สารละลายฟอร์มาลดีไฮด์ 37 เปอร์เซ็นต์ หรือ ฟอร์มาลิน
ข้อมูลทั่วไปและคุณภาพ
- ชื่อผลิตภัณฑ์: สารละลายฟอร์มาลดีไฮด์ 37 เปอร์เซ็นต์ (Formaldehyde solution 37%) หรือ ฟอร์มาลิน (Formalin) หรือ เมทิลีนออกไซด์
- แบรนด์/ยี่ห้อ: QReC (รหัสสินค้า: QR-F5023-1-2501)
- เกรด: เกรดวิเคราะห์ (AR Grade / Analytical Reagent Grade) ความเข้มข้นของเนื้อสารฟอร์มาลดีไฮด์มาตรฐาน 37 เปอร์เซ็นต์ (น้ำหนักต่อน้ำหนัก) ผสมเมทานอลประมาณ 10 ถึง 15 เปอร์เซ็นต์ เพื่อรักษาเสถียรภาพ ควบคุมการผลิตและตรวจสอบสิ่งปนเปื้อนอย่างเข้มงวดภายใต้มาตรฐานสากลของ QReC มีการควบคุมปริมาณกรดอิสระ (กรดฟอร์มิก) สารตกค้างหลังการระเหย คลอไรด์ ซัลเฟต และโลหะหนัก (เช่น เหล็ก ตะกั่ว) ให้อยู่ในเกณฑ์ต่ำมากระดับส่วนในล้านส่วน (ppm) ช่วยให้สารละลายมีความใส คงตัวสูง และไม่รบกวนผลการย้อมสีหรือการทดสอบทางจุลทรรศน์ศาสตร์ บรรจุในขวดแก้วสีชาหนาเพื่อป้องกันแสงและความร้อน
- คุณลักษณะทางกายภาพ: ของเหลวใสไม่มีสี มีกลิ่นฉุนแสบจมูก แสบตาอย่างรุนแรงเฉพาะตัว ไอระเหยติดไฟได้และก่อให้เกิดการระคายเคืองสูงต่อเนื้อเยื่อทุกส่วน
- การละลาย: สามารถผสมเข้าเป็นเนื้อเดียวกับน้ำ และตัวทำละลายอินทรีย์ทั่วไป เช่น เอทานอล เมทานอล และอะซิโตน ได้ดีเยี่ยมในทุกสัดส่วน
- การใช้งานในแล็บ: * ใช้เป็นสารคงสภาพเนื้อเยื่อ (Fixative agent) ที่นิยมใช้มากที่สุดในห้องปฏิบัติการพยาธิวิทยา กายวิภาคศาสตร์ และจุลกายวิภาคศาสตร์ (โดยนำไปเจือจางเป็นสารละลายฟอร์มาลิน 10 เปอร์เซ็นต์ บัฟเฟอร์เป็นกลาง) เพื่อรักษาสภาพโครงสร้างโปรตีนและเซลล์ของเนื้อเยื่อสิ่งมีชีวิตไม่ให้เน่าเปื่อยก่อนนำไปตัดชิ้นเนื้อตรวจ (Biopsy
- ใช้ในการเตรียมสารละลายสำหรับดองและรักษาสภาพตัวอย่างสิ่งมีชีวิต สัตว์ทดลอง และอวัยวะในการศึกษาวิจัยทางชีววิทยา
- ใช้เป็นสารตั้งต้นและรีเอเจนต์ในปฏิกิริยาสังเคราะห์ทางเคมีอินทรีย์และเคมีพอลิเมอร์
- ใช้เป็นสารฆ่าเชื้อรา แบคทีเรีย และสปอร์ (Disinfectant) ในห้องปฏิบัติการเฉพาะทาง
ความปลอดภัยและอันตราย (ระดับวิกฤตและข้อควรระวังสำคัญ)
- ระดับอันตราย: เป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ (Carcinogenicity) เป็นสารที่อาจก่อให้เกิดความผิดปกติต่อสารพันธุกรรม เป็นพิษเฉียบพลันถึงชีวิตหากกลืนกิน สัมผัสผิวหนัง หรือสูดดม กัดกร่อนผิวหนังและดวงตาอย่างรุนแรง และอาจทำให้เกิดการแพ้ที่ผิวหนังหรือระบบทางเดินหายใจ (Skin and respiratory sensitizer)
- ผลกระทบต่อสุขภาพ: ไอระเหยเพียงเล็กน้อยจะทำให้แสบตา แสบจมูก แสบคอ น้ำตาไหลพราก และไอ หากของเหลวกระเด็นเข้าตาจะกัดทำลายกระจกตาอย่างรุนแรงและอาจทำให้ตาบอด สัมผัสผิวหนังโดยตรงจะทำให้เกิดผื่นแพ้ ผิวหนังอักเสบ ผิวหนังแข็งตัว แห้งแตก หรือไหม้จากสารเคมี การสูดดมไอระเหยเข้มข้นจะทำให้หลอดลมหดเกร็ง ปอดบวมน้ำ และหายใจไม่ออก การได้รับสารต่อเนื่องในระยะยาวเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งโพรงจมูกและมะเร็งเม็ดเลือดขาว
- การปฐมพยาบาล: หากสารเข้าตาหรือสัมผัสผิวหนัง ให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากไหลผ่านทันทีอย่างน้อย 15 นาที พร้อมถอดเสื้อผ้าที่เปื้อนสารออกทันที หากสูดดมไอระเหยเข้าไปให้รีบย้ายผู้ป่วยไปที่พื้นที่อากาศบริสุทธิ์ทันที หากกลืนกินเข้าไป ห้ามทำให้อาเจียนเด็ดขาด ให้บ้วนปากด้วยน้ำ ดื่มน้ำสะอาดตาม และรีบนำส่งแพทย์ฉุกเฉินโดยด่วนที่สุด
การเก็บรักษาและข้อควรระวัง
- การเก็บรักษา: เป็นสารก่อมะเร็ง ไวไฟ และไวต่ออุณหภูมิ (Carcinogen, Toxic & Temperature Sensitive) “ห้ามเก็บในที่เย็นจัดหรือตู้เย็นเด็ดขาด” เพราะอุณหภูมิที่ต่ำกว่า 15 องศาเซลเซียส จะทำให้สารเกิดการตกตะกอนสีขาวขุ่นเป็นพาราฟอร์มาลดีไฮด์ที่ไม่ละลายน้ำ ต้องเก็บในภาชนะบรรจุขวดเดิมของ QReC ปิดฝาให้สนิทแน่นหนาตลอดเวลา เก็บในตู้เก็บสารเคมีอันตรายที่มีระบบระบายอากาศที่ดีเยี่ยม ที่อุณหภูมิห้องปกติระหว่าง 15 ถึง 25 องศาเซลเซียส อยู่ห่างจากแสงแดดจัด แหล่งความร้อน ประกายไฟ สารออกซิไดซ์รุนแรง ด่างแก่ และกรดแก่เด็ดขาด
- ข้อควรปฏิบัติ: ต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ครบชุดอย่างเข้มงวดที่สุด ได้แก่ ถุงมือไนทริลชนิดหนา แว่นตานิรภัยแบบครอบมิด เสื้อกาวน์ และหน้ากากกรองไอระเหยฟอร์มาลดีไฮด์โดยเฉพาะ ต้องปฏิบัติงานและเทแบ่งสารภายในตู้ดูดควัน (Fume hood) ตลอดเวลา เพื่อกำจัดไอระเหยพิษ





