แอมโมเนียมเพอร์ซัลเฟต

,

แอมโมเนียมเพอร์ซัลเฟต

แอมโมเนียมเพอรอกซีไดซัลเฟต หรือ ไดแอมโมเนียมเพอรอกซีไดซัลเฟต หรือ เอพีเอส

ข้อมูลทั่วไปและคุณภาพ

  • ชื่อผลิตภัณฑ์: แอมโมเนียมเพอร์ซัลเฟต 98 เปอร์เซ็นต์ (Ammonium persulfate 98%) หรือ แอมโมเนียมเพอรอกซีไดซัลเฟต หรือ ไดแอมโมเนียมเพอรอกซีไดซัลเฟต หรือ เอพีเอส (APS)
  • แบรนด์/ยี่ห้อ: QReC (รหัสสินค้า: QR-A5108-1-0500)
  • เกรด: เกรดวิเคราะห์ความบริสุทธิ์สูงและงานชีววิทยาโมเลกุล (AR Grade / Molecular Biology Grade) ความบริสุทธิ์ของเนื้อสารสูงไม่ต่ำกว่า 98.0 เปอร์เซ็นต์ ผลิตและควบคุมกระบวนการตกผลึกอย่างประณีตภายใต้มาตรฐานสากลของ QReC ปราศจากสารป้องกันการจับตัวเป็นก้อน มีการควบคุมปริมาณออกซิเจนที่ว่องไว (Active oxygen) อย่างเข้มงวด จำกัดปริมาณสารที่ไม่ละลายในน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ต่ำมากไม่เกิน 0.005 เปอร์เซ็นต์ มีปริมาณเถ้าตกค้างหลังการเผา (Residue on ignition) ไม่เกิน 0.05 เปอร์เซ็นต์ ควบคุมสิ่งเจือปนประเภทคลอไรด์ คลอเรต แมงกานีส และโลหะหนัก (เช่น เหล็ก ตะกั่ว ทองแดง สังกะสี สารหนู) ให้อยู่ในระดับต่ำมากระดับส่วนในล้านส่วน (ppm) ผ่านการทดสอบรับรองว่าปราศจากการปนเปื้อนของเอนไซม์ดีเอ็นเอสและอาร์เอ็นเอส (DNase/RNase-free) เพื่อความเข้ากันได้สมบูรณ์ในงานวิเคราะห์โปรตีนและกรดนิวคลีอิก ผลึกมีความแห้งสม่ำเสมอ ละลายน้ำได้ใสกระจ่างสมบูรณ์ ไร้สี ไร้ตะกอน บรรจุในขวดพลาสติกทนสารเคมีหนาพิเศษพร้อมฝาปิดผนึกแน่นสนิทสองชั้นเพื่อป้องกันความชื้นและคงประสิทธิภาพการสร้างอนุมูลอิสระ
  • คุณลักษณะทางกายภาพ: ผลึกของแข็งใสไม่มีสี หรือผงผลึกสีขาวละเอียด ไม่มีกลิ่น มีรสเค็มฝาดเฉพาะตัว มีคุณสมบัติดูดความชื้นจากอากาศได้ช้าๆ (Hygroscopic) และสามารถสลายตัวอย่างช้าๆ ในอากาศชื้นโดยปลดปล่อยออกซิเจนและก๊าซโอโซนจางๆ ตัวสารบริสุทธิ์ไม่ติดไฟ แต่ จัดเป็นสารออกซิไดซ์รุนแรง (Strong Oxidizing Agent – Category 3) ที่สามารถช่วยเร่งการลุกไหม้ของสารติดไฟได้ สารละลายในน้ำมีความคงตัวจำกัดและจะสลายตัวอย่างต่อเนื่อง สารละลายในน้ำมีสภาพเป็นกรดเด่นชัด (ค่าความเป็นกรด-ด่างประมาณ 3.0 ถึง 4.0 สำหรับสารละลายความเข้มข้น 5 เปอร์เซ็นต์ที่อุณหภูมิห้อง)
  • การละลาย: ละลายในน้ำได้ดีมากและรวดเร็ว (ประมาณ 55 ถึง 60 กรัม ต่อน้ำ 100 มิลลิลิตร ที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส และละลายได้เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 80 กรัมที่อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส โดย การละลายน้ำเป็นกระบวนการดูดความร้อน ทำให้อุณหภูมิของสารละลายลดลงอย่างเห็นได้ชัด) ละลายได้เล็กน้อยในเอทานอล แต่ไม่แนะนำให้ผสมกับตัวทำละลายอินทรีย์เพราะอาจเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันรุนแรง

