สารละลายโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต 1 นอร์มัล

,

สารละลายโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต 1 นอร์มัล

สารละลายโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต 0.2 โมลต่อลิตร หรือ สารละลายด่างทับทิมมาตรฐาน 1 นอร์มัล หรือ สารละลายมาตรฐานโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนตชนิดเข้มข้นสำหรับงานไทเทรต

ข้อมูลทั่วไปและคุณภาพ

  • ชื่อผลิตภัณฑ์: ฟีนอล์ฟทาลีน อินดิเคเตอร์ แบบผง ขนาด 500 กรัม (Phenolphthalein indicator powder 500 g) หรือ 3,3-บิส(4-ไฮดรอกซีฟีนิล)-1-ไอโซเบนโซฟิวราโนน หรือ ไดไฮดรอกซีฟทาโลฟีโนน หรือ อินดิเคเตอร์ฟีนอล์ฟทาลีน
  • แบรนด์/ยี่ห้อ: QReC (รหัสสินค้า: QR-P3017-1-0500)
  • เกรด: เกรดวิเคราะห์และทดสอบอินดิเคเตอร์ (AR Grade / Indicator Grade) รูปผงผลึกบริสุทธิ์สูง ขนาดบรรจุใหญ่ 500 กรัม ผ่านการทดสอบความไวและช่วงการเปลี่ยนสีตามมาตรฐานสากลของ QReC (Suitability as acid-base indicator) มีการควบคุมช่วงการเปลี่ยนสีอย่างคมชัดในช่วงความเป็นกรด-ด่าง 8.2 (ไม่มีสี) ถึง 10.0 (สีชมพูอมม่วงเข้ม) มีช่วงจุดหลอมเหลวที่แคบและคงที่ (258 ถึง 263 องศาเซลเซียส) ควบคุมการสูญเสียน้ำหนักจากการอบแห้ง (Loss on drying) ให้อยู่ในเกณฑ์ต่ำไม่เกิน 1.0 เปอร์เซ็นต์ มีปริมาณเถ้าตกค้างหลังการเผา (Residue on ignition) ไม่เกิน 0.1 เปอร์เซ็นต์ ละลายในแอลกอฮอล์ได้ใสกระจ่างสมบูรณ์โดยไม่ทิ้งกากตะกอนและไม่มีอนุภาคแขวนลอย บรรจุในขวดสีชาทนสารเคมีหนาพิเศษพร้อมฝาปิดผนึกแน่นสนิทสองชั้นเพื่อป้องกันความชื้นและแสงแดด
  • คุณลักษณะทางกายภาพ: ผงผลึกละเอียดสีขาว หรือสีขาวอมเหลืองอ่อนจางๆ ไม่มีกลิ่น มีความคงตัวสูงมากในอากาศปกติ ไม่ระเหยง่าย ไม่ติดไฟง่ายแต่ติดไฟได้ที่ความร้อนสูง ในโครงสร้างโมเลกุลเมื่ออยู่ในสภาวะกรดหรือเป็นกลางจะอยู่ในรูปแลกโทนที่ไม่มีสี แต่เมื่ออยู่ในสภาวะด่างจะเปิดวงแลกโทนเกิดโครงสร้างควินอยด์ที่ให้สีชมพูสดใสถึงสีบานเย็น และจะเปลี่ยนกลับเป็นไม่มีสีอีกครั้งในสภาวะด่างแก่จัด (pH มากกว่า 13)
  • การละลาย: ละลายในน้ำได้น้อยมากที่อุณหภูมิห้อง (แทบไม่ละลายในน้ำ ประมาณ 0.04 กรัม ต่อน้ำ 100 มิลลิลิตร) แต่ ละลายได้ดีเยี่ยมในเอทานอล เมทานอล อะซิโตน และไดเอทิลอีเทอร์ (การเตรียมสารละลายอินดิเคเตอร์ใช้งานในแล็บจึงต้องละลายผงสารในเอทานอล 95 เปอร์เซ็นต์ก่อนเจือจางด้วยน้ำ) ละลายได้ดีในสารละลายด่างไฮดรอกไซด์เจือจาง
  • การใช้งานในแล็บ:
    • ใช้เตรียมสารละลายอินดิเคเตอร์วัดความเป็นกรด-ด่าง (pH indicator solution ความเข้มข้น 0.1 ถึง 1.0 เปอร์เซ็นต์ในเอทานอล) สำหรับงานไทเทรตสะเทินกรด-ด่าง (Acid-base titration) โดยเฉพาะการไทเทรตระหว่างกรดแก่กับเบสแก่ และกรดอ่อนกับเบสแก่ เช่น การหาปริมาณกรดแอซีติกในน้ำส้มสายชู การหาค่าความเป็นกรดทั้งหมดในน้ำผลไม้ ไวน์ และนม
    • ใช้ในการวิเคราะห์หาค่ากรด (Acid Value) และปริมาณกรดไขมันอิสระ (Free Fatty Acids) ในน้ำมันพืช ไขมันสัตว์ น้ำมันไบโอดีเซล และสารหล่อลื่นปิโตรเลียมตามมาตรฐาน ASTM และ AOCS
    • ใช้ในการทดสอบการเกิดปฏิกิริยาคาร์บอเนชันในเนื้อคอนกรีต (Carbonation test of concrete) ทางวิศวกรรมโยธาและงานตรวจสอบโครงสร้าง เพื่อวัดระดับความลึกที่คอนกรีตสูญเสียความเป็นด่างจากการทำปฏิกิริยากับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศ
    • ใช้เป็นรีเอเจนต์หลักในการทดสอบคาสเซิล-เมเยอร์ (Kastle-Meyer test) ทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อตรวจหาคราบเลือดแฝงในสถานที่เกิดเหตุ โดยอาศัยปฏิกิริยากับฮีโมโกลบินและไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์
    • ใช้เป็นสารมาตรฐานและตัวบ่งชี้ทางเคมีสำหรับการทดสอบการเปลี่ยนสีของสารละลายในงานวิจัยและการศึกษาเคมี

