สารละลายแอมโมเนีย 28 เปอร์เซ็นต์ หรือ แอมโมเนียมไฮดรอกไซด์เข้มข้น หรือ น้ำแอมโมเนียเข้มข้น
ข้อมูลทั่วไปและคุณภาพ
- ชื่อผลิตภัณฑ์: สารละลายแอมโมเนีย 28 เปอร์เซ็นต์ (Ammonia solution 28%) หรือ แอมโมเนียมไฮดรอกไซด์เข้มข้น (Concentrated ammonium hydroxide) หรือ น้ำแอมโมเนียเข้มข้น
- แบรนด์/ยี่ห้อ: QReC (รหัสสินค้า: QR-A5023-1-2501)
- เกรด: เกรดวิเคราะห์ (AR Grade / Analytical Reagent Grade) ความเข้มข้นของเนื้อสารแอมโมเนียมาตรฐานสูงพิเศษอยู่ในช่วง 28 ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ (น้ำหนักต่อน้ำหนัก) ผลิตและควบคุมมาตรฐานความบริสุทธิ์อย่างเข้มงวดภายใต้ข้อกำหนดสากลของ QReC มีการควบคุมปริมาณสิ่งเจือปนประเภทสารตกค้างหลังการระเหย คลอไรด์ ซัลเฟต ฟอสเฟต คาร์บอเนต และโลหะหนัก (เช่น เหล็ก ตะกั่ว ทองแดง สังกะสี นิกเกิล) ให้อยู่ในเกณฑ์ต่ำมากระดับส่วนในล้านส่วน (ppm) ตัวน้ำยามีความใสบริสุทธิ์สูง ปราศจากตะกอนขุ่น บรรจุในขวดพลาสติกเกรดพิเศษชนิดหนาที่ทนต่อแรงดันก๊าซสะสมและสภาพด่างรุนแรง
- คุณลักษณะทางกายภาพ: ของเหลวใสไม่มีสี มีควันขาวและไอระเหยของก๊าซแอมโมเนียฟุ้งกระจายออกมาทันทีที่เปิดขวด กลิ่นฉุนแสบจมูกและแสบตาอย่างรุนแรงยิ่งยวด สารละลายมีสภาพเป็นด่างแก่จัด มีฤทธิ์กัดกร่อนผิวหนังและเนื้อเยื่ออย่างรวดเร็ว
- การละลาย: สามารถผสมเข้าเป็นเนื้อเดียวกับน้ำได้ในทุกสัดส่วน และผสมเข้ากับตัวทำละลายอินทรีย์ที่มีขั้ว เช่น เอทานอล และเมทานอล ได้ดี
- การใช้งานในแล็บ: * ใช้ในการเตรียมสารละลายแอมโมเนียมบัฟเฟอร์ (Ammonium buffer solution) ที่ต้องการความเข้มข้นของไอออนแอมโมเนียมสูง สำหรับงานวิเคราะห์เคมี โครมาโทกราฟี และชีวเคมี
- ใช้เป็นสารก่อสารเชิงซ้อน (Complexing agent) ประสิทธิภาพสูง ในการสกัด ตกตะกอน และวิเคราะห์หาปริมาณโลหะทรานซิชัน เช่น ทองแดง เงิน แคดเมียม นิกเกิล และสังกะสี
- ใช้เป็นสารปรับสภาพความเป็นด่างแก่ในการทดสอบทางเคมีวิเคราะห์เชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ
- ใช้ในการเตรียมสารทำปฏิกิริยาเคมีเฉพาะทาง เช่น สารละลายสำหรับทดสอบหมู่อัลดีไฮด์และน้ำตาลรีดิวซ์
- ใช้เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาด่างในงานสังเคราะห์เคมีอินทรีย์และเคมีพอลิเมอร์
ความปลอดภัยและอันตราย (ระดับวิกฤตและข้อควรระวังสำคัญ)
