แคลเซียมไดคลอไรด์ ไร้น้ำ หรือ แคลเซียมคลอไรด์เกรดแห้ง หรือ กรดไฮโดรคลอริกแคลเซียมซอลต์ แอนไฮดรัส
ข้อมูลทั่วไปและคุณภาพ
- ชื่อผลิตภัณฑ์: แคลเซียมคลอไรด์ แอนไฮดรัส 95 เปอร์เซ็นต์ (Calcium chloride anhydrous 95%) หรือ แคลเซียมไดคลอไรด์ ไร้น้ำ หรือ แคลเซียมคลอไรด์เกรดแห้ง หรือ กรดไฮโดรคลอริกแคลเซียมซอลต์ แอนไฮดรัส
- แบรนด์/ยี่ห้อ: QReC (รหัสสินค้า: QR-C1051-1-1000)
- เกรด: เกรดวิเคราะห์และสารดูดความชื้นบริสุทธิ์สูง (AR Grade / Desiccant Grade) มีความบริสุทธิ์ของเนื้อสารแคลเซียมคลอไรด์แท้จริงไม่ต่ำกว่า 95.0 เปอร์เซ็นต์ ผ่านกระบวนการเผาไล่น้ำผลึกที่อุณหภูมิสูงภายใต้มาตรฐานสากลของ QReC ปราศจากสารป้องกันการจับตัวเป็นก้อน มีโครงสร้างเม็ดแกรนูลที่พรุนเพื่อเพิ่มพื้นที่ผิวสัมผัสในการดักจับไอน้ำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ มีการจำกัดปริมาณสารที่ไม่ละลายในน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ต่ำมากไม่เกิน 0.01 เปอร์เซ็นต์ ควบคุมสิ่งเจือปนประเภทซัลเฟต ไนเตรต แมกนีเซียมและโลหะอัลคาไล และโลหะหนัก (เช่น เหล็ก ตะกั่ว ทองแดง สังกะสี แบเรียม สารหนู) ให้อยู่ในระดับต่ำมากระดับส่วนในล้านส่วน (ppm) เม็ดสารมีความแห้งสนิท สม่ำเสมอ ละลายน้ำได้ใสกระจ่างสมบูรณ์ ไร้สี ไร้ตะกอน บรรจุในขวดพลาสติกทนสารเคมีหนาพิเศษขนาดบรรจุ 1 กิโลกรัม พร้อมฝาปิดผนึกแน่นสนิทสองชั้นทนการซึมผ่านของไอน้ำ
- คุณลักษณะทางกายภาพ: เม็ดแกรนูลขนาดเล็กสีขาว เม็ดกลมพรุน หรือเกล็ดของแข็งสีขาว ไม่มีกลิ่น มีรสเค็มขมฝาดจัด มีคุณสมบัติดูดความชื้นจากอากาศได้อย่างรวดเร็วและรุนแรงยิ่งยวดจนเยิ้มเหลวกลายเป็นสารละลายน้ำเกลือเข้มข้น (Extremely deliquescent) ไม่ติดไฟ สารละลายในน้ำมีสภาพเป็นกลางถึงด่างอ่อนจางๆ (ค่าความเป็นกรด-ด่างประมาณ 7.0 ถึง 8.5 สำหรับสารละลายความเข้มข้น 5 เปอร์เซ็นต์ที่อุณหภูมิห้อง)
- การละลาย: ละลายในน้ำได้ดีเยี่ยมและรวดเร็วมาก (ประมาณ 74 ถึง 75 กรัม ต่อน้ำ 100 มิลลิลิตร ที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส และละลายได้มากกว่า 150 กรัมในน้ำเดือด โดย “การละลายน้ำของรูปแอนไฮดรัสเป็นกระบวนการคายความร้อนออกมาอย่างมหาศาลและรวดเร็ว ทำให้อุณหภูมิของน้ำพุ่งสูงขึ้นอย่างเด่นชัดจนอาจลวกผิวหนังได้”) ละลายได้ดีมากในเอทานอลและเมทานอล แต่ไม่ละลายในอีเทอร์
- การใช้งานในแล็บ:
- ใช้เป็นสารดูดความชื้นมาตรฐาน (Laboratory desiccant / Drying agent) สำหรับบรรจุในโถดูดความชื้น (Desiccators) และหลอดดักความชื้น (Drying tubes / U-tubes) เพื่อควบคุมสภาวะปราศจากความชื้น ป้องกันสารเคมีและผลิตภัณฑ์ที่ไวต่อน้ำไม่ให้เสื่อมสภาพ
- ใช้ในการกำจัดน้ำและทำให้ตัวทำละลายอินทรีย์แห้งสนิท (Drying of organic solvents) เช่น ไฮโดรคาร์บอนสายตรงและอะโรมาติก ไฮโดรคาร์บอนที่มีฮาโลเจน และอีเทอร์ (ไม่เหมาะสำหรับแอลกอฮอล์ เอมีน และฟีนอล เนื่องจากจะเกิดสารประกอบเชิงซ้อนร่วมกัน)
- ใช้ในการดักจับความชื้นและทำให้ก๊าซในระบบปิดแห้งสนิท (Gas drying) เช่น ไนโตรเจน ไฮโดรเจน ออกซิเจน คาร์บอนไดออกไซด์ และไฮโดรเจนคลอไรด์
