คอปเปอร์ (II) ไนเตรต ไตรไฮเดรต

,

คอปเปอร์ (II) ไนเตรต ไตรไฮเดรต

คอปเปอร์ (II) ไนเตรต ไตรไฮเดรต 99.5 เปอร์เซ็นต์ หรือ คิวพริกไนเตรต ไตรไฮเดรต หรือ ไดคอปเปอร์ไดไนเตรต ไตรไฮเดรต หรือ กรดไนทริกคอปเปอร์ (II) ซอลต์ ไตรไฮเดรต

ข้อมูลทั่วไปและคุณภาพ

  • ชื่อผลิตภัณฑ์: คอปเปอร์ (II) ไนเตรต ไตรไฮเดรต 99.5 เปอร์เซ็นต์ (Copper (II) nitrate trihydrate 99.5%) หรือ คิวพริกไนเตรต ไตรไฮเดรต หรือ ไดคอปเปอร์ไดไนเตรต ไตรไฮเดรต หรือ กรดไนทริกคอปเปอร์ (II) ซอลต์ ไตรไฮเดรต
  • แบรนด์/ยี่ห้อ: QReC (รหัสสินค้า: QR-C5064-1-0500)
  • เกรด: เกรดวิเคราะห์ความบริสุทธิ์สูง (AR Grade / Analytical Reagent Grade) ความบริสุทธิ์ของเนื้อสารสูงไม่ต่ำกว่า 99.5 เปอร์เซ็นต์ ผลิตและควบคุมกระบวนการตกผลึกอย่างเข้มงวดภายใต้ข้อกำหนดสากลของ QReC มีการควบคุมสัดส่วนโมเลกุลน้ำผลึกสามโมเลกุลอย่างแม่นยำ มีการจำกัดปริมาณสารที่ไม่ละลายในน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ต่ำมากไม่เกิน 0.005 เปอร์เซ็นต์ ควบคุมสิ่งเจือปนประเภทคลอไรด์ ซัลเฟต สารประกอบแอมโมเนียม แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม โซเดียม และโลหะหนักเจือปนชนิดอื่น (เช่น เหล็ก ตะกั่ว สังกะสี นิกเกิล สารหนู) ให้อยู่ในเกณฑ์ต่ำมากระดับส่วนในล้านส่วน (ppm) ผลึกมีความแห้งสม่ำเสมอ ละลายน้ำได้ใสบริสุทธิ์ ให้สารละลายสีฟ้าสดใสโดยไม่ทิ้งกากตะกอน บรรจุในขวดพลาสติกทนสารเคมีหนาพิเศษพร้อมฝาปิดผนึกแน่นสนิทเพื่อป้องกันความชื้นในอากาศ
  • คุณลักษณะทางกายภาพ: ผลึกของแข็งสีฟ้าครามสดใส สีน้ำเงินอมฟ้า หรือผลึกรูปเข็มสีฟ้าเข้ม ไม่มีกลิ่น มีคุณสมบัติดูดความชื้นจากอากาศได้อย่างรวดเร็วมากจนเยิ้มเหลว (Deliquescent) มีจุดหลอมเหลวต่ำประมาณ 114 องศาเซลเซียส สารตัวมันเองไม่ติดไฟแต่เป็น สารออกซิไดซ์ (Oxidizing solid) ที่สามารถเร่งการลุกไหม้ของสารติดไฟได้อย่างรวดเร็ว สารละลายในน้ำมีสภาพเป็นกรด (ค่าความเป็นกรด-ด่างประมาณ 3.0 ถึง 4.0 สำหรับสารละลายความเข้มข้น 5 เปอร์เซ็นต์ที่อุณหภูมิห้อง) และมีฤทธิ์กัดกร่อนโลหะ
  • การละลาย: ละลายในน้ำได้ดีเยี่ยมและรวดเร็วมาก (ประมาณ 135 ถึง 140 กรัม ต่อน้ำ 100 มิลลิลิตร ที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส และละลายได้เพิ่มขึ้นอย่างมากในน้ำร้อน) ละลายได้ดีมากในเอทานอล เมทานอล อะซิโตน ไดออกเซน และสารละลายแอมโมเนียเข้มข้น (เกิดเป็นสารประกอบเชิงซ้อนเตตระแอมมีนคอปเปอร์สีน้ำเงินเข้มจัด)
  • การใช้งานในแล็บ: * ใช้เป็นสารตั้งต้นหลักความบริสุทธิ์สูงในการเตรียมตัวเร่งปฏิกิริยาทองแดงบนตัวรองรับ (Supported copper catalysts) สำหรับปฏิกิริยาไฮโดรจีเนชัน ปฏิกิริยาดีไฮโดรจีเนชัน และการสังเคราะห์เมทานอล
    • ใช้เป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์อนุภาคนาโนคอปเปอร์ (II) ออกไซด์ (CuO nanoparticles) และวัสดุตัวนำยิ่งยวดอุณหภูมิสูง (High-Tc superconductors) ผ่านกระบวนการโซล-เจล (Sol-gel) หรือการสลายตัวด้วยความร้อน
    • ใช้เป็นสารทำปฏิกิริยาไนเตรชันและสารออกซิไดซ์จำเพาะในงานสังเคราะห์เคมีอินทรีย์ โดยเฉพาะเมื่อดูดซับบนซิลิกาเจลหรือดินเคลย์ (Menke conditions) สำหรับการไนเตรตวงแหวนอะโรมาติกแบบอ่อนโยน
    • ใช้เป็นสารปรับสภาพและรมดำผิวโลหะ (Chemical patination / Metal coloring) สำหรับเคลือบผิวทองเหลือง ทองแดง และโลหะผสมเพื่อให้ได้โทนสีน้ำตาล โบราณ หรือสีเขียวสนิมทองแดง
    • ใช้เป็นสารมาตรฐานและรีเอเจนต์ในการเตรียมสารละลายมาตรฐานไอออนทองแดงสำหรับการวิเคราะห์ด้วยเครื่องอะตอมมิกแอบซอร์ปชันสเปกโทรโฟโตเมตรี (AAS) และการทดสอบทางเคมีวิเคราะห์

