สารละลายฟีนอล์ฟทาลีน 1%

,

สารละลายฟีนอล์ฟทาลีน 1%

สารละลายฟีนอล์ฟทาลีน 1 เปอร์เซ็นต์ หรือ อินดิเคเตอร์ฟีนอล์ฟทาลีน

ข้อมูลทั่วไปและคุณภาพ

  • ชื่อผลิตภัณฑ์: สารละลายฟีนอล์ฟทาลีน 1 เปอร์เซ็นต์ (Phenolphthalein solution 1%) หรือ อินดิเคเตอร์ฟีนอล์ฟทาลีนพร้อมใช้
  • แบรนด์/ยี่ห้อ: QReC (รหัสสินค้า: QR-P3021-0-1000)
  • เกรด: เกรดวิเคราะห์สำหรับเป็นตัวบ่งชี้ทางเคมี (Indicator Grade / AR Grade) ความเข้มข้นมาตรฐาน 1 เปอร์เซ็นต์ (น้ำหนักต่อปริมาตร) ควบคุมการผลิตและตรวจสอบประสิทธิภาพการเปลี่ยนสีอย่างเข้มงวดภายใต้มาตรฐานสากลของ QReC เตรียมด้วยตัวทำละลายเอทานอลผสมน้ำบริสุทธิ์สูง ปราศจากสิ่งปนเปื้อนอนุภาคและสารรบกวนปฏิกิริยา ให้จุดเปลี่ยนสีที่คมชัด แม่นยำ และตอบสนองต่อค่าความเป็นกรด-ด่างได้อย่างรวดเร็ว ช่วยตัดปัญหาความแปรปรวนจากการชั่งเตรียมผงสีเองในแล็บ
  • คุณลักษณะทางกายภาพ: ของเหลวใสไม่มีสี มีกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ มีคุณสมบัติเปลี่ยนสีตามค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) โดยจะ ไม่มีสี (Colorless) ในสภาวะที่เป็นกรดและเป็นกลาง (ค่า pH ต่ำกว่า 8.2) และจะเปลี่ยนเป็น สีชมพูจนถึงสีชมพูอมม่วง (Pink to Magenta) เมื่อเข้าสู่สภาวะที่เป็นด่าง (ช่วงการเปลี่ยนสีอยู่ที่ pH 8.2 ถึง 10.0) ตัวน้ำยามีความไวไฟเนื่องจากมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์
  • การละลาย: ผสมเข้าเป็นเนื้อเดียวกับน้ำ แอลกอฮอล์ และตัวทำละลายอินทรีย์มีขั้วได้ดีเยี่ยม
  • การใช้งานในแล็บ: * ใช้เป็นอินดิเคเตอร์หลักสำหรับการไทเทรตกรด-เบส (Acid-Base Titration) โดยเฉพาะการไทเทรตระหว่างกรดอ่อนกับเบสแก่ หรือกรดแก่กับเบสแก่ ในห้องปฏิบัติการวิเคราะห์เคมีทุกระดับ
    • ใช้ในการตรวจวัดและควบคุมคุณภาพค่าความเป็นกรดอิสระหรือค่าด่างในอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์นม นมเปรี้ยว และน้ำผลไม้
    • ใช้ในการทดสอบปริมาณกรดไขมันอิสระ (Free Fatty Acid / Acid value) ในน้ำมันพืช ไขมันสัตว์ และสารหล่อลื่น
    • ใช้ทดสอบความเป็นด่างในงานตรวจสอบคอนกรีต การเสื่อมสภาพของโครงสร้างทางวิศวกรรมโยธา (Carbonation test) และการตรวจวิเคราะห์ทางสิ่งแวดล้อม

ความปลอดภัยและอันตราย (ข้อควรระวังสำคัญ)

  • ระดับอันตราย: เป็นของเหลวและไอระเหยไวไฟ (Flammable liquid and vapor) และเนื่องจากเนื้อสารฟีนอล์ฟทาลีนจัดเป็นสารในกลุ่มที่สงสัยว่าอาจก่อให้เกิดมะเร็ง (Suspected of causing cancer) และอาจทำให้เกิดความผิดปกติต่อสารพันธุกรรม (Germ cell mutagenicity) ตามระบบ GHS จึงควรใช้ด้วยความระมัดระวัง
  • ผลกระทบต่อสุขภาพ: หากของเหลวกระเด็นเข้าตาจะทำให้เกิดการระคายเคือง แสบตา และตาแดง สัมผัสผิวหนังเป็นเวลานานอาจทำให้ผิวแห้งหรือระคายเคือง การสูดดมไอระเหยปริมาณมากอาจทำให้เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ หรือง่วงซึมจากไอระเหยของแอลกอฮอล์ การกลืนกินอาจทำให้ระคายเคืองทางเดินอาหาร ปวดท้อง และคลื่นไส้
  • การปฐมพยาบาล: หากสารเข้าตาหรือสัมผัสผิวหนัง ให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากไหลผ่านทันทีอย่างน้อย 15 นาที พร้อมถอดเสื้อผ้าที่เปื้อนสารออก หากสูดดมไอระเหยเข้าไปจนมึนงงให้ย้ายผู้ป่วยไปที่พื้นที่อากาศบริสุทธิ์ทันที หากกลืนกินเข้าไปให้บ้วนปากด้วยน้ำสะอาดและรีบนำส่งแพทย์

การเก็บรักษาและข้อควรระวัง

  • การเก็บรักษา: เป็นของเหลวไวไฟและระเหยง่าย ต้องเก็บในภาชนะบรรจุขวดเดิมของ QReC ปิดฝาให้สนิทแน่นหนาตลอดเวลา เก็บในตู้เก็บสารเคมีหรือตู้เก็บสารไวไฟที่แห้ง เย็น และมีการระบายอากาศที่ดี (อุณหภูมิห้องปกติไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส) หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด แหล่งกำเนิดความร้อน ประกายไฟ และเปลวไฟ อยู่ห่างจากสารออกซิไดซ์รุนแรงเด็ดขาด
  • ข้อควรปฏิบัติ: สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ได้แก่ ถุงมือห้องปฏิบัติการ แว่นตานิรภัย และเสื้อกาวน์ขณะใช้งาน ปิดฝาขวดทันทีหลังใช้งานเพื่อป้องกันตัวทำละลายแอลกอฮอล์ระเหยซึ่งอาจทำให้ความเข้มข้นของตัวบ่งชี้คลาดเคลื่อน
Scroll to Top