เลด (II) ไนเตรต 99.5 เปอร์เซ็นต์ หรือ ตะกั่วไนเตรต หรือ พลัมบัสไนเตรต หรือ ไดเลดไดไนเตรต หรือ กรดไนทริกเลด (II) ซอลต์
ข้อมูลทั่วไปและคุณภาพ
- ชื่อผลิตภัณฑ์: เลด (II) ไนเตรต 99.5 เปอร์เซ็นต์ (Lead (II) nitrate 99.5%) หรือ ตะกั่วไนเตรต หรือ พลัมบัสไนเตรต หรือ ไดเลดไดไนเตรต หรือ กรดไนทริกเลด (II) ซอลต์
- แบรนด์/ยี่ห้อ: QReC (รหัสสินค้า: QR-L2019-1-0500)
- เกรด: เกรดวิเคราะห์ความบริสุทธิ์สูง (AR Grade / Analytical Reagent Grade) ความบริสุทธิ์ของเนื้อสารสูงไม่ต่ำกว่า 99.5 เปอร์เซ็นต์ ผลิตและควบคุมกระบวนการตกผลึกอย่างเข้มงวดภายใต้มาตรฐานสากลของ QReC มีการควบคุมสัดส่วนโมเลกุลและความบริสุทธิ์ของเนื้อสารตะกั่วอย่างแม่นยำ มีการจำกัดปริมาณสารที่ไม่ละลายในน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ต่ำมากไม่เกิน 0.005 เปอร์เซ็นต์ ควบคุมสิ่งเจือปนประเภทคลอไรด์ ซัลเฟต สารประกอบแอมโมเนียม และโลหะหนักเจือปนชนิดอื่น (เช่น เหล็ก ทองแดง สังกะสี แคลเซียม แมกนีเซียม โซเดียม โพแทสเซียม สารหนู) ให้อยู่ในเกณฑ์ต่ำมากระดับส่วนในล้านส่วน (ppm) ผลึกมีความแห้งสนิท สม่ำเสมอ ละลายน้ำได้ใสกระจ่างสมบูรณ์ ไร้สี ไร้ตะกอนแขวนลอย บรรจุในขวดพลาสติกทนสารเคมีหนาพิเศษพร้อมฝาปิดผนึกแน่นสนิทเพื่อความปลอดภัย ป้องกันการรั่วไหลและการแพร่กระจายของสารโลหะหนัก
- คุณลักษณะทางกายภาพ: ผลึกของแข็งไม่มีสี หรือผงผลึกสีขาวละเอียด หนักและมีความหนาแน่นสูง ไม่มีกลิ่น มีความคงตัวดีในอากาศปกติ สารตัวมันเองไม่ติดไฟแต่เป็น สารออกซิไดซ์ (Oxidizing solid) ที่สามารถเร่งการลุกไหม้ของสารติดไฟได้อย่างรวดเร็ว เมื่อได้รับความร้อนสูงจะสลายตัวและแตกกระจายพร้อมเสียงเปรี๊ยะ (Decrepitation) โดยปลดปล่อยก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์สีน้ำตาลอมแดงที่เป็นพิษรุนแรงและออกซิเจน พร้อมทิ้งสารตกค้างสีเหลืองของเลด (II) ออกไซด์ สารละลายในน้ำมีสภาพเป็นกรดอ่อน (ค่าความเป็นกรด-ด่างประมาณ 3.5 ถึง 4.5 สำหรับสารละลายความเข้มข้น 5 เปอร์เซ็นต์ที่อุณหภูมิห้อง)
- การละลาย: ละลายในน้ำได้ดีมาก (ประมาณ 52 ถึง 54 กรัม ต่อน้ำ 100 มิลลิลิตร ที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส โดย การละลายน้ำจะเป็นกระบวนการดูดความร้อนอย่างเด่นชัด และความสามารถในการละลายจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลในน้ำร้อน ละลายได้มากกว่า 125 กรัมในน้ำเดือด) ละลายได้ดีมากในสารละลายด่างและกลีเซอรอล ละลายได้เล็กน้อยในเอทานอล เมทานอล แต่ไม่ละลายในกรดไนทริกเข้มข้น (กรดไนทริกจะทำให้เลดไนเตรตตกตะกอนออกมาเนื่องจากปรากฏการณ์ไอออนร่วม)