ความปลอดภัยและอันตราย (ระดับวิกฤตและข้อควรระวังสำคัญ)

  • ระดับอันตราย: อาจเร่งการลุกไหม้ เป็นสารออกซิไดซ์ (May intensify fire; oxidizer – Oxidizing Solid Category 2) เป็นอันตรายหากกลืนกิน (Harmful if swallowed) กัดกร่อนผิวหนังและทำลายดวงตาอย่างรุนแรง (Causes severe skin burns and eye damage) ก่อให้เกิดการทำลายดวงตาอย่างรุนแรง (Causes serious eye damage) และ เป็นพิษร้ายแรงยิ่งยวดต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำโดยมีผลกระทบระยะยาว (Very toxic to aquatic life with long lasting effects)
  • ผลกระทบต่อสุขภาพ: สารละลายมีสภาพเป็นกรดและมีความเป็นสารออกซิไดซ์ หากผลึกหรือสารละลายเข้าตาจะกัดทำลายเนื้อเยื่อกระจกตาอย่างรวดเร็ว แสบตา ปวดตา ตาแดง บวม เยื่อบุตาอักเสบ และเสี่ยงต่อการสูญเสียการมองเห็นถาวร การสัมผัสผิวหนังโดยตรงจะทำให้เกิดการระคายเคืองอย่างรุนแรง แสบร้อน ผิวหนังไหม้ พุพอง ผื่นแดง และเกิดแผลจากสารเคมีกัดกร่อน การสูดดมฝุ่นละอองสารจะกัดระคายเคืองเยื่อบุระบบทางเดินหายใจ แสบจมูก แสบคอ ไอ หายใจลำบาก แน่นหน้าอก และอาจเกิดแผลเปื่อยที่เยื่อบุจมูก หากกลืนกินสารเข้าไปจะกัดทำลายทางเดินอาหารอย่างรุนแรง มีรสโลหะฝาดแสบร้อนในปาก ปวดท้องรุนแรง อาเจียนเป็นสีเขียวหรือสีน้ำเงิน ท้องร่วงเป็นเลือด ช็อก ไตวายเฉียบพลัน และตับวายจากพิษของทองแดง
  • การปฐมพยาบาล: หากสารเข้าตาให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากไหลผ่านทันทีอย่างน้อย 15 ถึง 20 นาที พร้อมถอดคอนแทกต์เลนส์ออกทันที หากสัมผัสผิวหนังให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทันทีอย่างน้อย 15 นาที พร้อมถอดเสื้อผ้าที่เปื้อนสารออก หากสูดดมฝุ่นสารให้ย้ายผู้ป่วยไปที่พื้นที่อากาศบริสุทธิ์ทันที หากกลืนกินเข้าไป ห้ามทำให้อาเจียนเด็ดขาด ให้บ้วนปากด้วยน้ำสะอาด ดื่มน้ำสะอาดหรือนมปริมาณพอสมควร และรีบนำส่งแพทย์ฉุกเฉินทันทีพร้อมแจ้งข้อมูลสารพิษทองแดง

การเก็บรักษาและข้อควรระวัง

  • การเก็บรักษา: เป็นสารออกซิไดซ์ สารกัดกร่อน ดูดความชื้นในอากาศจนเยิ้มเหลว และเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมทางน้ำ (Oxidizing, Corrosive, Deliquescent & Aquatic Hazard) การสัมผัสอากาศชื้นจะทำให้ผลึกเยิ้มเหลว และการสัมผัสกับสารติดไฟอาจก่อให้เกิดเพลิงไหม้รุนแรง ต้องเก็บในภาชนะบรรจุเดิมของ QReC ปิดฝาให้สนิทแน่นหนาตลอดเวลา เก็บในตู้เก็บสารเคมีทนการกัดกร่อนในห้องที่แห้งสนิท เย็น สะอาด และมีการระบายอากาศที่ดี (อุณหภูมิห้องปกติไม่เกิน 25 ถึง 30 องศาเซลเซียส) หลีกเลี่ยงความร้อนสูง แสงแดดจัด และความชื้น ต้องแยกเก็บต่างหากเด็ดขาด อยู่ห่างจากสารเคมีอินทรีย์ ตัวทำละลายไวไฟ สารรีดิวซ์รุนแรง ผงโลหะ กำมะถัน ฟอสฟอรัส ด่างแก่ กรดแก่ และสารที่ติดไฟได้เด็ดขาด
  • ข้อควรปฏิบัติ: ต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ครบชุด ได้แก่ ถุงมือยางไนทริล แว่นตานิรภัยแบบครอบมิด หน้ากากป้องกันฝุ่นละอองสารเคมี และเสื้อกาวน์ แนะนำให้ชั่งสารและเตรียมสารละลายภายในตู้ดูดควัน (Fume hood) ปิดฝาขวดให้แน่นสนิททันทีหลังการใช้งาน และ “ห้ามทิ้งสารละลายหรือกากของเสียที่มีไอออนทองแดงลงสู่ท่อน้ำทิ้งโดยตรงเด็ดขาด ต้องรวบรวมทิ้งเป็นของเสียอันตรายกลุ่มโลหะหนักเพื่อกำจัดตามกฎหมาย”
Scroll to Top