กรดซัลฟิวริก

,

กรดซัลฟิวริก

กรดกำมะถัน หรือ ออยล์ออฟวิทริออล หรือ ไดไฮโดรเจนซัลเฟต

ข้อมูลทั่วไปและคุณภาพ

  • ชื่อผลิตภัณฑ์: กรดซัลฟิวริก 98 เปอร์เซ็นต์ (Sulfuric acid 98%) หรือ กรดกำมะถัน หรือ ออยล์ออฟวิทริออล (Oil of vitriol) หรือ ไดไฮโดรเจนซัลเฟต
  • แบรนด์/ยี่ห้อ: QReC (รหัสสินค้า: QR-S7064-1-2501)
  • เกรด: เกรดวิเคราะห์ความบริสุทธิ์สูง (AR Grade / Analytical Reagent Grade) ความเข้มข้นของเนื้อกรดบริสุทธิ์สูงอยู่ในช่วง 95.0 ถึง 98.0 เปอร์เซ็นต์ ผ่านกระบวนการกลั่นบริสุทธิ์สูงภายใต้มาตรฐานสากลของ QReC มีการควบคุมปริมาณกากตกค้างหลังการเผา (Residue on ignition) ให้อยู่ในเกณฑ์ต่ำมากไม่เกิน 0.0005 เปอร์เซ็นต์ ควบคุมสิ่งเจือปนประเภทคลอไรด์ ไนเตรต แอมโมเนียม และสารประกอบฟอสฟอรัสให้อยู่ในระดับต่ำมาก จำกัดปริมาณโลหะหนัก (เช่น เหล็ก ตะกั่ว ทองแดง สารหนู สังกะสี นิกเกิล เซเลเนียม) ให้อยู่ในเกณฑ์ต่ำมากระดับส่วนในล้านส่วน (ppm) และส่วนในพันล้านส่วน (ppb) ปราศจากสารอินทรีย์ปนเปื้อน ของเหลวมีความใสบริสุทธิ์ ไร้สี ไร้ฝ้าขุ่น ไม่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล บรรจุในขวดแก้วสีชาหนาพิเศษทนสารเคมีขนาด 2.5 ลิตร พร้อมฝาเกลียวปิดแน่นสนิทสองชั้นทนแรงดันไอกรด
  • คุณลักษณะทางกายภาพ: ของเหลวใสไม่มีสี มีลักษณะข้นเหนียวคล้ายน้ำมัน ไม่มีกลิ่นถึงมีกลิ่นฉุนเปรี้ยวจางๆ มีความหนาแน่นสูงมากประมาณ 1.84 กรัมต่อมิลลิลิตร มีจุดเดือดสูงประมาณ 337 องศาเซลเซียส ไม่ติดไฟด้วยตัวเองแต่ทำปฏิกิริยารุนแรงกับน้ำและสารอินทรีย์ มีคุณสมบัติดึงน้ำออกจากสารอินทรีย์อย่างรุนแรงยิ่งยวด (Extremely powerful dehydrating agent) จนสารอินทรีย์ไหม้เกรียมเป็นถ่านสีดำ สารละลายในน้ำมีสภาพเป็นกรดแก่จัดมาก (ค่าความเป็นกรด-ด่างต่ำกว่า 1.0) กัดกร่อนโลหะ เนื้อเยื่อ และหินปูนอย่างรุนแรง
  • การละลาย: ผสมเข้าเป็นเนื้อเดียวกับน้ำได้ในทุกสัดส่วน (Miscible with water) โดย “การผสมกับน้ำจะเกิดปฏิกิริยาคายความร้อนอย่างรุนแรงและมหาศาล ทำให้อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนน้ำเดือดและอาจเกิดการกระเด็นพุ่งของกรดเข้มข้นได้ทันที” ผสมเข้ากันได้กับเอทานอล (แต่เกิดปฏิกิริยาคายความร้อนและอาจเกิดการเผาไหม้สารอินทรีย์ได้หากควบคุมไม่ดี)
  • การใช้งานในแล็บ: * ใช้เป็นสารย่อยสลายหลักในกระบวนการย่อยสลายสารอินทรีย์และโปรตีนตามวิธีเคจ์ลดาห์ล (Kjeldahl digestion) ร่วมกับตัวเร่งปฏิกิริยา เพื่อตรวจวัดหาปริมาณไนโตรเจนและโปรตีนรวมในตัวอย่างอาหาร อาหารสัตว์ ปุ๋ย และผลผลิตทางการเกษตร
    • ใช้ในการเตรียมสารละลายสำหรับการย่อยและวิเคราะห์หาค่าความต้องการออกซิเจนทางเคมี (Chemical Oxygen Demand: COD test) ในตัวอย่างน้ำเสียร่วมกับโพแทสเซียมไดโครเมตและซิลเวอร์ซัลเฟต
    • ใช้เป็นสารดึงน้ำ สารดูดความชื้น และตัวเร่งปฏิกิริยากรดแก่ (Acid catalyst) ในงานสังเคราะห์เคมีอินทรีย์ เช่น ปฏิกิริยาเอสเทอริฟิเคชัน ปฏิกิริยาไนเตรชัน (ผสมร่วมกับกรดไนทริกเป็นกรดผสม) และปฏิกิริยาซัลโฟเนชัน
    • ใช้เป็นสารตั้งต้นหลักในการเตรียมสารละลายมาตรฐานกรดซัลฟิวริกความเข้มข้นต่างๆ (เช่น 0.05 โมลาร์, 0.1 นอร์มัล, 1 นอร์มัล) สำหรับงานไทเทรตวัดความเป็นด่าง
    • ใช้ในการย่อยสลายตัวอย่างแร่ โลหะ พลาสติก และพอลิเมอร์สำหรับการวิเคราะห์ธาตุด้วยเครื่องมือขั้นสูง เช่น เครื่องสเปกโทรโฟโตเมตรี และเครื่องตรวจวัดโลหะหนัก