ความปลอดภัยและอันตราย (ระดับวิกฤตและข้อควรระวังสำคัญ)

  • ระดับอันตราย: อาจก่อให้เกิดมะเร็ง (May cause cancer – Carcinogenicity Category 1B) อาจก่อให้เกิดความผิดปกติทางพันธุกรรม (May cause genetic defects – Germ Cell Mutagenicity Category 2) อาจเกิดอันตรายต่อความสามารถในการเจริญพันธุ์หรือทารกในครรภ์ (Suspected of damaging fertility – Reproductive Toxicity Category 2)
  • ผลกระทบต่อสุขภาพ: หากฝุ่นสารเข้าตาอาจทำให้เกิดการระคายเคือง แสบตา ตาแดง หรือน้ำตาไหล การสัมผัสผิวหนังโดยตรงอาจทำให้เกิดการระคายเคือง ผื่นแดง หรือผิวแห้ง การสูดดมฝุ่นละอองสารจะระคายเคืองเยื่อบุทางเดินหายใจ แสบจมูก แสบคอ ไอ จาม อันตรายสะสมระดับวิกฤต: สารนี้จัดอยู่ในกลุ่มสารที่สงสัยหรืออาจก่อให้เกิดมะเร็งในมนุษย์ (Carcinogen) และอาจชักนำให้เกิดการกลายพันธุ์ของสารพันธุกรรม (Mutagen) รวมถึงส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์จากการสัมผัสต่อเนื่องระยะยาว ในอดีตเคยใช้เป็นยาระบาย แต่ปัจจุบันถูกยกเลิกการใช้ในมนุษย์เนื่องจากฤทธิ์กระตุ้นเซลล์มะเร็ง หากกลืนกินในปริมาณมากจะระคายเคืองทางเดินอาหาร ปวดท้อง บิดเกร็ง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วงรุนแรง และอาจเกิดภาวะขาดน้ำและความดันโลหิตลดลง
  • การปฐมพยาบาล: หากสารเข้าตาให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากไหลผ่านทันทีอย่างน้อย 15 นาที พร้อมถอดคอนแทกต์เลนส์ออกทันที หากสัมผัสผิวหนังให้ล้างด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทันที หากสูดดมฝุ่นสารให้ย้ายผู้ป่วยไปที่พื้นที่อากาศบริสุทธิ์ทันที หากกลืนกินเข้าไป ห้ามทำให้อาเจียนเด็ดขาด ให้บ้วนปากด้วยน้ำสะอาด ดื่มน้ำตามปริมาณพอสมควร และรีบนำส่งแพทย์ทันทีพร้อมแจ้งข้อมูลสารเคมี

การเก็บรักษาและข้อควรระวัง

  • การเก็บรักษา: เป็นสารเคมีอันตรายที่มีความเสี่ยงก่อมะเร็งและไวต่อแสง (Carcinogen Hazard & Light-Sensitive) ต้องเก็บในภาชนะบรรจุเดิมของ QReC ปิดฝาให้สนิทแน่นหนาตลอดเวลา เก็บในตู้เก็บสารเคมีอันตรายเฉพาะที่มีระบบล็อก ในห้องที่แห้ง สะอาด เย็น และมีการระบายอากาศที่ดี (อุณหภูมิห้องปกติไม่เกิน 25 ถึง 30 องศาเซลเซียส) หลีกเลี่ยงความชื้น แสงแดดส่องถึงโดยตรง และความร้อนสูง อยู่ห่างจากสารออกซิไดซ์รุนแรง (เช่น โพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต ไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ เกลือเปอร์คลอเรต) และด่างแก่เข้มข้นเด็ดขาด
  • ข้อควรปฏิบัติ: ต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ครบชุดอย่างเข้มงวด ได้แก่ ถุงมือยางไนทริล แว่นตานิรภัยแบบครอบมิด หน้ากากป้องกันฝุ่นละอองสารเคมีอย่างดี และเสื้อกาวน์ “ข้อควรระวังสำคัญ: เนื่องจากเป็นขนาดบรรจุใหญ่ 500 กรัม ควรตักชั่งและเตรียมสารละลายสต็อกภายในตู้ดูดควัน (Fume hood) เสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงการฟุ้งกระจายและการสูดดมฝุ่นสารที่มีความเสี่ยงก่อมะเร็งเข้าสู่ร่างกาย” ปิดฝาขวดให้แน่นสนิททันทีหลังการใช้งาน และห้ามทิ้งสารเคมีหรือกากตะกอนลงท่อน้ำทิ้งโดยตรง
Scroll to Top