คอปเปอร์ (II) ซัลเฟต แอนไฮดรัส หรือจุนสีปราศจากน้ำ

,

คอปเปอร์ (II) ซัลเฟต แอนไฮดรัส หรือจุนสีปราศจากน้ำ

คอปเปอร์ (II) ซัลเฟต แอนไฮดรัส หรือจุนสีปราศจากน้ำ

ข้อมูลทั่วไปและคุณภาพ

  • ชื่อผลิตภัณฑ์: คอปเปอร์ (II) ซัลเฟต แอนไฮดรัส (Copper (II) sulfate anhydrous) หรือ จุนสีปราศจากน้ำ
  • แบรนด์/ยี่ห้อ: Kemaus (รหัสสินค้า: KA-1007)
  • เกรด: เกรดห้องปฏิบัติการ (Laboratory Grade หรือ Lab Grade) ความบริสุทธิ์สูงถึง 99 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ควบคุมคุณภาพเนื้อสารอย่างเข้มงวดตามมาตรฐานของ Kemaus เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีน้ำปนเปื้อนในโครงสร้างผลึก เหมาะสำหรับงานทดสอบทางเคมีวิเคราะห์และอุตสาหกรรม
  • คุณลักษณะทางกายภาพ: ผงละเอียดสีขาว หรือสีขาวอมเทาอ่อน ไม่มีกลิ่น
  • คุณสมบัติเด่นวิกฤต: สารนี้จะดูดน้ำและดักจับความชื้นได้อย่างรวดเร็วมาก ซึ่งเมื่อได้รับน้ำ สารจะเกิดปฏิกิริยาคายความร้อนและเปลี่ยนสีจากผงสีขาวกลายเป็นผลึกสีฟ้าเข้มทันที
  • การใช้งานในแล็บ: * ใช้เป็นสารเคมีหลักในการทดสอบหาปริมาณน้ำหรือความชื้น (Water detection reagent) ในสารละลายอินทรีย์เคมีและแอลกอฮอล์
    • ใช้เป็นสารดูดความชื้น (Desiccant) ในกระบวนการสังเคราะห์ทางเคมีอินทรีย์ที่ห้ามมีน้ำปนเปื้อนในระบบ
    • ใช้เป็นสารตั้งต้นในการเตรียมสารละลายสำหรับทดสอบสารลดน้ำตาล (เช่น Fehling’s หรือ Benedict’s reagent) และงานวิเคราะห์ทั่วไป

ความปลอดภัยและอันตราย (ข้อควรระวังสำคัญ)

  • ระดับอันตราย: มีพิษเฉียบพลันหากกลืนกิน (Acute Toxicity) และก่อให้เกิดการระคายเคืองผิวหนังและดวงตาอย่างรุนแรง
  • ผลกระทบต่อสุขภาพ: หากกลืนกินจะทำให้เกิดอาการเป็นพิษ คลื่นไส้ อาเจียน และทำลายระบบทางเดินอาหาร สารสัมผัสผิวหนังหรือดวงตาจะทำให้เกิดอาการแสบร้อน ระคายเคือง แดง หรือไหม้เล็กน้อยจากปฏิกิริยาคายความร้อนเมื่อเจอความชื้นบนผิว
  • อันตรายต่อสิ่งแวดล้อม: เป็นพิษร้ายแรงมากต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำและมีผลกระทบระยะยาว ห้ามล้างเททิ้งลงท่อน้ำสาธารณะเด็ดขาด
  • การปฐมพยาบาล: หากเข้าตาหรือสัมผัสผิวหนัง ให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากทันทีอย่างน้อย 15 นาที หากกลืนกินให้รีบบ้วนปากและรีบไปพบแพทย์ทันที

การเก็บรักษาและข้อควรระวัง

  • การเก็บรักษา: เป็นสารดูดความชื้นอย่างรุนแรงและรวดเร็วมาก (Highly Hygroscopic) ต้องเก็บในภาชนะบรรจุดั้งเดิมของ Kemaus และต้องปิดฝาให้สนิทแน่นในทันทีหลังใช้งาน ห้ามเปิดทิ้งไว้เด็ดขาดเพราะสารจะเปลี่ยนสภาพเป็นสีฟ้าและสูญเสียคุณสมบัติแอนไฮดรัส เก็บในที่แห้งสนิทและเย็น (อุณหภูมิห้องปกติไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส)
  • ข้อควรปฏิบัติ: สวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ได้แก่ ถุงมือห้องปฏิบัติการ แว่นตานิรภัย และหน้ากากกรองฝุ่น หลีกเลี่ยงการตักแบ่งในห้องที่มีความชื้นสูง
Scroll to Top