กรดอีเทนไดโออิก ไดไฮเดรต หรือ ไดคาร์บอกซิลิกแอซิด ไดไฮเดรต
ข้อมูลทั่วไปและคุณภาพ
- ชื่อผลิตภัณฑ์: กรดออกซาลิก ไดไฮเดรต 99.5 เปอร์เซ็นต์ (Oxalic acid dihydrate 99.5%) หรือ กรดอีเทนไดโออิก ไดไฮเดรต หรือ ไดคาร์บอกซิลิกแอซิด ไดไฮเดรต
- แบรนด์/ยี่ห้อ: QReC (รหัสสินค้า: QR-O9006-1-1000)
- เกรด: เกรดวิเคราะห์ความบริสุทธิ์สูงพิเศษ (AR Grade / Analytical Reagent Grade) ความบริสุทธิ์ของเนื้อสารสูงไม่ต่ำกว่า 99.5 เปอร์เซ็นต์ ผลิตและควบคุมกระบวนการตกผลึกอย่างประณีตภายใต้มาตรฐานสากลของ QReC ปราศจากสารป้องกันการจับตัวเป็นก้อน มีการควบคุมสัดส่วนโมเลกุลน้ำผลึกสองโมเลกุลอย่างแม่นยำ มีการจำกัดปริมาณเถ้าตกค้างหลังการเผา (Residue on ignition) ให้อยู่ในระดับต่ำมากไม่เกิน 0.01 เปอร์เซ็นต์ ควบคุมสิ่งเจือปนประเภทคลอไรด์ ซัลเฟต สารประกอบไนโตรเจน โลหะหนัก (เช่น เหล็ก ตะกั่ว ทองแดง สังกะสี แคลเซียม แมกนีเซียม) ให้อยู่ในระดับต่ำมากระดับส่วนในล้านส่วน (ppm) ผลึกมีความแห้งสนิท สม่ำเสมอ ละลายน้ำได้ใสกระจ่างสมบูรณ์ ไร้สี ไร้ตะกอนแขวนลอย บรรจุในขวดพลาสติกทนสารเคมีหนาพิเศษขนาดบรรจุ 1 กิโลกรัม พร้อมฝาปิดผนึกแน่นหนาสองชั้นเพื่อป้องกันความชื้น
- คุณลักษณะทางกายภาพ: ผลึกของแข็งใสไม่มีสี หรือผงผลึกสีขาวละเอียด ไม่มีกลิ่น มีรสเปรี้ยวจัด มีความคงตัวดีในอากาศปกติ แต่สามารถสูญเสียน้ำผลึกได้ช้าๆ ที่อุณหภูมิสูงกว่า 100 องศาเซลเซียส และจะระเหิดที่อุณหภูมิประมาณ 157 องศาเซลเซียส ไม่ติดไฟง่ายแต่สามารถติดไฟได้ที่ความร้อนสูง สารละลายในน้ำมีสภาพเป็นกรดแก่เมื่อเทียบกับกรดอินทรีย์ทั่วไป (ค่าความเป็นกรด-ด่างประมาณ 1.0 ถึง 1.5 สำหรับสารละลายความเข้มข้น 5 เปอร์เซ็นต์ที่อุณหภูมิห้อง) และมีฤทธิ์กัดกร่อนเนื้อเยื่อและโลหะ
- การละลาย: ละลายในน้ำได้ปานกลางถึงดีที่อุณหภูมิห้อง (ประมาณ 9 ถึง 10 กรัม ต่อน้ำ 100 มิลลิลิตร ที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส โดย ความสามารถในการละลายจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น สามารถละลายได้มากกว่า 100 กรัมในน้ำเดือด) ละลายได้ดีมากในเอทานอล ละลายได้ปานกลางในไดเอทิลอีเทอร์และกลีเซอรอล แต่ไม่ละลายในเบนซีนและคลอโรฟอร์ม
- การใช้งานในแล็บ: * ใช้เป็นสารมาตรฐานปฐมภูมิ (Primary Standard) ในการเทียบมาตรฐานความเข้มข้น (Standardization) ของสารละลายด่างมาตรฐาน เช่น โซเดียมไฮดรอกไซด์ และการไทเทรตรีดอกซ์ของสารละลายมาตรฐานโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต (Potassium permanganate titration)
- ใช้เป็นสารคีเลตและสารกำจัดคราบสนิมเหล็ก (Rust and iron stain remover) ที่มีประสิทธิภาพสูง โดยทำปฏิกิริยากับเหล็กออกไซด์ที่ไม่ละลายน้ำให้เปลี่ยนเป็นสารประกอบเชิงซ้อนไตรออกซาลาโตเฟอร์เรตที่ละลายน้ำได้ดีเยี่ยม
- ใช้ในการตกตะกอนและแยกธาตุกลุ่มแลนทาไนด์ (Lanthanides / Rare earth elements) และแคลเซียมในงานเคมีวิเคราะห์เชิงปริมาณแบบชั่งน้ำหนัก (Gravimetric analysis)
- ใช้เป็นสารรีดิวซ์ (Reducing agent) ในปฏิกิริยาสังเคราะห์ทางเคมีอินทรีย์และการฟอกสีสารธรรมชาติ
- ใช้เป็นสารทำความสะอาดและปรับสภาพผิวไม้ โลหะ และหินอ่อนในงานวิจัยวัสดุศาสตร์
ความปลอดภัยและอันตราย (ระดับวิกฤตและข้อควรระวังสำคัญ)
