ซิงค์ อะซิเตต ไดไฮเดรต
ข้อมูลทั่วไปและคุณภาพ
- ชื่อผลิตภัณฑ์: ซิงค์ อะซิเตต ไดไฮเดรต (Zinc acetate dihydrate)
- แบรนด์/ยี่ห้อ: Kemaus (รหัสสินค้า: KA-581)
- เกรด: เกรดวิเคราะห์ (AR Grade) ความบริสุทธิ์สูงถึง 99.5 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ควบคุมคุณภาพการผลิตภายใต้มาตรฐานห้องปฏิบัติการที่เข้มงวดของ Kemaus มีการควบคุมสารปนเปื้อน คลอรายด์ ซัลเฟต และโลหะหนักอื่นๆ ให้ต่ำเป็นพิเศษ เพื่อให้ได้ค่าความแม่นยำสูงสุดในงานเคมีวิเคราะห์
- คุณลักษณะทางกายภาพ: ผลึกแข็งหรือแผ่นเกล็ดสีขาว ใสปนขาว มีกลิ่นกรดน้ำส้ม (น้ำส้มสายชู) จางๆ เฉพาะตัว
- การละลาย: ละลายในน้ำได้ดีมาก และละลายได้ในแอลกอฮอล์ สารละลายในน้ำมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ
- การใช้งานในแล็บ: * ใช้เป็นรีเอเจนต์หลักในการวิเคราะห์ทางเคมีและการตกตะกอนสารเคมีในห้องปฏิบัติการ เช่น การทดสอบหาปริมาณสารเคมีเฉพาะทาง
- ใช้เป็นสารตั้งต้นความบริสุทธิ์สูงในการสังเคราะห์สารประกอบสังกะสี (Zinc derivatives) หรือการเตรียมอนุภาคนาโนซิงค์ออกไซด์ในงานวิจัยวัสดุศาสตร์
- ใช้เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา (Catalyst) ในปฏิกิริยาสังเคราะห์ทางเคมีอินทรีย์และการผลิตโพลิเมอร์
- ใช้ในการเตรียมอาหารเลี้ยงเชื้อหรือสารละลายเสริมแร่ธาตุในงานวิจัยด้านชีววิทยา
ความปลอดภัยและอันตราย (ข้อควรระวังสำคัญ)
- ระดับอันตราย: มีพิษเฉียบพลันหากกลืนกิน (Acute Toxicity) และก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือทำลายดวงตาอย่างรุนแรง
- ผลกระทบต่อสุขภาพ: หากเข้าตาจะทำให้เกิดการแสบร้อน ระคายเคือง แดง และน้ำตาไหลอย่างรุนแรง หากกลืนกินจะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง หรือระคายเคืองระบบทางเดินอาหาร ฝุ่นสารระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ
- อันตรายต่อสิ่งแวดล้อม: เป็นพิษร้ายแรงมากต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำและมีผลกระทบระยะยาว ห้ามล้างเททิ้งลงสู่ท่อน้ำสาธารณะโดยตรงเด็ดขาด
- การปฐมพยาบาล: หากเข้าตาหรือสัมผัสผิวหนัง ให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากทันทีอย่างน้อย 15 นาที หากกลืนกินให้บ้วนปากด้วยน้ำและรีบไปพบแพทย์ทันที
การเก็บรักษาและข้อควรระวัง
- การเก็บรักษา: เป็นสารที่สูญเสียน้ำผลึกได้ง่ายหากโดนความร้อนและดูดความชื้นได้ (Efflorescent & Hygroscopic) ต้องเก็บในภาชนะบรรจุดั้งเดิมของ Kemaus และปิดฝาให้สนิทแน่นหนาทันทีหลังใช้งาน เก็บในที่แห้ง เย็น (อุณหภูมิห้องปกติไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส) และห่างจากสารที่เข้ากันไม่ได้ เช่น สารออกซิไดซ์รุนแรงและฐานแก่
- ข้อควรปฏิบัติ: สวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ได้แก่ ถุงมือห้องปฏิบัติการ แว่นตานิรภัย และหน้ากากกรองฝุ่น หลีกเลี่ยงการสูดดมฝุ่นผงโดยตรงขณะตักแบ่งใช้งาน