ความปลอดภัยและอันตราย (ระดับวิกฤตสูงสุดและข้อควรระวังสำคัญ)

  • ระดับอันตราย: กัดกร่อนผิวหนังและทำลายดวงตาอย่างรุนแรง (Causes severe skin burns and eye damage – Skin Corrosion Category 1A) ก่อให้เกิดการทำลายดวงตาอย่างรุนแรง (Causes serious eye damage – Eye Damage Category 1) อาจกัดกร่อนโลหะ (May be corrosive to metals – Corrosive to Metals Category 1) และละอองไอกรดอาจก่อให้เกิดมะเร็งในระบบทางเดินหายใจส่วนบนจากการสัมผัสสะสมระยะยาว
  • ผลกระทบต่อสุขภาพ: หากของเหลวกระเด็นเข้าตาจะกัดทำลายเนื้อเยื่อกระจกตาและเยื่อบุตาทันทีอย่างลึกซึ้ง ทำให้ตาบอดถาวรได้อย่างรวดเร็ว การสัมผัสผิวหนังโดยตรงจะทำให้เกิดแผลไหม้จากสารเคมีอย่างรุนแรง ผิวหนังไหม้เกรียมเป็นสีน้ำตาลหรือสีดำจากปฏิกิริยาดึงน้ำ ทำลายเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังอย่างลึกและเจ็บปวดทรมานมาก การสูดดมไอหรือละอองกรดจะกัดเยื่อบุระบบทางเดินหายใจ แสบจมูก แสบคอรุนแรง หายใจลำบาก ไอ แน่นหน้าอก เกิดแผลเปื่อยในช่องจมูก ปอดบวมน้ำ และอาจเสียชีวิตจากการขาดอากาศ หากกลืนกินจะกัดทำลายทางเดินอาหารทันที แสบร้อนปาก ลำคอ หลอดอาหาร และกระเพาะอาหาร ทะลุทางเดินอาหาร ช็อก และเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว
  • การปฐมพยาบาล: หากสารเข้าตาให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดปริมาณมหาศาลไหลผ่านทันทีอย่างน้อย 20 ถึง 30 นาที พร้อมเปิดเปลือกตาและถอดคอนแทกต์เลนส์ออกทันที และรีบนำส่งแพทย์ฉุกเฉินเฉพาะทางตาโดยด่วนที่สุด หากสัมผัสผิวหนังให้รีบเปิดน้ำปริมาณมากไหลผ่านชะล้างกรดออกทันทีอย่างน้อย 15 ถึง 20 นาที พร้อมถอดเสื้อผ้าที่เปื้อนกรดออกทันที หากสูดดมไอสารให้รีบย้ายผู้ป่วยไปที่พื้นที่อากาศบริสุทธิ์ทันที ให้นอนพักนิ่งๆ และให้ออกซิเจน หากกลืนกินเข้าไป ห้ามทำให้อาเจียนเด็ดขาด และห้ามให้สารสะเทินด่างเด็ดขาด ให้บ้วนปากด้วยน้ำสะอาด ดื่มน้ำสะอาดหรือนมปริมาณพอสมควรเพื่อเจือจาง และรีบนำส่งแพทย์ฉุกเฉินทันที

