ไซโคลเฮกเซน หรือเฮกซาไฮโดรเบนซีน
ข้อมูลทั่วไปและคุณภาพ
- ชื่อผลิตภัณฑ์: ไซโคลเฮกเซน (Cyclohexane) หรือ เฮกซาไฮโดรเบนซีน (Hexahydrobenzene)
- แบรนด์/ยี่ห้อ: RCI LABSCAN (รหัสสินค้า: LA-AR1033-G2.5L)
- เกรด: เกรดวิเคราะห์ (AR Grade) ความบริสุทธิ์ของเนื้อสารสูงถึง 99.5 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ผลิตและตรวจสอบสิ่งปนเปื้อนอย่างเข้มงวดภายใต้มาตรฐานสากลของ RCI LABSCAN มีการควบคุมปริมาณสารตกค้างหลังการระเหย คราบความชื้น กรดอิสระ และสารประกอบอะโรมาติกชนิดอื่น (เช่น เบนซีน) ให้ต่ำเป็นพิเศษในระดับส่วนในล้านส่วน (ppm) เพื่อป้องกันการบดบังและรบกวนสัญญาณ baseline ในระบบเครื่องมือวัดประสิทธิภาพสูง
- คุณลักษณะทางกายภาพ: ของเหลวใสไม่มีสี ไม่มีความหนืด มีกลิ่นฉุนทางเคมีเฉพาะตัวคล้ายน้ำมันเบนซินหรือกลิ่นตัวทำละลาย สารระเหยกลายเป็นไอได้ง่ายมากที่อุณหภูมิห้อง ไอระเหยไวไฟสูงมาก
- การละลาย: ไม่ละลายในน้ำ (แยกชั้นลอยอยู่เหนือน้ำอย่างชัดเจนเนื่องจากมีความหนาแน่นน้อยกว่าน้ำ) แต่สามารถผสมเข้าเป็นเนื้อเดียวกับตัวทำละลายอินทรีย์ทั่วไป เช่น แอลกอฮอล์ อะซิโตน อีเทอร์ คลอโรฟอร์ม และโทลูอีน ได้ดีเยี่ยมในทุกสัดส่วน
- การใช้งานในแล็บ: * ใช้เป็นตัวทำละลายหลักในการแยกสกัดสารสำคัญ (Extraction solvent) สำหรับสกัดแยกสารประกอบอินทรีย์ที่ไม่มีขั้ว ลิพิด ไขมัน น้ำมัน ยาง น้ำมันหอมระเหย และสารพฤกษเคมีเฉพาะทางในห้องปฏิบัติการวิจัย
- ใช้เป็นส่วนผสมหลักของตัวทำละลายเคลื่อนที่ (Mobile phase) ในระบบโครมาโทกราฟี เช่น ทินเลเยอร์โครมาโทกราฟี (TLC) และคอลัมน์โครมาโทกราฟี เพื่อปรับค่าความแรงในการชะสารไม่มีขั้ว
- ใช้ในการหาค่าน้ำหนักโมเลกุลของสารอินทรีย์โดยวิธีลดจุดเยือกแข็ง (Freezing-point depression) เนื่องจากไซโคลเฮกเซนมีค่าคงที่การลดลงของจุดเยือกแข็งที่เหมาะสมเด่นชัด
- ใช้เป็นสารตั้งต้นและสื่อกลางในปฏิกิริยาสังเคราะห์ทางเคมีอินทรีย์ (Organic synthesis)
ความปลอดภัยและอันตราย (ระดับวิกฤตและข้อควรระวังสำคัญ)
- ระดับอันตราย: เป็นของเหลวและไอระเหยไวไฟสูงมาก (Highly flammable liquid and vapor) มีพิษหากกลืนกินและหลุดเข้าทางเดินหายใจ ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง อาจทำให้เกิดอาการง่วงซึมหรือเวียนศีรษะ และเป็นพิษร้ายแรงยาวนานต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำ
- ผลกระทบต่อสุขภาพ: หากของเหลวกระเด็นเข้าตาจะทำให้แสบตา น้ำตาไหล และระคายเคือง สัมผัสผิวหนังโดยตรงจะชะล้างไขมันตามธรรมชาติ ทำให้ผิวแห้ง แดง และลอกเป็นขุยระคายเคือง การสูดดมไอระเหยในปริมาณมากจะกดระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ ง่วงซึม มึนงง และหากสูดดมหนาแน่นอาจทำให้หมดสติ
- อันตรายจากการสำลัก: หากกลืนกินสารนี้และเกิดการสำลักไหลเข้าสู่ทางเดินหายใจ จะทำลายเนื้อเยื่อปอดและทำให้ปอดอักเสบจากสารเคมีอย่างรุนแรงเฉียบพลันถึงชีวิต
- การปฐมพยาบาล: หากเข้าตาหรือสัมผัสผิวหนัง ให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากไหลผ่านทันทีอย่างน้อย 15 นาที หากสูดดมไอระเหยเข้าไปจนมึนงง ให้ย้ายผู้ป่วยไปที่พื้นที่อากาศบริสุทธิ์ทันที หากกลืนกิน ห้ามทำให้อาเจียนเด็ดขาดเพราะเสี่ยงต่อการสำลักลงปอด ให้รีบนำส่งแพทย์ทันที
การเก็บรักษาและข้อควรระวัง
- การเก็บรักษา: เป็นสารไวไฟสูงและระเหยง่ายมาก ต้องเก็บในภาชนะบรรจุขวดแก้วดั้งเดิมของ RCI LABSCAN และปิดฝาให้สนิทแน่นหนาตลอดเวลา เก็บในตู้เก็บสารไวไฟ (Flammable cabinet) ในห้องที่แห้ง เย็น และมีการระบายอากาศที่ดีเยี่ยม (อุณหภูมิห้องควบคุมไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส) อยู่ห่างจากแหล่งความร้อน ประกายไฟ เปลวไฟ แสงแดดจัด และสารออกซิไดซ์รุนแรงเด็ดขาด
- ข้อควรปฏิบัติ: ต้องสวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ครบชุด ได้แก่ ถุงมือกันสารเคมีชนิดหนา แว่นตานิรภัยแบบครอบมิด เสื้อกาวน์ และหน้ากากกรองไอสารอินทรีย์ ต้องปฏิบัติงานและเทแบ่งสารภายในตู้ดูดควัน (Fume hood) ตลอดเวลา เพื่อความปลอดภัยจากไอระเหยและอัคคีภัย







