เลด (II) คาร์บอเนต หรือ ตะกั่วคาร์บอเนต หรือ ไวต์เลด หรือ พลัมบัสคาร์บอเนต
ข้อมูลทั่วไปและคุณภาพ
- ชื่อผลิตภัณฑ์: เลด (II) คาร์บอเนต (Lead (II) carbonate) หรือ ตะกั่วคาร์บอเนต หรือ ไวต์เลด (White lead) หรือ พลัมบัสคาร์บอเนต
- แบรนด์/ยี่ห้อ: QReC (รหัสสินค้า: QR-L2010-3-0500)
- เกรด: เกรดบริสุทธิ์พิเศษ (Extra Pure Grade) ความบริสุทธิ์ของเนื้อสารสูงไม่ต่ำกว่า 98.0 เปอร์เซ็นต์ ผลิตและควบคุมกระบวนการสังเคราะห์อย่างเข้มงวดภายใต้ข้อกำหนดสากลของ QReC มีการควบคุมสัดส่วนปริมาณเนื้อสารตะกั่วให้มีความสม่ำเสมอ จำกัดสิ่งเจือปนประเภทคลอไรด์ ซัลเฟต ไนเตรต สารที่ไม่ละลายในกรดแอซีติกเจือจาง และควบคุมโลหะเจือปนชนิดอื่น (เช่น เหล็ก ทองแดง สังกะสี แคลเซียม แมกนีเซียม สารหนู) ให้อยู่ในเกณฑ์ต่ำมากระดับส่วนในล้านส่วน (ppm) ผงสารมีความละเอียด แห้ง สม่ำเสมอ ละลายได้สมบูรณ์ในกรดเจือจางโดยไม่ทิ้งกากตะกอน บรรจุในขวดพลาสติกทนสารเคมีหนาพิเศษพร้อมฝาปิดผนึกแน่นสนิทเพื่อความปลอดภัย ป้องกันการรั่วไหลและการแพร่กระจายของฝุ่นสารโลหะหนัก
- คุณลักษณะทางกายภาพ: ผงละเอียดสีขาว หรือผลึกขนาดเล็กสีขาว หนักและมีความหนาแน่นสูง ไม่มีกลิ่น มีความคงตัวดีในอากาศปกติ สลายตัวด้วยความร้อนสูงโดยปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และให้ตะกั่วออกไซด์สีเหลือง ไม่ติดไฟ และไม่ละลายน้ำ
- การละลาย: แทบไม่ละลายในน้ำ (น้อยกว่า 0.0001 กรัม ต่อน้ำ 100 มิลลิลิตร ที่อุณหภูมิห้อง) และไม่ละลายในแอลกอฮอล์ แต่สามารถละลายได้ดีในสารละลายกรด เช่น กรดไนตริกเจือจาง และกรดแอซีติกเจือจาง (เกิดฟองก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ฟู่และให้สารละลายเกลือตะกั่วที่ละลายน้ำได้) ละลายได้ในสารละลายด่างแก่เข้มข้นร้อน
- การใช้งานในแล็บ: * ใช้เป็นสารตั้งต้นหลักในการเตรียมเกลือตะกั่วความบริสุทธิ์สูงชนิดต่างๆ (เช่น เลดไนเตรต เลดแอซีเตต เลดคลอไรด์) สำหรับงานสังเคราะห์เคมีอนินทรีย์และการวิจัย
- ใช้เป็นสารตัวเร่งปฏิกิริยาและสารเคมีทดสอบในงานเคมีอินทรีย์และการสังเคราะห์พอลิเมอร์ เช่น การเตรียมโฟโตพอลิเมอร์และตัวเร่งปฏิกิริยาเอสเทอริฟิเคชัน
- ใช้ในการวิจัยวัสดุศาสตร์สำหรับการสังเคราะห์วัสดุเซรามิกส์อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เพียโซอิเล็กทริกเซรามิกส์ (PZT) และแก้วทนรังสีเอกซ์
- ใช้เป็นสารมาตรฐานและสารอ้างอิงในการพัฒนาและทดสอบวิธีวิเคราะห์ปริมาณโลหะหนักตะกั่วในงานสิ่งแวดล้อม
- ใช้ในงานอนุรักษ์จิตรกรรม งานวิจัยโบราณคดีเชิงวิทยาศาสตร์ และการศึกษาประวัติศาสตร์ของเม็ดสีขาวโบราณ (White lead pigment)
ความปลอดภัยและอันตราย (ระดับวิกฤตสูงสุดและข้อควรระวังสำคัญ)
- ระดับอันตราย: อาจเกิดอันตรายต่อความสามารถในการเจริญพันธุ์ หรือทารกในครรภ์ (May damage fertility or the unborn child – Toxic to Reproduction Category 1A) สงสัยว่าอาจก่อให้เกิดมะเร็ง (Suspected of causing cancer) เป็นอันตรายถึงชีวิตหรือทำลายอวัยวะ (ระบบประสาทส่วนกลาง สมอง ไต เลือด และหลอดเลือด) จากการสัมผัสเป็นเวลานานหรือซ้ำๆ (Causes damage to organs through prolonged or repeated exposure) เป็นอันตรายหากกลืนกินหรือสูดดม (Harmful if swallowed or inhaled) และ เป็นพิษร้ายแรงยิ่งยวดต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำโดยมีผลกระทบระยะยาว (Very toxic to aquatic life with long lasting effects)
