สารละลายโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต 0.02 โมลต่อลิตร หรือ สารละลายด่างทับทิมมาตรฐาน หรือ สารละลายมาตรฐานโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนตสำหรับงานไทเทรต
ข้อมูลทั่วไปและคุณภาพ
- ชื่อผลิตภัณฑ์: สารละลายโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต 0.1 นอร์มัล หรือ 0.02 โมลต่อลิตร (Potassium permanganate solution 0.1N or 0.02 mol/L) หรือ สารละลายด่างทับทิมมาตรฐาน หรือ สารละลายมาตรฐานโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนตสำหรับงานไทเทรต
- แบรนด์/ยี่ห้อ: QReC (รหัสสินค้า: QR-P5227-0-1001)
- เกรด: สารละลายมาตรฐานสำหรับปริมาตรวิเคราะห์ (Volumetric Standard Solution / Analytical Grade) ปรับเทียบความเข้มข้นที่แท้จริงให้มีค่าแฟกเตอร์อยู่ในช่วง 0.999 ถึง 1.001 ที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส พร้อมระบุค่าความเข้มข้นละเอียดระดับทศนิยมสี่ตำแหน่ง ตรวจสอบและควบคุมคุณภาพตามมาตรฐานสากลของ QReC สามารถสอบกลับได้โดยตรงสู่สารมาตรฐานปฐมภูมิโซเดียมออกซาเลตของสถาบันมาตรฐานและเทคโนโลยีแห่งชาติ (NIST Traceable Standard) เตรียมจากผลึกโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนตความบริสุทธิ์สูงและน้ำปราศจากไอออนคุณภาพสูง ผ่านกระบวนการกรองแยกตะกอนแมงกานีสไดออกไซด์อย่างสมบูรณ์เพื่อป้องกันการเร่งสลายตัวของสารละลาย มีการควบคุมสารเจือปนประเภทคลอไรด์ ซัลเฟต และโลหะหนักให้อยู่ในระดับต่ำมาก ปราศจากอนุภาคแขวนลอย บรรจุในขวดแก้วสีชาหนาพิเศษทนสารเคมีขนาด 1 ลิตร พร้อมฝาเกลียวปิดผนึกแน่นสนิทป้องกันการระเหยและการสลายตัวจากแสงแดด
- คุณลักษณะทางกายภาพ: ของเหลวใสสีม่วงเข้ม สีม่วงอมแดง หรือสีทึบแสง มีประกายสะท้อนแสงสีทองแดงจางๆ ไม่มีกลิ่น มีความคงตัวดีในภาชนะปิดสนิททึบแสง แต่สามารถสลายตัวอย่างช้าๆ เมื่อสัมผัสแสงแดด ความร้อน และสารอินทรีย์ เกิดเป็นตะกอนสีน้ำตาลของแมงกานีสไดออกไซด์ ไม่ติดไฟ แต่เป็นสารละลายที่มีฤทธิ์ออกซิไดซ์ สารละลายในน้ำมีสภาพเป็นกลางถึงกรดอ่อนจางๆ (ค่าความเป็นกรด-ด่างประมาณ 6.0 ถึง 8.0 ที่อุณหภูมิห้อง) และทำให้เกิดคราบสีน้ำตาลเข้มติดผิวหนังและพื้นผิวสัมผัสอย่างรวดเร็ว
- การละลาย: เป็นสารละลายพร้อมใช้งานในตัวทำละลายน้ำ ผสมเข้าเป็นเนื้อเดียวกับน้ำได้ในทุกสัดส่วน และไม่แนะนำให้ผสมกับตัวทำละลายอินทรีย์เพราะอาจเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันรุนแรง
- การใช้งานในแล็บ:
- ใช้เป็นสารละลายไทแทรนต์มาตรฐาน (Standard Oxidizing Titrant) ในการไทเทรตรีดอกซ์ตามวิธีเปอร์แมงกาโนเมตรี (Permanganometry) ซึ่งสารละลายทำหน้าที่เป็นตัวบอกจุดยุติได้ในตัวเอง (Self-indicator) โดยสารละลายจะเปลี่ยนจากไม่มีสีเป็นสีชมพูอ่อนคงทนที่จุดยุติอย่างคมชัด
- ใช้ในการตรวจวัดหาค่าด่างทับทิมหรือดัชนีเปอร์แมงกาเนต (Permanganate Index / Permanganate Value: PV) ตามวิธีมาตรฐานการตรวจสอบคุณภาพน้ำดื่ม น้ำผิวดิน และน้ำเสีย เพื่อประเมินปริมาณสารอินทรีย์และสารอนินทรีย์ที่ถูกออกซิไดซ์ได้ทั้งหมด
- ใช้ในการวิเคราะห์หาปริมาณไอออนเหล็กสอง (Iron II) ในตัวอย่างสินแร่ โลหะผสม และสารละลายเคมี
- ใช้ในการวิเคราะห์หาปริมาณแคลเซียมทางอ้อม (Indirect determination of calcium) โดยตกตะกอนแคลเซียมเป็นแคลเซียมออกซาเลต ละลายตะกอนด้วยกรดซัลฟิวริก แล้วไทเทรตกรดออกซาลิกที่ได้ด้วยสารละลายโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต
- ใช้ในการวิเคราะห์หาปริมาณไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ ไนไตรต์ และสารประกอบอินทรีย์ไม่อิ่มตัวในงานเคมีวิเคราะห์และควบคุมคุณภาพ
ความปลอดภัยและอันตราย (ข้อควรระวังสำคัญ)
- ระดับอันตราย: อาจทำลายอวัยวะ (ระบบประสาทส่วนกลางและสมอง) จากการสัมผัสเป็นเวลานานหรือซ้ำๆ (May cause damage to organs through prolonged or repeated exposure – STOT RE 2) เป็นพิษร้ายแรงต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำโดยมีผลกระทบระยะยาว (Toxic to aquatic life with long lasting effects – Aquatic Chronic Category 2) อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อดวงตาและผิวหนัง
- ผลกระทบต่อสุขภาพ: หากของเหลวกระเด็นเข้าตาจะทำให้แสบตา เคืองตา ตาแดง เยื่อบุตาอักเสบ น้ำตาไหล และทิ้งคราบสีน้ำตาล การสัมผัสผิวหนังโดยตรงจะทำให้เกิดการระคายเคือง แสบร้อน ผิวแห้งลอก และติดคราบสีน้ำตาลเข้มของแมงกานีสไดออกไซด์บนผิวหนังเป็นเวลานาน การสูดดมละอองสารจะระคายเคืองเยื่อบุระบบทางเดินหายใจ แสบจมูก แสบคอ และไอ อันตรายสะสม: การได้รับสารประกอบแมงกานีสเข้าสู่ร่างกายสะสมเป็นเวลานานอาจส่งผลกระทบต่อระบบประสาทส่วนกลางและสมอง ทำให้เกิดอาการคล้ายพาร์กินสัน (Manganism) เช่น การเคลื่อนไหวช้า กล้ามเนื้อเกร็ง หรือสั่น หากกลืนกินสารเข้าไปจะทำให้ระคายเคืองทางเดินอาหาร แสบร้อนในช่องปาก ลำคอ กระเพาะอาหาร คลื่นไส้ อาเจียน และปวดท้อง
- การปฐมพยาบาล: หากสารเข้าตาให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากไหลผ่านทันทีอย่างน้อย 15 นาที พร้อมถอดคอนแทกต์เลนส์ออกทันทีและรีบพบแพทย์ หากสัมผัสผิวหนังให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทันที (คราบสีน้ำตาลสามารถล้างออกได้ด้วยสารละลายกรดออกซาลิกหรือวิตามินซีเจือจาง) หากสูดดมละอองสารให้ย้ายผู้ป่วยไปที่พื้นที่อากาศบริสุทธิ์ หากกลืนกินเข้าไป ห้ามทำให้อาเจียนเด็ดขาด ให้บ้วนปากด้วยน้ำสะอาด ดื่มน้ำตามปริมาณพอสมควร และรีบนำส่งแพทย์ทันที
การเก็บรักษาและข้อควรระวัง
- การเก็บรักษา: เป็นสารละลายมาตรฐานออกซิไดซ์แรงที่ไวต่อแสง ความร้อน และสารอินทรีย์ (Light-Sensitive & Strong Oxidizing Titrant) เมื่อสัมผัสแสงแดดและความร้อน ความเข้มข้นจะเปลี่ยนแปลงและเกิดตะกอนสีน้ำตาล ต้องเก็บในขวดแก้วสีชาเดิมของ QReC ปิดฝาให้สนิทแน่นหนาตลอดเวลา เก็บในห้องเก็บสารเคมีที่แห้ง สะอาด เย็น และมีการระบายอากาศที่ดี ควบคุมอุณหภูมิห้องให้อยู่ในช่วง 15 ถึง 25 องศาเซลเซียส หลีกเลี่ยงแสงแดดส่องถึงโดยตรงและความร้อน อยู่ห่างจากสารรีดิวซ์รุนแรง สารอินทรีย์ ตัวทำละลายไวไฟ กรดไฮโดรคลอริกเข้มข้น (การผสมกับกรดไฮโดรคลอริกจะปล่อยก๊าซคลอรีนที่เป็นพิษทันที) สารประกอบแอมโมเนียม และไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์เด็ดขาด
- ข้อควรปฏิบัติ: สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ได้แก่ ถุงมือยางไนทริล แว่นตานิรภัยแบบครอบมิด และเสื้อกาวน์ “ข้อแนะนำทางเทคนิค: สารละลายมาตรฐานโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนตควรใช้บิวเรตต์ชนิดแก้วสีชาหรือคลุมบิวเรตต์เพื่อป้องกันแสง และควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับจุกยางหรือสารหล่อลื่นที่เป็นสารอินทรีย์เพื่อป้องกันการสลายตัวของสารละลาย” ปิดฝาขวดให้แน่นสนิททันทีหลังการใช้งาน และห้ามเททิ้งสารละลายเข้มข้นลงท่อน้ำทิ้งโดยตรง