 

  • การใช้งานในแล็บ:
    • ใช้เป็นตัวริเริ่มปฏิกิริยาพอลิเมอไรเซชันแบบอนุมูลอิสระ (Free-radical initiator) ตัวหลัก ร่วมกับเทเม็ด (TEMED) ในการทำปฏิกิริยาพอลิเมอไรเซชันของอะคริลาไมด์และบิส-อะคริลาไมด์ เพื่อหล่อแผ่นเจลพอลิอะคริลาไมด์ (Polyacrylamide gel electrophoresis: SDS-PAGE และ Native-PAGE) สำหรับการแยกโปรตีนและกรดนิวคลีอิกในงานชีววิทยาโมเลกุล ชีวเคมี และพันธุวิศวกรรม
    • ใช้เป็นสารออกซิไดซ์แรงในการเตรียมสารละลายกัดแผ่นวงจรพิมพ์ (Printed Circuit Board / PCB etchant) สำหรับการกัดลอกทองแดงในงานอิเล็กทรอนิกส์
    • ใช้เป็นสารออกซิไดซ์ในงานเคมีวิเคราะห์เชิงปริมาณ เช่น การออกซิไดซ์ไอออนแมงกานีสสองให้เป็นไอออนเปอร์แมงกาเนต และการออกซิไดซ์โครเมียมสามให้เป็นโครเมียมหกก่อนการไทเทรต
    • ใช้เป็นตัวริเริ่มปฏิกิริยาในการผลิตพอลิเมอร์ ยางสังเคราะห์ และเรซินสังเคราะห์ในงานวิจัยวัสดุศาสตร์
    • ใช้เป็นสารทำความสะอาดขจัดคราบสารอินทรีย์ตกค้างในเครื่องแก้วห้องปฏิบัติการ และสารฟอกสีในงานอุตสาหกรรม

ความปลอดภัยและอันตราย (ระดับวิกฤตและข้อควรระวังสำคัญ)

  • ระดับอันตราย: สารออกซิไดซ์ (May intensify fire; oxidizer – Oxidizing Solids Category 3) เป็นอันตรายหากกลืนกิน (Harmful if swallowed – Acute Toxicity Oral Category 4) ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง (Causes skin irritation – Skin Irritation Category 2) ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อดวงตาอย่างรุนแรง (Causes serious eye irritation – Eye Irritation Category 2) อาจก่อให้เกิดอาการแพ้หรือมีอาการหอบหืด หรือหายใจลำบากเมื่อสูดดม (May cause allergy or asthma symptoms or breathing difficulties if inhaled – Respiratory Sensitisation Category 1) และ อาจก่อให้เกิดการแพ้ที่ผิวหนัง (May cause an allergic skin reaction – Skin Sensitisation Category 1) อาจระคายเคืองทางเดินหายใจ
  • ผลกระทบต่อสุขภาพ: หากผลึก ผงสาร หรือสารละลายเข้าตาจะทำให้แสบตาอย่างรุนแรง เคืองตา ตาแดง ปวดตา เยื่อบุตาอักเสบ น้ำตาไหล และเสี่ยงต่อการเกิดแผลที่กระจกตา การสัมผัสผิวหนังโดยตรงจะทำให้เกิดการระคายเคือง แสบร้อน ผื่นแดง ผิวแห้งลอก อันตรายสะสมและภาวะไวเกิน: การสัมผัสผิวหนังหรือสูดดมฝุ่นสารซ้ำๆ สามารถกระตุ้นให้เกิดภาวะภูมิแพ้และไวเกินอย่างรุนแรง (Sensitization) ส่งผลให้เกิดผื่นแพ้สัมผัสเรื้อรัง โรคหอบหืดจากการทำงาน (Occupational asthma) และหลอดลมหดเกร็งเฉียบพลัน การสูดดมฝุ่นละอองสารจะระคายเคืองเยื่อบุทางเดินหายใจอย่างรุนแรง แสบจมูก แสบคอ ไอ จาม แน่นหน้าอก และหายใจติดขัด หากกลืนกินสารเข้าไปจะทำให้ระคายเคืองและกัดทำลายเยื่อบุทางเดินอาหาร แสบร้อนในช่องปาก คอ หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ปวดท้องรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน และท้องร่วง
  • การปฐมพยาบาล: หากสารเข้าตาให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากไหลผ่านทันทีอย่างน้อย 15 นาที พร้อมถอดคอนแทกต์เลนส์ออกทันทีและรีบพบแพทย์ หากสัมผัสผิวหนังให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทันทีอย่างน้อย 15 นาที หากสูดดมฝุ่นสารให้รีบย้ายผู้ป่วยไปที่พื้นที่อากาศบริสุทธิ์ทันที ให้นอนพักนิ่งๆ ในท่าที่หายใจได้สะดวก หากมีอาการหอบหืดหรือหายใจลำบากให้รีบนำส่งแพทย์ทันที หากกลืนกินเข้าไป ห้ามทำให้อาเจียนเด็ดขาด ให้บ้วนปากด้วยน้ำสะอาด ดื่มน้ำสะอาดตามปริมาณพอสมควร และรีบนำส่งแพทย์ทันที

