ไอรอน (II) ซัลเฟต เฮปตะไฮเดรต หรือ จุนสีเขียว หรือ คอปเปอร์ราส หรือ เหล็กซัลเฟต เฮปตะไฮเดรต
ข้อมูลทั่วไปและคุณภาพ
- ชื่อผลิตภัณฑ์: เฟอร์รัสซัลเฟต เฮปตะไฮเดรต 99.5 เปอร์เซ็นต์ (Ferrous sulfate heptahydrate 99.5%) หรือ ไอรอน (II) ซัลเฟต เฮปตะไฮเดรต หรือ จุนสีเขียว (Green vitriol) หรือ คอปเปอร์ราส (Copperas) หรือ เหล็กซัลเฟต เฮปตะไฮเดรต
- แบรนด์/ยี่ห้อ: QReC (รหัสสินค้า: QR-I6007-1-0500)
- เกรด: เกรดวิเคราะห์ความบริสุทธิ์สูง (AR Grade / Analytical Reagent Grade) ความบริสุทธิ์ของเนื้อสารสูงไม่ต่ำกว่า 99.5 เปอร์เซ็นต์ ผลิตและควบคุมกระบวนการตกผลึกอย่างประณีตภายใต้มาตรฐานสากลของ QReC ปราศจากสารป้องกันการจับตัวเป็นก้อน ควบคุมสัดส่วนน้ำผลึกเจ็ดโมเลกุลอย่างแม่นยำ มีการจำกัดปริมาณเหล็กสามเจือปน (Iron III / Ferric iron) ให้อยู่ในเกณฑ์ต่ำมากไม่เกิน 0.1 เปอร์เซ็นต์ จำกัดปริมาณสารที่ไม่ละลายในน้ำให้อยู่ในระดับต่ำมากไม่เกิน 0.005 เปอร์เซ็นต์ ควบคุมสิ่งเจือปนประเภทคลอไรด์ ฟอสเฟต สารประกอบไนโตรเจน แมงกานีส สังกะสี ทองแดง แคลเซียม แมกนีเซียม โซเดียม โพแทสเซียม และโลหะหนักให้อยู่ในระดับต่ำมากระดับส่วนในล้านส่วน (ppm) ผลึกมีความสม่ำเสมอ ละลายน้ำได้ใสกระจ่างสมบูรณ์ ไร้ตะกอนแขวนลอย (เมื่อละลายในน้ำที่มีการเติมกรดซัลฟิวริกเจือจางเล็กน้อย) บรรจุในขวดพลาสติกทนสารเคมีหนาพิเศษพร้อมฝาปิดผนึกแน่นสนิทสองชั้นเพื่อป้องกันความชื้นและอากาศ
- คุณลักษณะทางกายภาพ: ผลึกของแข็งสีเขียวอมฟ้าอ่อน สีเขียวมรกตใส หรือผงผลึกสีเขียวอ่อน ไม่มีกลิ่น มีรสฝาดเค็มแบบโลหะอย่างเด่นชัด ไวต่อออกซิเจนในอากาศชื้น โดยจะสูญเสียน้ำผลึกและถูกออกซิไดซ์อย่างช้าๆ กลายเป็นผงสีน้ำตาลอมเหลืองของเบสิกเฟอร์ริกซัลเฟตที่ผิวผลึก มีจุดหลอมเหลวประมาณ 64 องศาเซลเซียส ไม่ติดไฟ สารละลายในน้ำมีสภาพเป็นกรดอ่อน (ค่าความเป็นกรด-ด่างประมาณ 3.0 ถึง 4.0 สำหรับสารละลายความเข้มข้น 5 เปอร์เซ็นต์ที่อุณหภูมิห้อง) และจะขุ่นมัวอย่างช้าๆ เมื่อสัมผัสอากาศหากไม่มีการปรับสภาวะกรด
- การละลาย: ละลายในน้ำได้ดีมาก (ประมาณ 25 ถึง 29 กรัม ต่อน้ำ 100 มิลลิลิตร ที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส และละลายได้มากกว่า 50 กรัมในน้ำร้อน) โดยทั่วไปในการเตรียมสารละลายในห้องปฏิบัติการควรละลายในน้ำที่เติมกรดซัลฟิวริกเจือจางเพื่อป้องกันการเกิดปฏิกิริยาไฮโดรไลซิสและการออกซิเดชัน ละลายได้ดีในกลีเซอรอล แต่ไม่ละลายในเอทานอล
- การใช้งานในแล็บ:
- ใช้เป็นสารเร่งปฏิกิริยาหลักร่วมกับไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ในการเตรียมรีเอเจนต์เฟนตัน (Fenton’s reagent) เพื่อสร้างอนุมูลไฮดรอกซิลอิสระสำหรับกระบวนการออกซิเดชันขั้นสูง (Advanced Oxidation Processes: AOPs) ในการย่อยสลายสารมลพิษอินทรีย์ตกค้างในน้ำเสียและงานวิจัยสิ่งแวดล้อม
- ใช้เป็นแหล่งธาตุอาหารเหล็กที่ดูดซึมได้ง่ายในอาหารเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช (เช่น MS media โดยมักเตรียมในรูปของคีเลตเหล็ก Fe-EDTA) และอาหารเลี้ยงเชื้อจุลินทรีย์
- ใช้เป็นสารรีดิวซ์ (Reducing agent) ในการสังเคราะห์เคมีอนินทรีย์ เคมีอินทรีย์ และการกำจัดโครเมียมเฮกซะวาเลนต์ (Chromium VI) ในน้ำเสียให้เปลี่ยนเป็นโครเมียมสามที่ไม่เป็นพิษ