การเก็บรักษาและข้อควรระวัง

  • การเก็บรักษา: เป็นกรดแก่จัด กัดกร่อนรุนแรง และทำปฏิกิริยาคายความร้อนมหาศาลกับน้ำ (Extremely Corrosive & Violent Water-Reactive Acid) ต้องเก็บในขวดแก้วสีชาเดิมของ QReC พร้อมถาดรองรับสารรั่วไหล (Secondary containment) ปิดฝาให้สนิทแน่นหนาตลอดเวลา เก็บในตู้เก็บสารกัดกร่อนเฉพาะ (Corrosive safety cabinet) ในห้องที่แห้ง สะอาด เย็น และมีระบบระบายอากาศที่ดีเยี่ยม (อุณหภูมิห้องปกติไม่เกิน 25 องศาเซลเซียส) หลีกเลี่ยงความชื้นและแสงแดดส่องถึงโดยตรง “ข้อห้ามเด็ดขาดสูงสุด: ต้องเก็บแยกให้ห่างจากสารอินทรีย์ ตัวทำละลายไวไฟ ด่างแก่เข้มข้น โลหะอัลคาไล สารออกซิไดซ์ สารรีดิวซ์ สารประกอบคลอเรต สารประกอบไนเตรต สารประกอบเปอร์แมงกาเนต และสารประกอบคาร์ไบด์เด็ดขาด”
  • ข้อควรปฏิบัติ: ต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ระดับสูงสุด ได้แก่ ถุงมือยางชนิดหนาทนกรด (เช่น ยางนีโอพรีน หรือยางบิวทิล) แว่นตานิรภัยแบบครอบมิดร่วมกับกระบังหน้าป้องกันสารเคมี (Face shield) เสื้อกาวน์ทนกรด และผ้ากันเปื้อนยาง “กฎเหล็กแห่งความปลอดภัยในการเจือจางกรด: ต้องเทกรดลงในน้ำอย่างช้าๆ ริมผนังภาชนะพร้อมกวนตลอดเวลาเสมอ (Always Add Acid to water: AAA) ห้ามเทน้ำลงในกรดเข้มข้นเด็ดขาด เพราะจะเกิดการเดือดพลักและระเบิดกระเด็นของกรดรุนแรงทันที” ต้องปฏิบัติงานภายในตู้ดูดควัน (Fume hood) ตลอดเวลา และห้ามเททิ้งกรดเข้มข้นลงท่อน้ำทิ้งโดยไม่ผ่านการเจือจางและสะเทินฤทธิ์ก่อน

 

Download SDS (English)

Scroll to Top