การเก็บรักษาและข้อควรระวัง

  • การเก็บรักษา: เป็นสารออกซิไดซ์ที่ไวต่อความชื้นและความร้อน (Moisture-Sensitive Strong Oxidizer) หากสัมผัสความชื้นจะสลายตัวสูญเสียประสิทธิภาพ และหากได้รับความร้อนสูงจะสลายตัวปลดปล่อยออกซิเจนและก๊าซซัลเฟอร์ออกไซด์ที่เป็นพิษ ต้องเก็บในภาชนะบรรจุเดิมของ QReC ปิดฝาให้สนิทแน่นหนาตลอดเวลา เก็บในห้องเก็บสารเคมีที่แห้งสนิท เย็น สะอาด และมีการระบายอากาศที่ดี ควบคุมอุณหภูมิห้องไม่เกิน 25 องศาเซลเซียส หลีกเลี่ยงความร้อน เปลวไฟ ประกายไฟ แสงแดดส่องถึงโดยตรง และความชื้น “ข้อห้ามสำคัญ: ต้องเก็บแยกต่างหากเด็ดขาด อยู่ห่างจากสารติดไฟ สารอินทรีย์ ตัวทำละลายไวไฟ ผงโลหะที่ว่องไว สารรีดิวซ์รุนแรง กรดแก่เข้มข้น และด่างแก่เข้มข้นเด็ดขาด เพราะการผสมรวมกันอาจก่อให้เกิดเพลิงไหม้หรือการระเบิดรุนแรง”
  • ข้อควรปฏิบัติ: ต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ครบชุด ได้แก่ ถุงมือยางไนทริล แว่นตานิรภัยแบบครอบมิด หน้ากากป้องกันฝุ่นละอองสารเคมี และเสื้อกาวน์ “คำแนะนำทางเทคนิคสำหรับงานหล่อเจล (PAGE): สารละลายแอมโมเนียมเพอร์ซัลเฟต (APS) ในน้ำมีความคงตัวต่ำและจะสลายตัวอย่างต่อเนื่อง ควรเตรียมใหม่แบบสดๆ (Freshly prepared) ทุกครั้ง หรือหากเตรียมเก็บไว้ในรูปสารละลายสต็อก 10 เปอร์เซ็นต์ ควรแบ่งบรรจุในหลอดขนาดเล็กและเก็บแช่แข็งที่อุณหภูมิติดลบ 20 องศาเซลเซียส และไม่ควรเก็บนานเกิน 1 ถึง 2 สัปดาห์ เพื่อให้เจลแข็งตัวได้อย่างสมบูรณ์” ปิดฝาขวดให้แน่นสนิททันทีหลังการตักใช้งาน
Scroll to Top