เอ็น-เฮกเซน

,

เอ็น-เฮกเซน

เอ็น-เฮกเซน 99 เปอร์เซ็นต์ หรือ นอร์มัลเฮกเซน หรือ เฮกเซนสายตรง

ข้อมูลทั่วไปและคุณภาพ

  • ชื่อผลิตภัณฑ์: เอ็น-เฮกเซน 99 เปอร์เซ็นต์ (n-Hexane 99%) หรือ นอร์มัลเฮกเซน หรือ เฮกเซนสายตรง (Normal hexane)
  • แบรนด์/ยี่ห้อ: QReC (รหัสสินค้า: QR-N3057-1-2501)
  • เกรด: เกรดวิเคราะห์ (AR Grade / Analytical Reagent Grade) มีความบริสุทธิ์ของไอโซเมอร์สายตรง (n-Hexane isomer) สูงไม่ต่ำกว่า 99.0 เปอร์เซ็นต์ (เหนือกว่าเกรดเฮกเซนผสมไอโซเมอร์ทั่วไปอย่างชัดเจน) ผลิตและควบคุมการกลั่นแยกส่วนอย่างเข้มงวดภายใต้มาตรฐานสากลของ QReC มีการจำกัดปริมาณสารตกค้างหลังการระเหยแห้งให้อยู่ในระดับต่ำมากเป็นพิเศษ (ไม่เกิน 0.001 เปอร์เซ็นต์) ควบคุมปริมาณน้ำหรือความชื้น สารประกอบอะโรมาติก (เช่น เบนซีน) กรดอิสระ สารประกอบกำมะถัน และโลหะหนักให้อยู่ในระดับต่ำมากระดับส่วนในล้านส่วน (ppm) ให้ตัวทำละลายที่ใสบริสุทธิ์ ปราศจากฟิล์มไขมันตกค้าง มีค่าการดูดกลืนแสงยูวีต่ำมาก เหมาะสำหรับงานวิเคราะห์ขั้นสูง บรรจุในขวดแก้วสีชาหนาพิเศษเพื่อความปลอดภัย ป้องกันแสง และลดการสะสมไฟฟ้าสถิต
  • คุณลักษณะทางกายภาพ: ของเหลวใสไม่มีสี ไม่มีความหนืด ไหลลื่นสูง มีกลิ่นเฉพาะตัวคล้ายน้ำมันเบนซินจางๆ ระเหยกลายเป็นไอได้อย่างรวดเร็วมากที่อุณหภูมิห้อง (จุดเดือดประมาณ 68.7 องศาเซลเซียส) เป็นของเหลวและไอระเหยไวไฟสูงมาก (จุดวาบไฟต่ำถึงติดลบ 22 องศาเซลเซียส) ไอระเหยมีความหนาแน่นมากกว่าอากาศประมาณ 3 เท่า สามารถสะสมและแผ่กระจายไปตามพื้นราบสู่แหล่งประกายไฟในระยะไกลได้
  • การละลาย: แทบไม่ละลายในน้ำ (น้อยกว่า 0.01 กรัม ต่อน้ำ 100 มิลลิลิตร เกิดการแยกชั้นอย่างชัดเจนโดยเฮกเซนจะลอยอยู่ชั้นบนเนื่องจากความหนาแน่นต่ำกว่าน้ำ) แต่สามารถผสมเข้าเป็นเนื้อเดียวกับตัวทำละลายอินทรีย์ชนิดไม่มีขั้วและมีขั้วปานกลางได้ดีเยี่ยม เช่น เอทานอล อะซิโตน ไดเอทิลอีเทอร์ คลอโรฟอร์ม ไดคลอโรมีเทน และปิโตรเลียมอีเทอร์ ละลายน้ำมัน ไขมัน แว็กซ์ ไฮโดรคาร์บอน และเรซินได้ดีเยี่ยมมาก
  • การใช้งานในแล็บ: * ใช้เป็นตัวทำละลายมาตรฐานสากลในการสกัดหาปริมาณน้ำมันและไขมันรวม (Oil and grease / Crude fat extraction) ด้วยเครื่องสกัดซอกห์เลต (Soxhlet extraction) ในตัวอย่างอาหาร เมล็ดพืชน้ำมัน อาหารสัตว์ ดิน และน้ำเสีย
    • ใช้เป็นตัวทำละลายไม่มีขั้วในตัวทำละลายเคลื่อนที่ (Non-polar mobile phase component) สำหรับระบบไฮเพอร์ฟอร์มานซ์ลิควิดโครมาโทกราฟีแบบนอร์มัลเฟส (Normal-phase HPLC) และทินเลเยอร์โครมาโทกราฟี (TLC)
    • ใช้ในการสกัดสารอินทรีย์ด้วยของเหลว (Liquid-liquid extraction) เพื่อแยกสารประกอบที่ไม่มีขั้ว ยาฆ่าแมลงตกค้างกลุ่มออร์กาโนคลอรีน โพลีไซคลิกแอโรมาติกไฮโดรคาร์บอน (PAHs) ออกจากตัวอย่างน้ำและสิ่งแวดล้อม
    • ใช้เป็นตัวทำละลายในการเตรียมตัวอย่างสำหรับการวิเคราะห์ด้วยเครื่องแก๊สโครมาโทกราฟี (GC / GC-MS)
    • ใช้เป็นตัวกลางทำปฏิกิริยาและสารทำความสะอาดคราบไขมันบนพื้นผิวชิ้นงานและเซนเซอร์ในงานวิจัยทางเคมีและฟิสิกส์

