เอ็น-เฮกเซน
ข้อมูลทั่วไปและคุณภาพ
- ชื่อผลิตภัณฑ์: เอ็น-เฮกเซน (n-Hexane)
- แบรนด์/ยี่ห้อ: Kemaus (รหัสสินค้า: KA-2508)
- เกรด: เกรดวิเคราะห์ (AR Grade) ความบริสุทธิ์ของสารประกอบสายตรงไอโซเมอร์สูงถึง 95 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ควบคุมคุณภาพการผลิตอย่างเข้มงวดตามมาตรฐานของ Kemaus มีการจำกัดปริมาณสารตกค้างหลังการระเหย (Non-volatile matter) และปริมาณความชื้นให้ต่ำเป็นพิเศษตามมาตรฐานเกรดวิเคราะห์ เพื่อป้องกันสิ่งปนเปื้อนรบกวนผลการทดสอบ
- คุณลักษณะทางกายภาพ: ของเหลวใสไม่มีสี ไม่มีความหนืด มีกลิ่นคล้ายน้ำมันเบนซินอ่อนๆ เฉพาะตัว ระเหยกลายเป็นไอได้เร็วมากที่อุณหภูมิห้อง
- การละลาย: ไม่ละลายในน้ำอย่างเด็ดขาด (แยกชั้นชัดเจน) แต่สามารถผสมเข้าเป็นเนื้อเดียวกับตัวทำละลายอินทรีย์อื่นๆ ได้ดีเยี่ยม เช่น อีเทอร์ แอลกอฮอล์ และคลอโรฟอร์ม
- การใช้งานในแล็บ: * ใช้เป็นตัวทำละลายไม่มีขั้ว (Non-polar solvent) หลักในการสกัดสารสำคัญ เช่น สกัดไขมันและน้ำมัน (Fat & Oil extraction) จากตัวอย่างพืช สัตว์ หรืออาหาร
- ใช้ในการเตรียมส่วนผสมของสารละลายสำหรับการแยกสารด้วยเทคนิคโครมาโทกราฟี เช่น เป็นตัวทำละลายเคลื่อนที่ (Mobile phase) สำหรับเครื่องวัดระดับสูง
- ใช้เป็นตัวกลางในการทำปฏิกิริยาสังเคราะห์เคมีอินทรีย์และการล้างทำความสะอาดคราบไขมันบนอุปกรณ์แล็บเฉพาะทาง
ความปลอดภัยและอันตราย (ระดับวิกฤตและข้อควรระวังสำคัญ)
- ระดับอันตราย: ของเหลวและไอระเหยไวไฟสูงมาก (Highly flammable liquid and vapor) และจัดเป็นสารที่มีพิษต่อระบบประสาทและระบบสืบพันธุ์
- ผลกระทบต่อสุขภาพ: หากสูดดมไอระเหยสะสมเป็นเวลานานจะทำลายระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้เกิดอาการมึนงง เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย หรืออาจหมดสติได้ และอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ การสัมผัสผิวหนังโดยตรงจะทำให้ผิวแห้ง ลอก และระคายเคืองเนื่องจากสารจะชะล้างไขมันตามธรรมชาติบนผิวออกไป
- อันตรายต่อสิ่งแวดล้อม: เป็นพิษร้ายแรงต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำและมีผลกระทบระยะยาว ห้ามเททิ้งลงท่อน้ำสาธารณะโดยเด็ดขาด
- การปฐมพยาบาล: หากเข้าตาหรือสัมผัสผิวหนัง ให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากทันทีอย่างน้อย 15 นาที หากสูดดมไอระเหยเข้าไปมากให้รีบย้ายผู้ป่วยไปที่พื้นที่อากาศบริสุทธิ์ทันที
การเก็บรักษาและข้อควรระวัง
- การเก็บรักษา: เป็นสารไวไฟสูงและระเหยง่ายมาก ต้องเก็บในภาชนะบรรจุขวดแก้วดั้งเดิมของ Kemaus ที่ปิดฝาแน่นหนาสนิทตลอดเวลา เก็บในตู้เก็บสารไวไฟ (Flammable cabinet) ในห้องที่แห้ง เย็น และมีการระบายอากาศที่ดีเยี่ยม (อุณหภูมิห้องไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส) อยู่ห่างจากเปลวไฟ ประกายไฟ ความร้อนสูง แสงแดดจัด และสารออกซิไดซ์รุนแรง
- ข้อควรปฏิบัติ: ต้องสวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) เสมอ ได้แก่ ถุงมือกันสารเคมีชนิดไนไตรล์ (Nitrile) แว่นตานิรภัย และเสื้อกาวน์ ต้องปฏิบัติงานภายใต้ตู้ดูดควัน (Fume hood) ตลอดเวลา เพื่อป้องกันการสูดดมไอระเหยสะสมและป้องกันอันตรายจากประกายไฟไฟฟ้าสถิต