- ใช้ผสมกับน้ำแข็งเพื่อเตรียมอ่างทำความเย็น (Freezing bath mixture) ในห้องปฏิบัติการ สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ต่ำสุดถึงลบ 50 องศาเซลเซียส
- ใช้เป็นแหล่งสารตั้งต้นแคลเซียมไอออนบริสุทธิ์สูงในงานวิจัยวัสดุศาสตร์ เคมีอนินทรีย์ และปฏิกิริยาพอลิเมอไรเซชัน
ความปลอดภัยและอันตราย (ข้อควรระวังสำคัญ)
- ระดับอันตราย: ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อดวงตาอย่างรุนแรง (Causes serious eye irritation – Eye Irritation Category 2) อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังและทางเดินหายใจ
- ผลกระทบต่อสุขภาพ: หากเม็ดสาร ฝุ่นผง หรือสารละลายเข้มข้นเข้าตาจะทำให้แสบตาอย่างรุนแรง ระคายเคือง ตาแดง ปวดตา เยื่อบุตาบวม มีน้ำตาไหลมาก และเสี่ยงต่อการเกิดแผลที่กระจกตา การสัมผัสผิวหนังโดยตรงเป็นเวลานานจะดึงน้ำออกจากเซลล์ผิวและคายความร้อน ทำให้ผิวแห้งตึง แสบร้อน ระคายเคือง ลอกเป็นขุย หรือเกิดแผลไหม้จากการระคายเคืองและความร้อน การสูดดมฝุ่นละอองสารจะระคายเคืองเยื่อบุทางเดินหายใจอย่างรุนแรง แสบจมูก แสบคอ ไอ จาม แน่นหน้าอก หากกลืนกินสารเข้าไปจะคายความร้อนในกระเพาะอาหารทันที แสบร้อนช่องปาก ลำคอ และทางเดินอาหาร ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง และกระหายน้ำจัด
- การปฐมพยาบาล: หากสารเข้าตาให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากไหลผ่านทันทีอย่างน้อย 15 ถึง 20 นาที พร้อมถอดคอนแทกต์เลนส์ออกทันทีและรีบพบแพทย์ หากสัมผัสผิวหนังให้รีบปัดเม็ดสารออกแล้วล้างด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากและสบู่ทันที หากสูดดมฝุ่นสารให้ย้ายผู้ป่วยไปที่พื้นที่อากาศบริสุทธิ์ หากกลืนกินเข้าไป ห้ามทำให้อาเจียนเด็ดขาด ให้บ้วนปากด้วยน้ำสะอาด ดื่มน้ำเย็นตามปริมาณมากทันทีเพื่อลดความร้อนและเจือจางสาร และรีบนำส่งแพทย์ทันที
การเก็บรักษาและข้อควรระวัง
- การเก็บรักษา: เป็นสารดูดความชื้นในอากาศอย่างรุนแรงยิ่งยวดและคายความร้อนสูงเมื่อสัมผัสน้ำ (Extremely Deliquescent Solid & Exothermic Hazard) หากเปิดฝาทิ้งไว้เพียงระยะเวลาสั้นๆ จะดูดซับไอน้ำจนกลายเป็นของเหลวเยิ้มและสูญเสียประสิทธิภาพการดูดความชื้น ต้องเก็บในภาชนะบรรจุเดิมของ QReC ปิดฝาให้สนิทแน่นหนาตลอดเวลา เก็บในห้องเก็บสารเคมีที่แห้งสนิท เย็น สะอาด และมีการระบายอากาศที่ดี (อุณหภูมิห้องปกติไม่เกิน 25 ถึง 30 องศาเซลเซียส) หลีกเลี่ยงความชื้นและแสงแดดส่องถึงโดยตรง อยู่ห่างจากกรดซัลฟิวริกเข้มข้น (จะเกิดปฏิกิริยารุนแรงตกตะกอนแคลเซียมซัลเฟตและปล่อยก๊าซไฮโดรเจนคลอไรด์) น้ำ สารประกอบโบรมีนไตรฟลูออไรด์ และสารประกอบฟอสฟอรัสเด็ดขาด
- ข้อควรปฏิบัติ: สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ได้แก่ ถุงมือยาง แว่นตานิรภัยแบบครอบมิด หน้ากากป้องกันฝุ่นละอองสารเคมี และเสื้อกาวน์ “กฎความปลอดภัยสำคัญ: เมื่อต้องการละลายสาร ให้ค่อยๆ เทเม็ดสารลงในน้ำทีละน้อยพร้อมกวนตลอดเวลาเสมอ ห้ามเทน้ำลงในสารปริมาณมาก เพราะจะเกิดความร้อนสะสมจนน้ำเดือดพลักและกระเด็นลวกได้” ปิดฝาขวดให้แน่นสนิททันทีหลังการตักใช้งานเพื่อรักษาคุณภาพความแห้งของสาร









