เอ็น-บิวทิล อะซิเตต หรือบิวทิล อะซิเตต

,

เอ็น-บิวทิล อะซิเตต หรือบิวทิล อะซิเตต

เอ็น-บิวทิล อะซิเตต หรือบิวทิล อะซิเตต

ข้อมูลทั่วไปและคุณภาพ

  • ชื่อผลิตภัณฑ์: เอ็น-บิวทิล อะซิเตต (n-Butyl acetate) หรือ บิวทิล อะซิเตต (Butyl acetate)
  • แบรนด์/ยี่ห้อ: Kemaus (รหัสสินค้า: KA-109)
  • เกรด: เกรดห้องปฏิบัติการ (Laboratory Grade หรือ Lab Grade) แต่มีความบริสุทธิ์สูงพิเศษถึง 99.5 เปอร์เซ็นต์ ผลิตและควบคุมมาตรฐานโดย Kemaus เนื้อสารมีความสม่ำเสมอและประสิทธิภาพคงที่ เหมาะสำหรับการใช้เป็นตัวทำละลายในงานสกัดสาร การล้างทำความสะอาดอุปกรณ์เฉพาะทาง และงานวิจัยพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
  • คุณลักษณะทางกายภาพ: ของเหลวใสไม่มีสี มีกลิ่นหอมหวานคล้ายผลไม้หรือกล้วยหอมค่อนข้างชัดเจน ระเหยได้ปานกลางถึงเร็ว
  • การละลาย: ละลายในน้ำได้น้อยมาก (แยกชั้นชัดเจน) แต่สามารถผสมเข้าเป็นเนื้อเดียวกับตัวทำละลายอินทรีย์ส่วนใหญ่ได้ดีเยี่ยม เช่น แอลกอฮอล์ อีเทอร์ และน้ำมัน
  • การใช้งานในแล็บ: * ใช้เป็นตัวทำละลายอินทรีย์ (Organic solvent) หลักในแล็บวิจัยสูตรผลิตภัณฑ์เพื่อละลายเรซิน ไนโตรเซลลูโลส พอลิเมอร์ ไขมัน และน้ำมัน
    • ใช้เป็นสารสกัด (Extraction solvent) สำหรับแยกสารสำคัญหรือสารอินทรีย์ในขั้นตอนการเตรียมตัวอย่าง
    • ใช้เป็นสารทำความสะอาด คราบไขมัน คราบกาว และล้างชิ้นส่วนอุปกรณ์สเปกโทรสโกปีบางประเภท

ความปลอดภัยและอันตราย (ข้อควรระวังสำคัญ)

  • ระดับอันตราย: ของเหลวและไอระเหยไวไฟ (Flammable liquid and vapor) และอาทำให้เกิดอาการมึนงงหรือเวียนศีรษะได้
  • ผลกระทบต่อสุขภาพ: หากสูดดมไอระเหยสะสมในปริมาณมากอาจทำให้ระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจส่วนบน ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ มึนงง หรือเกิดอาการง่วงซึม สารสัมผัสผิวหนังโดยตรงเป็นเวลานานจะชะล้างไขมันตามธรรมชาติทำให้ผิวแห้งหรือแตก การกระเด็นเข้าตาอาจทำให้เกิดการระคายเคืองและตาแดงชั่วคราว
  • การปฐมพยาบาล: หากเข้าตาหรือสัมผัสผิวหนัง ให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากทันทีอย่างน้อย 15 นาที หากสูดดมไอระเหยเข้าไปมากให้ย้ายผู้ป่วยไปที่พื้นที่อากาศบริสุทธิ์ทันที

การเก็บรักษาและข้อควรระวัง

  • การเก็บรักษา: เป็นสารไวไฟ ต้องเก็บในภาชนะบรรจุขวดแก้วดั้งเดิมของ Kemaus ที่ปิดฝาแน่นหนาสนิทตลอดเวลา เก็บในตู้เก็บสารไวไฟ (Flammable cabinet) ในห้องที่แห้ง เย็น และมีการระบายอากาศที่ดี (อุณหภูมิห้องปกติไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส) อยู่ห่างจากเปลวไฟ ประกายไฟ ความร้อนสูง แสงแดดจัด และสารออกซิไดซ์รุนแรง
  • ข้อควรปฏิบัติ: สวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ได้แก่ ถุงมือกันสารเคมี แว่นตานิรภัย และเสื้อกาวน์ ควรปฏิบัติงานภายใต้ตู้ดูดควัน (Fume hood) เพื่อป้องกันการสูดดมกลิ่นและไอระเหยสะสมในห้องปฏิบัติการ
Scroll to Top