- ใช้เป็นสารสร้างโคแอกกูแลนต์ (Coagulant) และสารตกตะกอนขจัดฟอสเฟตในกระบวนการบำบัดน้ำเสียทางเคมี
- ใช้เป็นสารตั้งต้นในการเตรียมเม็ดสีเหล็กออกไซด์ สารมอร์แดนต์ในการย้อมสีสิ่งทอ และการสังเคราะห์สารประกอบเชิงซ้อนของเหล็ก
ความปลอดภัยและอันตราย (ข้อควรระวังสำคัญ)
- ระดับอันตราย: เป็นอันตรายหากกลืนกิน (Harmful if swallowed – Acute Toxicity Oral Category 4) ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง (Causes skin irritation – Skin Irritation Category 2) ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อดวงตาอย่างรุนแรง (Causes serious eye irritation – Eye Irritation Category 2)
- ผลกระทบต่อสุขภาพ: หากผลึกหรือสารละลายเข้าตาจะทำให้แสบตา เคืองตา ตาแดง ปวดตา และน้ำตาไหล การสัมผัสผิวหนังโดยตรงอาจทำให้ผิวแห้ง ระคายเคือง แสบร้อน หรือเกิดผื่นแดง การสูดดมฝุ่นละอองสารจะระคายเคืองเยื่อบุระบบทางเดินหายใจ แสบจมูก แสบคอ และไอ อันตรายระดับวิกฤตจากการกลืนกิน: การกลืนกินสารเข้าไปในปริมาณมากจะทำให้เกิดภาวะพิษจากธาตุเหล็กเฉียบพลัน (Acute iron toxicity) ซึ่งกัดทำลายเยื่อบุกระเพาะอาหารและลำไส้อย่างรุนแรง ทำให้ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียนเป็นเลือด อุจจาระมีสีดำเข้ม ท้องร่วง ความดันโลหิตลดลง ช็อก เกิดภาวะเลือดเป็นกรด และอาจเกิดภาวะตับวายและเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะในเด็ก
- การปฐมพยาบาล: หากสารเข้าตาให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากไหลผ่านทันทีอย่างน้อย 15 นาที พร้อมถอดคอนแทกต์เลนส์ออกทันที หากสัมผัสผิวหนังให้ล้างด้วยน้ำสะอาดและสบู่ หากสูดดมฝุ่นสารให้ย้ายผู้ป่วยไปที่พื้นที่อากาศบริสุทธิ์ หากกลืนกินเข้าไป ห้ามทำให้อาเจียนเด็ดขาด ให้บ้วนปากด้วยน้ำสะอาด ดื่มน้ำสะอาดตามปริมาณพอสมควร และรีบนำส่งแพทย์ฉุกเฉินทันทีพร้อมแจ้งว่าได้รับสารประกอบเหล็กเพื่อพิจารณาให้ยาขับเหล็ก (เช่น ดีเฟอร์รอกซามีน)
การเก็บรักษาและข้อควรระวัง
- การเก็บรักษา: เป็นเกลือเหล็กสองที่ไวต่ออากาศชื้น แสงแดด และความร้อน (Air & Moisture-Sensitive Ferrous Salt) หากสัมผัสอากาศชื้นจะถูกออกซิไดซ์กลายเป็นผงสีน้ำตาลอมเหลืองอย่างรวดเร็ว ต้องเก็บในภาชนะบรรจุเดิมของ QReC ปิดฝาให้สนิทแน่นหนาตลอดเวลา เก็บในห้องเก็บสารเคมีที่แห้งสนิท เย็น สะอาด และมีการระบายอากาศที่ดี (อุณหภูมิห้องปกติไม่เกิน 25 ถึง 30 องศาเซลเซียส) หลีกเลี่ยงความชื้น แสงแดดส่องถึงโดยตรง และความร้อน อยู่ห่างจากสารออกซิไดซ์รุนแรง (เช่น สารประกอบเปอร์คลอเรต ด่างทับทิม ไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ กรดไนทริก) และด่างแก่เข้มข้น (จะทำให้ตกตะกอนเหล็กไฮดรอกไซด์ทันที) เด็ดขาด
- ข้อควรปฏิบัติ: สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ทั่วไป ได้แก่ ถุงมือยาง แว่นตานิรภัย และเสื้อกาวน์ “ข้อแนะนำทางเทคนิค: ในการเตรียมสารละลายสำหรับงานวิเคราะห์ ควรใช้น้ำต้มสุกที่ไล่ออกซิเจนและเติมกรดซัลฟิวริกเข้มข้นหยดเล็กน้อยลงในน้ำก่อนละลายผลึก เพื่อป้องกันการเกิดตะกอนขุ่นของเหล็กสาม” ปิดฝาขวดให้แน่นสนิททันทีหลังการตักใช้งาน และหลีกเลี่ยงการทำให้เกิดฝุ่นฟุ้งกระจายขณะตักชั่งสาร