- ผลกระทบต่อสุขภาพ: ตะกั่วเป็นสารพิษสะสมที่ร่างกายขับออกได้ช้ามาก (Cumulative metabolic poison) หากฝุ่นสารเข้าตาจะทำให้แสบตา เคืองตา ตาแดง และน้ำตาไหล การสัมผัสผิวหนังโดยตรงอาจทำให้ระคายเคืองจางๆ การสูดดมฝุ่นละอองสารจะระคายเคืองทางเดินหายใจ และถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็ว อันตรายสะสมระดับวิกฤต: ตะกั่วจะเข้าแทนที่แคลเซียมและทำลายระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้สูญเสียความจำ กล้ามเนื้ออ่อนแรง อาการสั่น การทำงานของสมองถดถอย ทำลายระบบสร้างเม็ดเลือดทำให้เกิดภาวะโลหิตจางรุนแรง ทำลายไตจนเกิดไตวายเรื้อรัง และส่งผลให้เป็นหมันหรือแท้งบุตร หากกลืนกินสารเข้าไปเฉียบพลันจะทำให้มีรสโลหะฝาดในปาก ปวดท้องรุนแรงแบบบิดเกร็ง (Lead colic) คลื่นไส้ อาเจียน ท้องผูกสลับท้องร่วง ความดันโลหิตสูง ชัก และหมดสติ
- การปฐมพยาบาล: หากสารเข้าตาให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากไหลผ่านทันทีอย่างน้อย 15 นาที พร้อมถอดคอนแทกต์เลนส์ออกทันที หากสัมผัสผิวหนังให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทันที หากสูดดมฝุ่นสารให้ย้ายผู้ป่วยไปที่พื้นที่อากาศบริสุทธิ์ทันที หากกลืนกินเข้าไปให้บ้วนปากด้วยน้ำสะอาด ดื่มน้ำตามปริมาณพอสมควร และรีบนำส่งแพทย์ฉุกเฉินทันทีพร้อมแจ้งข้อมูลสารพิษตะกั่วเพื่อพิจารณาการรักษาด้วยยาขับโลหะหนัก (Chelation therapy)
การเก็บรักษาและข้อควรระวัง
- การเก็บรักษา: เป็นสารประกอบโลหะหนักที่มีพิษสะสมร้ายแรงและเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม (Cumulative Heavy Metal Poison & Environmental Hazard) ต้องจัดเก็บในภาชนะบรรจุเดิมของ QReC ปิดฝาให้สนิทแน่นหนาตลอดเวลา เก็บในตู้เก็บสารเคมีอันตรายเฉพาะที่ปิดล็อกได้ (Locked chemical storage) ในห้องที่แห้ง สะอาด เย็น และมีการระบายอากาศที่ดี (อุณหภูมิห้องปกติไม่เกิน 25 ถึง 30 องศาเซลเซียส) อยู่ห่างจากกรดแก่ (จะเกิดปฏิกิริยาให้เกลือตะกั่วที่ละลายน้ำได้ง่ายขึ้นและปล่อยก๊าซ) สารออกซิไดซ์รุนแรง และอาหาร/เครื่องดื่มเด็ดขาด
- ข้อควรปฏิบัติ: ต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ครบชุดอย่างเข้มงวด ได้แก่ ถุงมือยางไนทริล แว่นตานิรภัยแบบครอบมิด หน้ากากป้องกันฝุ่นละอองสารเคมีและไอโลหะมาตรฐานสูง (HEPA / P100) และเสื้อกาวน์ “ต้องตัก ชั่ง และใช้งานผงสารภายในตู้ดูดควัน (Fume hood) ตลอดเวลาเด็ดขาด เพื่อป้องกันการฟุ้งกระจายและการสูดดมฝุ่นตะกั่วสะสม ห้ามรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำในพื้นที่ปฏิบัติงาน และสตรีมีครรภ์ต้องห้ามสัมผัสสารนี้โดยเด็ดขาด” ห้ามทิ้งสารละลายหรือกากของเสียลงท่อระบายน้ำทิ้ง ต้องรวบรวมทิ้งเป็นขยะสารพิษโลหะหนักตามกฎหมาย









