มอนอเอทานอลเอมีน หรือ 2-อะมิโนเอทานอล หรือ 2-ไฮดรอกซีเอทิลเอมีน
ข้อมูลทั่วไปและคุณภาพ
- ชื่อผลิตภัณฑ์: เอทานอลเอมีน 99.5 เปอร์เซ็นต์ (Ethanolamine 99.5%) หรือ มอนอเอทานอลเอมีน (Monoethanolamine: MEA) หรือ 2-อะมิโนเอทานอล (2-Aminoethanol) หรือ 2-ไฮดรอกซีเอทิลเอมีน
- แบรนด์/ยี่ห้อ: QReC (รหัสสินค้า: QR-E7067-1-2501)
- เกรด: เกรดวิเคราะห์ความบริสุทธิ์สูง (AR Grade / Analytical Reagent Grade) ความบริสุทธิ์ของเนื้อสารสูงไม่ต่ำกว่า 99.5 เปอร์เซ็นต์ ผ่านกระบวนการกลั่นบริสุทธิ์อย่างพิถีพิถันภายใต้ข้อกำหนดสากลของ QReC มีการควบคุมปริมาณน้ำและความชื้นให้อยู่ในเกณฑ์ต่ำมากไม่เกิน 0.2 เปอร์เซ็นต์ มีการจำกัดปริมาณสารตกค้างหลังการระเหยไม่เกิน 0.005 เปอร์เซ็นต์ ควบคุมสิ่งเจือปนประเภทไดเอทานอลเอมีนและไตรเอทานอลเอมีนให้อยู่ในระดับต่ำมาก ควบคุมโลหะหนัก (เช่น เหล็ก ตะกั่ว ทองแดง สังกะสี นิกเกิล) ให้อยู่ในเกณฑ์ต่ำระดับส่วนในล้านส่วน (ppm) ของเหลวมีความใส ไร้สี ไร้ตะกอน และไม่เปลี่ยนเป็นสีเหลือง บรรจุในขวดแก้วสีชาหนาพิเศษขนาด 2.5 ลิตร พร้อมฝาปิดผนึกแน่นสนิทสองชั้นเพื่อป้องกันความชื้นและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศ
- คุณลักษณะทางกายภาพ: ของเหลวใสไม่มีสี มีความหนืดเล็กน้อยคล้ายน้ำเชื่อม มีกลิ่นฉุนเฉพาะตัวคล้ายกลิ่นแอมโมเนีย มีคุณสมบัติดูดความชื้นจากอากาศได้อย่างรวดเร็วและดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากอากาศได้ดีมาก (Hygroscopic and absorbs carbon dioxide) มีจุดเดือดประมาณ 170 องศาเซลเซียส จุดเยือกแข็งประมาณ 10 ถึง 11 องศาเซลเซียส (สามารถแข็งตัวเป็นผลึกคล้ายขี้ผึ้งในห้องปรับอากาศที่เย็นจัด) จุดวาบไฟประมาณ 93 องศาเซลเซียส สามารถติดไฟได้เมื่อได้รับความร้อนสูง สารละลายในน้ำมีสภาพเป็นด่างแก่ (ค่าความเป็นกรด-ด่างประมาณ 12.0 สำหรับสารละลายความเข้มข้น 10 เปอร์เซ็นต์ที่อุณหภูมิห้อง) และมีฤทธิ์กัดกร่อนเนื้อเยื่อ โลหะอะลูมิเนียม ทองแดง และทองเหลือง
- การละลาย: ผสมเข้าเป็นเนื้อเดียวกับน้ำได้ในทุกสัดส่วน (Miscible with water โดยการละลายน้ำจะคายความร้อนออกมา) ผสมเข้ากันได้ดีเยี่ยมในทุกสัดส่วนกับเมทานอล เอทานอล อะซิโตน และกลีเซอรอล ละลายได้ปานกลางในอีเทอร์และคลอโรