ไอโซเอมิลแอลกอฮอล์

,

ไอโซเอมิลแอลกอฮอล์

3-เมทิล-1-บิวทาโนล หรือ 3-เมทิลบิวทาน-1-โอล หรือ ไอโซเพนทิลแอลกอฮอล์ หรือ ไอโซเพนทานอล

ข้อมูลทั่วไปและคุณภาพ

  • ชื่อผลิตภัณฑ์: ไอโซเอมิลแอลกอฮอล์ 98.5 เปอร์เซ็นต์ (isoamyl alcohol 98.5%) หรือ 3-เมทิล-1-บิวทาโนล หรือ 3-เมทิลบิวทาน-1-โอล หรือ ไอโซเพนทิลแอลกอฮอล์ หรือ ไอโซเพนทานอล
  • แบรนด์/ยี่ห้อ: QReC (รหัสสินค้า: QR-i7009-1-2501)
  • เกรด: เกรดวิเคราะห์ความบริสุทธิ์สูง (AR Grade / Analytical Reagent Grade) ความบริสุทธิ์ของเนื้อสารสูงไม่ต่ำกว่า 98.5 เปอร์เซ็นต์ ผ่านกระบวนการกลั่นบริสุทธิ์สูงภายใต้มาตรฐานสากลของ QReC มีการควบคุมปริมาณน้ำและความชื้นให้อยู่ในเกณฑ์ต่ำมากไม่เกิน 0.2 เปอร์เซ็นต์ ควบคุมปริมาณกรดอิสระ (คำนวณเป็นกรดแอซีติก) ไม่เกิน 0.005 เปอร์เซ็นต์ มีปริมาณกากตกค้างหลังการระเหย (Residue after evaporation) ไม่เกิน 0.003 เปอร์เซ็นต์ จำกัดสิ่งเจือปนประเภทสารประกอบเอสเทอร์ แอลกอฮอล์อื่น และโลหะหนัก (เช่น เหล็ก ตะกั่ว ทองแดง สังกะสี สารหนู) ให้อยู่ในระดับต่ำมากระดับส่วนในล้านส่วน (ppm) ผ่านการรับรองว่าปราศจากการปนเปื้อนของเอนไซม์ดีเอ็นเอสและอาร์เอ็นเอส (DNase/RNase-free) เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในงานชีววิทยาโมเลกุล ของเหลวมีความใสบริสุทธิ์ ไร้สี ไร้ฝ้าขุ่น ไร้ตะกอน บรรจุในขวดแก้วสีชาหนาพิเศษขนาด 2.5 ลิตร พร้อมฝาปิดผนึกแน่นสนิทสองชั้นทนการกัดกร่อนของตัวทำละลายและป้องกันการรั่วซึมของกลิ่นฉุน
  • คุณลักษณะทางกายภาพ: ของเหลวใสไม่มีสี มีความหนืดเล็กน้อย มีกลิ่นฉุนเฉพาะตัวรุนแรงและติดทนนาน (กลิ่นคล้ายกล้วยหอมสุกผสมกลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนหรือฟิวเซลออยล์) มีจุดเดือดประมาณ 130 ถึง 132 องศาเซลเซียส จุดวาบไฟประมาณ 43 ถึง 45 องศาเซลเซียส จัดเป็น ของเหลวและไอระเหยไวไฟ (Flammable liquid and vapour – Category 3) สารละลายในน้ำมีสภาพเป็นกลาง (ค่าความเป็นกรด-ด่างประมาณ 6.5 ถึง 7.5 ที่อุณหภูมิห้อง)
  • การละลาย: ละลายในน้ำได้เล็กน้อยถึงปานกลาง (ประมาณ 2.5 ถึง 2.8 กรัม ต่อน้ำ 100 มิลลิลิตร ที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส) ผสมเข้าเป็นเนื้อเดียวได้ดีเยี่ยมในทุกสัดส่วนกับตัวทำละลายอินทรีย์ส่วนใหญ่ เช่น เอทานอล เมทานอล ไดเอทิลอีเทอร์ อะซิโตน คลอโรฟอร์ม เบนซีน และโทลูอีน
  • การใช้งานในแล็บ:
    • ใช้เป็นส่วนประกอบสำคัญในสารละลายสกัดกรดนิวคลีอิกสูตรฟีนอล-คลอโรฟอร์ม-ไอโซเอมิลแอลกอฮอล์ (Phenol-Chloroform-Isoamyl alcohol หรือ PCI ในอัตราส่วน 25 ต่อ 24 ต่อ 1) สำหรับงานสกัดและทำบริสุทธิ์ดีเอ็นเอและอาร์เอ็นเอในงานชีววิทยาโมเลกุล โดยทำหน้าที่สำคัญในการยับยั้งเอนไซม์ไรโบนิวคลีเอส และลดการเกิดฟอง (Anti-foaming agent) ช่วยให้การแยกชั้นระหว่างเฟสอินทรีย์และเฟสน้ำมีความคมชัดและแยกตะกอนโปรตีนได้อย่างสมบูรณ์
    • ใช้เป็นสารทำปฏิกิริยามาตรฐานในการตรวจวัดหาปริมาณไขมันในนมและผลิตภัณฑ์นมตามวิธีเกอร์เบอร์ (Gerber test) เพื่อช่วยป้องกันการเกิดฟองและทำให้มองเห็นรอยต่อระหว่างชั้นไขมันกับชั้นกรดได้อย่างชัดเจนในหลอดบิวตีโรมิเตอร์ (Butyrometer)
    • ใช้เป็นตัวทำละลายสำหรับการสกัดแยกสารประกอบอินทรีย์ สารสกัดจากพืช และการสกัดแยกไอออนโลหะในงานเคมีวิเคราะห์
    • ใช้เป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์สารอินทรีย์และสารให้กลิ่นสังเคราะห์ เช่น ไอโซเอมิลแอซีเตต (Isoamyl acetate หรือน้ำมันกล้วย) ในอุตสาหกรรมเครื่องหอมและอาหาร
    • ใช้เป็นตัวทำละลายสำหรับเรซิน ขี้ผึ้ง น้ำมัน และสารเคลือบในงานวิจัยวัสดุ

ความปลอดภัยและอันตราย (ข้อควรระวังสำคัญ)

  • ระดับอันตราย: ของเหลวและไอระเหยไวไฟ (Flammable liquid and vapour – Flammable Liquids Category 3) เป็นอันตรายหากสูดดม (Harmful if inhaled – Acute Toxicity Inhalation Category 4) ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง (Causes skin irritation – Skin Irritation Category 2) ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อดวงตาอย่างรุนแรง (Causes serious eye irritation – Eye Irritation Category 2) อาจระคายเคืองต่อทางเดินหายใจ (May cause respiratory irritation – STOT SE 3) การสัมผัสซ้ำๆ อาจทำให้ผิวหนังแห้งหรือแตก
  • ผลกระทบต่อสุขภาพ: หากของเหลวกระเด็นเข้าตาจะทำให้แสบตาอย่างรุนแรง เคืองตา ตาแดง ปวดตา และน้ำตาไหล การสัมผัสผิวหนังโดยตรงจะทำให้เกิดการระคายเคือง แสบร้อน ผื่นแดง ผิวแห้งลอก และสามารถซึมผ่านผิวหนังได้ การสูดดมไอระเหยจะกัดระคายเคืองเยื่อบุทางเดินหายใจอย่างรุนแรง แสบจมูก แสบคอ ไอ จาม แน่นหน้าอก ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน มึนงง และอาจกดระบบประสาทส่วนกลางหากได้รับไอระเหยความเข้มข้นสูง หากกลืนกินสารเข้าไปจะทำให้ระคายเคืองทางเดินอาหาร แสบร้อนในช่องปาก คอ หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง และมีความเสี่ยงหากสำลักเข้าสู่ปอด
  • การปฐมพยาบาล: หากสารเข้าตาให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากไหลผ่านทันทีอย่างน้อย 15 นาที พร้อมถอดคอนแทกต์เลนส์ออกทันทีและรีบพบแพทย์ หากสัมผัสผิวหนังให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทันทีอย่างน้อย 15 นาที พร้อมถอดเสื้อผ้าที่เปื้อนสารออก หากสูดดมไอสารให้รีบย้ายผู้ป่วยไปที่พื้นที่อากาศบริสุทธิ์ทันที ให้นอนพักนิ่งๆ หากหายใจลำบากให้รีบนำส่งแพทย์ หากกลืนกินเข้าไป ห้ามทำให้อาเจียนเด็ดขาด ให้บ้วนปากด้วยน้ำสะอาด ดื่มน้ำตามปริมาณพอสมควร และรีบนำส่งแพทย์ทันที

การเก็บรักษาและข้อควรระวัง

  • การเก็บรักษา: เป็นของเหลวไวไฟและมีกลิ่นฉุนติดทนนาน (Flammable Liquid & Strong Odor Hazard) ต้องเก็บในขวดแก้วสีชาเดิมของ QReC ปิดฝาให้สนิทแน่นหนาตลอดเวลา เก็บในตู้เก็บสารเคมีไวไฟเฉพาะ (Flammable storage cabinet) ในห้องที่แห้ง สะอาด เย็น และมีระบบระบายอากาศที่ดีเยี่ยม (อุณหภูมิห้องปกติไม่เกิน 25 องศาเซลเซียส) หลีกเลี่ยงความร้อน เปลวไฟ ประกายไฟ และแสงแดดส่องถึงโดยตรง อยู่ห่างจากสารออกซิไดซ์รุนแรง (เช่น กรดไนทริก กรดโครมิก เกลือเปอร์คลอเรต ไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์) กรดแก่เข้มข้น สารประกอบแอนไฮไดรด์ และโลหะอัลคาไลเด็ดขาด
  • ข้อควรปฏิบัติ: ต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ครบชุด ได้แก่ ถุงมือยางไนทริล แว่นตานิรภัยแบบครอบมิด หน้ากากป้องกันไอระเหยสารอินทรีย์ และเสื้อกาวน์ “กฎความปลอดภัยสำคัญ: ต้องเปิดขวด รินแบ่งสาร และใช้งานไอโซเอมิลแอลกอฮอล์ภายในตู้ดูดควัน (Fume hood) ตลอดเวลาเด็ดขาด เพื่อป้องกันการสูดดมไอระเหยที่มีผลระคายเคืองทางเดินหายใจและป้องกันกลิ่นฉุนแพร่กระจายในห้องปฏิบัติการ” มีถังดับเพลิงชนิดคาร์บอนไดออกไซด์หรือสารเคมีแห้งพร้อมใช้งาน และห้ามเทสารละลายทิ้งลงท่อน้ำทิ้งโดยตรง ต้องรวบรวมทิ้งเป็นของเสียอันตรายกลุ่มตัวทำละลายอินทรีย์ไวไฟ
Scroll to Top