เททราคลอโรเอทิลีน หรือเปอร์คลอโรเอทิลีน

,

เททราคลอโรเอทิลีน หรือเปอร์คลอโรเอทิลีน

เททราคลอโรเอทิลีน หรือเปอร์คลอโรเอทิลีน

ข้อมูลทั่วไปและคุณภาพ

  • ชื่อผลิตภัณฑ์: เททราคลอโรเอทิลีน (Tetrachloroethylene) หรือ เปอร์คลอโรเอทิลีน (Perchloroethylene หรือ PCE)
  • แบรนด์/ยี่ห้อ: RCI LABSCAN (รหัสสินค้า: LA-AR1198-G2.5L)
  • เกรด: เกรดวิเคราะห์ (AR Grade) ความบริสุทธิ์ของเนื้อสารสูงพิเศษถึง 99.8 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ผลิตและควบคุมสิ่งปนเปื้อนอย่างเข้มงวดภายใต้มาตรฐานสากลของ RCI LABSCAN มีการจำกัดปริมาณคราบความชื้นหรือน้ำ สารตกค้างหลังการระเหย และกรดอิสระให้ต่ำเป็นพิเศษในระดับส่วนในล้านส่วน (ppm) เพื่อรักษาคุณภาพความบริสุทธิ์สูงสุด ป้องกันความคลาดเคลื่อน และไม่รบกวนสัญญาณรบกวนพื้นฐานในงานวิเคราะห์เชิงปริมาณด้วยเครื่องมือวัดขั้นสูง
  • คุณลักษณะทางกายภาพ: ของเหลวใสไม่มีสี ไม่มีความหนืด มีน้ำหนักค่อนข้างหนักมาก (ความหนาแน่นสูงกว่าน้ำชัดเจน โดยจะจมอยู่ด้านล่างสุดของระบบน้ำ) มีกลิ่นฉุนทางเคมีเฉพาะตัวคล้ายกลิ่นคลอโรฟอร์มหรือกลิ่นน้ำยาซักแห้ง ระเหยกลายเป็นไอได้ง่ายที่อุณหภูมิห้อง ไม่ติดไฟและไม่ระเบิดในสภาวะปกติ
  • การละลาย: ละลายในน้ำได้น้อยมาก (ประมาณ 0.015 เปอร์เซ็นต์และแยกชั้นจมอยู่ใต้ระบบน้ำอย่างชัดเจน) แต่สามารถละลายและผสมเข้าเป็นเนื้อเดียวกับตัวทำละลายอินทรีย์ทั่วไป เช่น แอลกอฮอล์ อะซิโตน อีเทอร์ คลอโรฟอร์ม และเฮกเซน ได้ดีเยี่ยมในทุกสัดส่วน
  • การใช้งานในแล็บ: * ใช้เป็นตัวทำละลายหลักในการแยกสกัดสารสำคัญ (Extraction solvent) สำหรับสกัดแยกสารประกอบอินทรีย์ ลิพิด ไขมัน น้ำมัน แว็กซ์ และเรซินที่ไม่ละลายในระบบน้ำในห้องปฏิบัติการวิจัย
    • ใช้เป็นสารสกัดและตัวทำละลายในการเตรียมตัวอย่างเพื่อวิเคราะห์ด้วยเทคนิคสเปกโทรสโกปี เช่น อินฟราเรดสเปกโทรสโกปี (IR Spectroscopy) เนื่องจากไม่มีพันธะไฮโดรเจน-คาร์บอนที่จะรบกวนการดูดกลืนแสงในช่วงคลื่นเฉพาะ
    • ใช้เป็นตัวทำละลายและโมบายเฟสในระบบโครมาโทกราฟีเฉพาะทางสำหรับการแยกสารอินทรีย์
    • ใช้ในแล็บวิจัยสิ่งแวดล้อมสำหรับการวิเคราะห์และทดสอบการปนเปื้อนของสารกลุ่มคลอริเนเต็ดในดินและน้ำ

ความปลอดภัยและอันตราย (ระดับวิกฤตและข้อควรระวังสำคัญ)

  • ระดับอันตราย: เป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ (Carcinogen) มีพิษหากกลืนกินหรือสัมผัสผิวหนัง ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังและดวงตาอย่างรุนแรง อาจทำให้เกิดอาการง่วงซึมหรือเวียนศีรษะ และเป็นพิษร้ายแรงยาวนานต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำ
  • ผลกระทบต่อสุขภาพ: หากของเหลวกระเด็นเข้าตาจะทำให้แสบร้อน ระคายเคือง และตาแดง สัมผัสผิวหนังโดยตรงจะชะล้างไขมันตามธรรมชาติ ทำให้ผิวแห้ง แตก และลอกระคายเคืองรุนแรง (Dermatitis) การสูดดมไอระเหยในปริมาณมากจะกดระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ ง่วงซึม มึนงง และหากสูดดมสะสมระยะยาวส่งผลพิษร้ายแรงต่อตับ ไต และระบบประสาทส่วนกลาง
  • การปฐมพยาบาล: หากเข้าตาหรือสัมผัสผิวหนัง ให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากไหลผ่านทันทีอย่างน้อย 15 นาที พร้อมถอดเสื้อผ้าที่เปื้อนสารออก หากสูดดมไอระเหยเข้าไปจนมึนงง ให้รีบย้ายผู้ป่วยไปที่พื้นที่อากาศบริสุทธิ์ทันทีและนำส่งแพทย์

การเก็บรักษาและข้อควรระวัง

  • การเก็บรักษา: เป็นสารที่ระเหยง่าย ไวต่อแสง และมีพิษสูง ต้องเก็บในภาชนะบรรจุขวดแก้วสีชาดั้งเดิมของ RCI LABSCAN ปิดฝาให้สนิทแน่นหนาตลอดเวลา เก็บในตู้เก็บสารเคมีอันตรายที่แห้ง เย็น มืด และมีการระบายอากาศที่ดีเยี่ยม (อุณหภูมิห้องควบคุมไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส) อยู่ห่างจากด่างแก่รุนแรง โลหะแอคทีฟ เช่น อลูมิเนียม บารีอม ลิเทียม และสารออกซิไดซ์รุนแรงเด็ดขาด
  • ข้อควรปฏิบัติ: ต้องสวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ครบชุดอย่างเข้มงวดที่สุด ได้แก่ ถุงมือกันสารเคมีชนิดหนาพิเศษทนสารกลุ่มคลอรีน แว่นตานิรภัยแบบครอบมิด เสื้อกาวน์ และหน้ากากกรองไอสารเคมีที่มีชั้นกรองสารอินทรีย์ ต้องปฏิบัติงานและเทแบ่งสารภายในตู้ดูดควัน (Fume hood) ตลอดเวลา เพื่อป้องกันการสูดดมไอระเหยสะสม

 

Download MSDS (Thai)

Download MSDS (English)

Download SPEC

Scroll to Top