- ระดับอันตราย: เป็นอันตรายหากกลืนกินหรือสัมผัสผิวหนัง (Harmful if swallowed or in contact with skin – Acute Toxicity Category 4) กัดกร่อนทำลายดวงตาอย่างรุนแรง (Causes serious eye damage – Eye Damage Category 1) ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังและระบบทางเดินหายใจ
- ผลกระทบต่อสุขภาพ: หากฝุ่นสารหรือสารละลายเข้าตาจะกัดทำลายเนื้อเยื่อกระจกตาอย่างรุนแรง แสบตา ปวดตา ตาแดง เยื่อบุตาบวม และเสี่ยงต่อการตาบอดถาวร การสัมผัสผิวหนังโดยตรงจะทำให้เกิดการระคายเคือง แสบร้อน ผิวหนังไหม้จากสารเคมี ผื่นแดง ผิวแห้งลอกแตก และ สารสามารถซึมผ่านผิวหนังเข้าสู่กระแสเลือดได้ การสูดดมฝุ่นละอองสารจะกัดระคายเคืองเยื่อบุระบบทางเดินหายใจอย่างรุนแรง ทำให้แสบจมูก แสบคอ ไอ หายใจมีเสียงหวีด แน่นหน้าอก เลือดกำเดาไหล และอาจเกิดหลอดลมอักเสบ อันตรายสำคัญระดับวิกฤต: สารออกซาเลตจะเข้าไปจับกับไอออนแคลเซียมในกระแสเลือด เกิดเป็นผลึกแคลเซียมออกซาเลตที่ไม่ละลายน้ำ ตกตะกอนสะสมและอุดตันในท่อไตอย่างเฉียบพลัน ทำให้เกิดภาวะไตวายเฉียบพลัน (Acute renal failure) และภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำอย่างรุนแรง (Hypocalcemia) ทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้อกระตุก ชัก หัวใจเต้นผิดจังหวะ และเสียชีวิตได้ หากกลืนกินจะกัดทำลายทางเดินอาหาร แสบร้อนปาก หลอดอาหาร และกระเพาะอาหาร ปวดท้องรุนแรง อาเจียนเป็นเลือด
- การปฐมพยาบาล: หากสารเข้าตาให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากไหลผ่านทันทีอย่างน้อย 15 ถึง 20 นาที พร้อมถอดคอนแทกต์เลนส์ออกทันทีและรีบพบแพทย์ หากสัมผัสผิวหนังให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทันทีอย่างน้อย 15 นาที หากสูดดมฝุ่นสารให้ย้ายผู้ป่วยไปที่พื้นที่อากาศบริสุทธิ์ทันที หากกลืนกินเข้าไป ห้ามทำให้อาเจียนเด็ดขาด ให้บ้วนปากด้วยน้ำสะอาด ดื่มน้ำผสมแคลเซียมแลกเทต แคลเซียมกลูโคเนต นม หรือน้ำปูนใสทันที (เพื่อช่วยเปลี่ยนออกซาเลตเป็นแคลเซียมออกซาเลตในกระเพาะอาหาร ป้องกันการดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด) และรีบนำส่งแพทย์ฉุกเฉินทันที
การเก็บรักษาและข้อควรระวัง
- การเก็บรักษา: เป็นกรดอินทรีย์ที่มีฤทธิ์กัดกร่อนและเป็นพิษต่อไต (Corrosive & Toxic to Kidneys) ต้องเก็บในภาชนะบรรจุเดิมของ QReC ปิดฝาให้สนิทแน่นหนาตลอดเวลา เก็บในตู้เก็บสารเคมีที่แห้ง สะอาด เย็น และมีการระบายอากาศที่ดี (อุณหภูมิห้องปกติไม่เกิน 25 ถึง 30 องศาเซลเซียส) หลีกเลี่ยงความชื้นสูงและแสงแดดส่องถึงโดยตรง อยู่ห่างจากสารออกซิไดซ์รุนแรง (เช่น โพแทสเซียมคลอเรต สารประกอบเปอร์ออกไซด์) ด่างแก่เข้มข้น สารประกอบเงิน และสารประกอบปรอท (อาจเกิดเกลือออกซาเลตที่ไวต่อการระเบิด)
- ข้อควรปฏิบัติ: ต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ครบชุด ได้แก่ ถุงมือยางไนทริล แว่นตานิรภัยแบบครอบมิด หน้ากากป้องกันฝุ่นละอองสารเคมี และเสื้อกาวน์ แนะนำให้ชั่งสารและเตรียมสารละลายภายในตู้ดูดควัน (Fume hood) เพื่อป้องกันการสูดดมฝุ่นกรด ปิดฝาขวดให้แน่นสนิททันทีหลังการตักใช้งาน และห้ามทิ้งสารละลายเข้มข้นลงท่อน้ำทิ้งโดยไม่ผ่านการสะเทินฤทธิ์กรดก่อน