- การใช้งานในแล็บ: * ใช้เป็นสารตั้งต้นหลักความบริสุทธิ์สูงที่ละลายน้ำได้ในการสังเคราะห์สารประกอบและเกลือตะกั่วชนิดต่างๆ (เช่น เลดเฮไลด์ เลดคาร์บอเนต เลดโครเมต เลดซัลเฟต) ในงานสังเคราะห์เคมีอนินทรีย์
- ใช้เป็นสารตั้งต้นสำคัญในการสังเคราะห์วัสดุดูดกลืนแสงกลุ่มเพอรอฟสไกต์ (Lead halide perovskites) สำหรับการวิจัยเซลล์แสงอาทิตย์ประสิทธิภาพสูง (Perovskite solar cells) และไดโอดเปล่งแสง (LEDs) ในงานวิจัยวัสดุศาสตร์ขั้นสูง
- ใช้เป็นรีเอเจนต์และสารมาตรฐานในการไทเทรตแบบตกตะกอน (Precipitation titration) และการไทเทรตแบบคอมเพล็กโซเมทรีเพื่อวิเคราะห์หาปริมาณซัลเฟต ฟอสเฟต และเฮไลด์
- ใช้เป็นสารมอร์แดนต์ (Mordant) ในการย้อมสีสิ่งทอ และใช้เป็นสารช่วยเพิ่มความคมชัดในการย้อมสีตัดกัน (Contrast stain) สำหรับการเตรียมตัวอย่างตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน (Electron microscopy) ในงานชีววิทยา
- ใช้เป็นสารปรับสภาพและสารออกซิไดซ์ในงานเคมีอินทรีย์และการสังเคราะห์พอลิเมอร์ และเป็นสารควบคุมในกระบวนการสกัดทองคำและโลหะมีค่าด้วยวิธีไซยาไนเดชัน
ความปลอดภัยและอันตราย (ระดับวิกฤตสูงสุดและข้อควรระวังสำคัญ)
- ระดับอันตราย: อาจเร่งการลุกไหม้ เป็นสารออกซิไดซ์ (May intensify fire; oxidizer – Oxidizing Solid Category 2) อาจเกิดอันตรายต่อความสามารถในการเจริญพันธุ์ หรือทารกในครรภ์ (May damage fertility or the unborn child – Toxic to Reproduction Category 1A) สงสัยว่าอาจก่อให้เกิดมะเร็ง (Suspected of causing cancer – Carcinogenicity Category 2) เป็นอันตรายถึงชีวิตหรือทำลายอวัยวะ (ระบบประสาทส่วนกลาง สมอง ไต เลือด และหลอดเลือด) จากการสัมผัสเป็นเวลานานหรือซ้ำๆ (Causes damage to organs through prolonged or repeated exposure) เป็นอันตรายหากกลืนกินหรือสูดดม (Harmful if swallowed or inhaled) ก่อให้เกิดการทำลายดวงตาอย่างรุนแรง (Causes serious eye damage) และ เป็นพิษร้ายแรงยิ่งยวดต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำโดยมีผลกระทบระยะยาว (Very toxic to aquatic life with long lasting effects)
- ผลกระทบต่อสุขภาพ: ตะกั่วเป็นสารพิษสะสมที่ร่างกายขับออกได้ช้ามาก หากผลึกหรือสารละลายเข้าตาจะทำให้แสบตาอย่างรุนแรง ระคายเคือง ตาแดง เยื่อบุตาอักเสบ และเสี่ยงต่อการทำลายกระจกตา การสัมผัสผิวหนังโดยตรงอาจทำให้ผิวแห้ง ระคายเคือง หรือเกิดการอักเสบ (หากมีบาดแผลเปิด สารจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็ว) การสูดดมฝุ่นละอองหรือไอสารจะกัดระคายเคืองทางเดินหายใจ และถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายทันที อันตรายสะสมระดับวิกฤต: ทำลายระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้สูญเสียความจำ อ่อนเพลียเรื้อรัง กล้ามเนื้ออ่อนแรง อาการสั่น การทำงานของสมองและสติปัญญาถดถอย ทำลายระบบสร้างเม็ดเลือดทำให้เกิดภาวะโลหิตจางรุนแรง ทำลายไตจนไตวายเรื้อรัง และส่งผลกระทบรุนแรงต่อระบบสืบพันธุ์ ทำให้เป็นหมัน แท้งบุตร หรือทารกพิการแต่กำเนิด หากกลืนกินเข้าไปเฉียบพลันจะทำให้มีรสโลหะฝาดในปาก ปวดท้องรุนแรงแบบบิดเกร็ง (Lead colic) คลื่นไส้ อาเจียน ท้องผูกสลับท้องร่วง ความดันโลหิตสูง ชัก หมดสติ และอาจถึงแก่ชีวิตได้
- การปฐมพยาบาล: หากสารเข้าตาให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากไหลผ่านทันทีอย่างน้อย 15 ถึง 20 นาที พร้อมถอดคอนแทกต์เลนส์ออกทันทีและรีบพบแพทย์ หากสัมผัสผิวหนังให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทันที หากสูดดมฝุ่นสารให้ย้ายผู้ป่วยไปที่พื้นที่อากาศบริสุทธิ์ทันที หากกลืนกินเข้าไปให้บ้วนปากด้วยน้ำสะอาด ดื่มน้ำผสมโซเดียมซัลเฟตหรือแมกนีเซียมซัลเฟตเจือจาง (เพื่อช่วยเปลี่ยนไอออนตะกั่วเป็นตะกอนเลดซัลเฟตที่ไม่ละลายน้ำ) และรีบนำส่งแพทย์ฉุกเฉินทันทีพร้อมแจ้งข้อมูลสารพิษตะกั่วเพื่อพิจารณาการรักษาด้วยยาขับโลหะหนัก
การเก็บรักษาและข้อควรระวัง
- การเก็บรักษา: เป็นสารออกซิไดซ์ สารประกอบโลหะหนักที่มีพิษสะสมร้ายแรง และเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม (Oxidizer, Cumulative Heavy Metal Poison & Environmental Hazard) ต้องเก็บในภาชนะบรรจุเดิมของ QReC ปิดฝาให้สนิทแน่นหนาตลอดเวลา เก็บในตู้เก็บสารเคมีอันตรายเฉพาะที่มีกุญแจล็อกได้ (Locked chemical storage) ในห้องที่แห้ง สะอาด เย็น และมีการระบายอากาศที่ดีเยี่ยม (อุณหภูมิห้องปกติไม่เกิน 25 องศาเซลเซียส) หลีกเลี่ยงความร้อนสูง แสงแดดจัด และความชื้น ต้องแยกเก็บต่างหากเด็ดขาด อยู่ห่างจากสารเคมีอินทรีย์ ตัวทำละลายไวไฟ สารรีดิวซ์รุนแรง ผงโลหะ กำมะถัน ฟอสฟอรัส กรดแก่ สารประกอบแอมโมเนียม และอาหาร/เครื่องดื่มเด็ดขาด
- ข้อควรปฏิบัติ: ต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ครบชุดอย่างเข้มงวด ได้แก่ ถุงมือยางไนทริล แว่นตานิรภัยแบบครอบมิด หน้ากากป้องกันฝุ่นละอองสารเคมีและไอโลหะมาตรฐานสูง (HEPA / P100) และเสื้อกาวน์ “ต้องตัก ชั่ง และใช้งานผงสารภายในตู้ดูดควัน (Fume hood) ตลอดเวลาเด็ดขาด เพื่อป้องกันการฟุ้งกระจายและการสูดดมฝุ่นตะกั่วสะสม ห้ามรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำในพื้นที่ปฏิบัติงาน และสตรีมีครรภ์ต้องห้ามสัมผัสสารนี้โดยเด็ดขาด” ห้ามทิ้งสารละลายหรือกากของเสียลงท่อน้ำทิ้งโดยตรง ต้องรวบรวมทิ้งเป็นขยะสารพิษโลหะหนักตามกฎหมาย











