเซอรอล ละลายได้ดีในเอทานอลและเมทานอล แต่ละลายได้น้อยมากในอีเทอร์
  • การใช้งานในแล็บ:
    • ใช้เตรียมสารละลายลูโกล (Lugol’s solution) สำหรับการทดสอบแป้งในตัวอย่างอาหารและพืช และการย้อมสีแบคทีเรียตามวิธีของแกรม (Gram stain) ในงานจุลชีววิทยาทั่วไป
    • ใช้เป็นสารช่วยละลายไอโอดีน (Solubilizing agent) โดยการสร้างสารประกอบเชิงซ้อนไตรไอโอไดด์ในน้ำ เพื่อเตรียมสารละลายไอโอดีนสำหรับงานฆ่าเชื้อ งานย้อมสี และงานทดสอบปฏิกิริยาเคมี
    • ใช้เป็นสารรีดิวซ์และแหล่งไอโอไดด์ไอออนในงานไทเทรตทางไอโอโดเมตรีและการวิเคราะห์ทางเคมีทั่วไปที่ไม่ต้องการเกรดความแม่นยำสูงพิเศษระดับ AR
    • ใช้เป็นแหล่งเสริมธาตุไอโอดีนในสูตรอาหารสัตว์ น้ำยาเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ และสารบำรุงพืช
    • ใช้เป็นสารตั้งต้นในงานสังเคราะห์เคมีอินทรีย์และเคมีอนินทรีย์ เช่น ปฏิกิริยาการแทนที่ด้วยหมู่ไอโอดีนเพื่อผลิตสารประกอบแอลคิลไอโอไดด์

ความปลอดภัยและอันตราย (ข้อควรระวังสำคัญ)

  • ระดับอันตราย: ทำลายอวัยวะ (ต่อมไทรอยด์) จากการสัมผัสเป็นเวลานานหรือซ้ำๆ (Causes damage to organs / Thyroid gland through prolonged or repeated exposure – STOT RE 1) ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังและดวงตา
  • ผลกระทบต่อสุขภาพ: หากฝุ่นสารหรือสารละลายเข้าตาจะทำให้แสบตา เคืองตา ตาแดง ปวดตา และน้ำตาไหล การสัมผัสผิวหนังโดยตรงอาจทำให้ผิวแห้ง ระคายเคือง หรือเกิดผื่นแดง การสูดดมฝุ่นละอองสารจะระคายเคืองเยื่อบุทางเดินหายใจ แสบจมูก แสบคอ ไอ และจาม อันตรายสะสมระดับวิกฤต: การได้รับสารโพแทสเซียมไอโอไดด์สะสมในระยะยาวจะรบกวนการทำงานของต่อมไทรอยด์โดยตรง ส่งผลให้เกิดภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ (Hypothyroidism หรือ Hyperthyroidism) ต่อมไทรอยด์โต และเกิดภาวะพิษจากไอโอดีนเรื้อรัง (Iodism) เช่น น้ำมูกไหล คัดจมูก ตาแดง ปวดศีรษะ ผื่นผิวหนังอักเสบ และต่อมน้ำลายบวมโต หากกลืนกินสารเข้าไปในปริมาณมากเฉียบพลันจะระคายเคืองทางเดินอาหาร แสบร้อนในช่องปาก คอ กระเพาะอาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และท้องร่วง
  • การปฐมพยาบาล: หากสารเข้าตาให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากไหลผ่านทันทีอย่างน้อย 15 นาที พร้อมถอดคอนแทกต์เลนส์ออกทันทีและพบแพทย์หากอาการเคืองตาไม่ทุเลา หากสัมผัสผิวหนังให้ล้างด้วยน้ำสะอาดและสบู่ หากสูดดมฝุ่นสารให้ย้ายผู้ป่วยไปที่พื้นที่อากาศบริสุทธิ์ หากกลืนกินเข้าไปในปริมาณมากให้บ้วนปากด้วยน้ำสะอาด ดื่มน้ำตามปริมาณพอสมควร และรีบปรึกษาแพทย์ทันที

การเก็บรักษาและข้อควรระวัง

  • การเก็บรักษา: เป็นเกลือที่ไวต่อแสงแดด ความชื้น และอากาศ (Light, Moisture & Air-Sensitive Salt) การสัมผัสแสงแดดและความชื้นจะเร่งให้อนุภาคถูกออกซิไดซ์กลายเป็นไอโอดีนอิสระสีเหลือง ต้องเก็บในภาชนะบรรจุเดิมของ QReC ปิดฝาให้สนิทแน่นหนาตลอดเวลา เก็บในห้องเก็บสารเคมีที่แห้งสนิท เย็น สะอาด และมีการระบายอากาศที่ดี ควบคุมอุณหภูมิห้องไม่เกิน 25 ถึง 30 องศาเซลเซียส หลีกเลี่ยงแสงแดดส่องถึงโดยตรงและความชื้น อยู่ห่างจากสารออกซิไดซ์รุนแรง (เช่น ไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ ด่างทับทิม กรดไนทริก เกลือเปอร์คลอเรต) กรดแก่เข้มข้น (จะปลดปล่อยไอโอดีนและก๊าซไฮโดรเจนไอโอไดด์) และเกลือของโลหะเงินเด็ดขาด
  • ข้อควรปฏิบัติ: สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ทั่วไป ได้แก่ ถุงมือยาง แว่นตานิรภัย และเสื้อกาวน์ ปิดฝาขวดให้แน่นสนิททันทีหลังการตักใช้งานเพื่อป้องกันไม่ให้สารสัมผัสอากาศและความชื้น และหลีกเลี่ยงการทำให้เกิดฝุ่นฟุ้งกระจายขณะตักชั่งสาร
Scroll to Top