- ระดับอันตราย: เป็นสารกัดกร่อนผิวหนังและดวงตาอย่างรุนแรงยิ่งยวด (Causes severe skin burns and eye damage) เป็นพิษเฉียบพลันหากกลืนกินและสูดดม ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจอย่างรุนแรง และเป็นพิษร้ายแรงต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำโดยมีผลกระทบระยะยาว
- ผลกระทบต่อสุขภาพ: ไอระเหยของก๊าซแอมโมเนียที่เข้มข้น 28% จะทำปฏิกิริยากับความชื้นในเนื้อเยื่อทันที ทำให้แสบตา ตาพร่ามัว แสบจมูก แสบคอ ไอสำลัก แน่นหน้าอก และหายใจไม่ออก หากของเหลวกระเด็นเข้าตาจะกัดทำลายกระจกตาอย่างรุนแรงจนขุ่นขาวและตาบอดถาวรทันที การสัมผัสผิวหนังโดยตรงจะทำให้เกิดแผลไหม้รุนแรง ผิวหนังพุพอง เนื้อเยื่อเน่าตาย การสูดดมไอระเหยเข้มข้นจะทำให้หลอดลมหดเกร็ง กล่องเสียงบวม ปอดบวมน้ำเฉียบพลัน และอาจถึงแก่ชีวิตได้ หากกลืนกินจะกัดทำลายเนื้อเยื่อช่องปาก ทางเดินอาหาร และกระเพาะอาหารทะลุ
- การปฐมพยาบาล: หากสารเข้าตาหรือสัมผัสผิวหนัง ให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากไหลผ่านทันทีอย่างน้อย 15 ถึง 20 นาที พร้อมถอดเสื้อผ้าที่เปื้อนสารออกทันที หากสูดดมไอระเหยเข้าไปให้รีบย้ายผู้ป่วยไปที่พื้นที่อากาศบริสุทธิ์ทันที หากกลืนกินเข้าไป ห้ามทำให้อาเจียนเด็ดขาด ให้บ้วนปากด้วยน้ำสะอาด ดื่มน้ำตาม และรีบนำส่งแพทย์ฉุกเฉินทันที
การเก็บรักษาและข้อควรระวัง
- การเก็บรักษา: เป็นสารที่มีแรงดันไอสูงมากเป็นพิเศษและไวต่อความร้อน (Extremely High Vapor Pressure & Corrosive) ความเข้มข้น 28% สามารถสร้างแรงดันก๊าซภายในขวดได้อย่างรวดเร็วเมื่ออยู่ในที่อบหรือร้อน ต้องเก็บในภาชนะบรรจุเดิมของ QReC ปิดฝาให้สนิทแน่นหนาตลอดเวลา เก็บในตู้เก็บสารเคมีทนการกัดกร่อนในห้องที่แห้ง เย็น จัดตั้งในที่มืด และมีการระบายอากาศที่ดีเยี่ยม (อุณหภูมิห้องควบคุมไม่เกิน 25 องศาเซลเซียส ยิ่งเย็นยิ่งปลอดภัย) อยู่ห่างจากความร้อน แสงแดดจัด กรดแก่ สารออกซิไดซ์รุนแรง ฮาโลเจน (เช่น ไอโอดีน โบรมีน คลอรีน) และเกลือโลหะหนักเด็ดขาด
- ข้อควรปฏิบัติ: ต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ครบชุดอย่างเข้มงวดที่สุด ได้แก่ ถุงมือหนาทนสารกัดกร่อน แว่นตานิรภัยแบบครอบมิดหรือกระบังหน้าป้องกันสารเคมี และเสื้อกาวน์ ต้องเปิดขวดและใช้งานภายในตู้ดูดควัน (Fume hood) ตลอดเวลา และขณะเปิดขวดครั้งแรกควรค่อยๆ คลายเกลียวฝาอย่างช้าๆ โดยหันปากขวดออกจากใบหน้าและลำตัว เพื่อระบายแรงดันก๊าซแอมโมเนียที่สะสมอยู่ภายในขวดออกก่อนเสมอ