ความปลอดภัยและอันตราย (ระดับวิกฤตสูงสุดและข้อควรระวังสำคัญ)

  • ระดับอันตราย: เป็นของเหลวและไอระเหยไวไฟสูงมาก (Highly flammable liquid and vapor) อาจเกิดอันตรายถึงชีวิตเมื่อกลืนกินและผ่านเข้าไปทางช่องลม (May be fatal if swallowed and enters airways) สงสัยว่าอาจทำลายความสามารถในการเจริญพันธุ์ (Suspected of damaging fertility) อาจทำลายอวัยวะ (ระบบประสาทส่วนปลาย) จากการสัมผัสเป็นเวลานานหรือซ้ำๆ (May cause damage to organs through prolonged or repeated exposure) ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง อาจทำให้เกิดอาการง่วงซึมหรือเวียนศีรษะ และ เป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำโดยมีผลกระทบระยะยาว (Toxic to aquatic life with long lasting effects)
  • ผลกระทบต่อสุขภาพ: หากของเหลวกระเด็นเข้าตาจะทำให้แสบตา ระคายเคือง ตาแดง และน้ำตาไหล การสัมผัสผิวหนังโดยตรงจะละลายชะล้างไขมันปกป้องผิวออกอย่างรวดเร็ว ทำให้ผิวแห้งแตก แดง ผิวหนังอักเสบ และลอกเป็นขุย การสูดดมไอระเหยเข้มข้นเฉียบพลันจะกดระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้มึนงง เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ ง่วงซึม และหมดสติได้ อันตรายเรื้อรังที่จำเพาะและสำคัญที่สุด: ร่างกายจะเปลี่ยนเอ็น-เฮกเซนให้กลายเป็นสารเมแทบอไลต์ 2,5–เฮกเซนไดโอน ซึ่งจะเข้าไปทำลายเส้นใยประสาทแอกซอนของระบบประสาทส่วนปลาย (Peripheral neuropathy) ทำให้เกิดอาการชา ปวดแปลบ กล้ามเนื้อแขนขาอ่อนแรง สูญเสียการรับความรู้สึก และอาจเป็นอัมพาตของกล้ามเนื้อส่วนปลายได้หากสูดดมสะสมเป็นประจำ หากกลืนกินเข้าไป สารอาจสำลักเข้าสู่หลอดลมและปอด เกิดภาวะปอดอักเสบจากสารเคมีเฉียบพลัน (Chemical pneumonitis) และเสียชีวิตได้
  • การปฐมพยาบาล: หากสารเข้าตาหรือสัมผัสผิวหนัง ให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากไหลผ่านทันทีอย่างน้อย 15 นาที พร้อมถอดเสื้อผ้าที่เปื้อนสารออกทันที หากสูดดมไอระเหยจนมึนงง ให้ย้ายผู้ป่วยไปที่พื้นที่อากาศบริสุทธิ์ทันที หากกลืนกินเข้าไป ห้ามทำให้อาเจียนเด็ดขาด (ป้องกันสารสำลักเข้าสู่ปอด) ให้รีบบ้วนปากด้วยน้ำสะอาด และรีบนำส่งแพทย์ฉุกเฉินโดยด่วนที่สุด

การเก็บรักษาและข้อควรระวัง

  • การเก็บรักษา: เป็นตัวทำละลายไวไฟสูงมากและมีพิษต่อระบบประสาท (Highly Flammable & Neurotoxic Solvent) ไอระเหยติดไฟได้ง่ายแม้เกิดประกายไฟเพียงเล็กน้อย ต้องเก็บในภาชนะบรรจุขวดแก้วสีชาเดิมของ QReC ปิดฝาให้สนิทแน่นหนาตลอดเวลา เก็บในตู้เก็บสารเคมีไวไฟ (Flammable cabinet) ในห้องที่แห้ง เย็น และมีการระบายอากาศที่ดีเยี่ยม (อุณหภูมิห้องปกติไม่เกิน 25 องศาเซลเซียส) อยู่ห่างจากแหล่งความร้อน เปลวไฟ ประกายไฟ อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ก่อประกายไฟ แสงแดดจัด สารออกซิไดซ์รุนแรง (เช่น กรดไนตริก เปอร์คลอเรต โครเมียมไตรออกไซด์) และกรดแก่เด็ดขาด
  • ข้อควรปฏิบัติ: สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ได้แก่ ถุงมือที่ทนต่อตัวทำละลายไฮโดรคาร์บอน (แนะนำถุงมือยางไนทริลชนิดหนาหรือถุงมือฟลูออโรคาร์บอน ไม่ควรใช้ถุงมือยางธรรมชาติหรือลาเท็กซ์เพราะซึมผ่านได้เร็วมาก) แว่นตานิรภัยแบบครอบมิด และเสื้อกาวน์ “ข้อพึงระวังด้านความปลอดภัย: ต้องเปิดขวด เท ริน และทำการสกัดด้วยเอ็น-เฮกเซนภายในตู้ดูดควัน (Fume hood) ที่มีระบบระบายอากาศสมบูรณ์ตลอดเวลา เพื่อป้องกันการสูดดมไอระเหยสะสมเข้าสู่ระบบประสาท และห้ามทิ้งสารละลายหรือของเสียลงท่อระบายน้ำทิ้งเด็ดขาด”
Scroll to Top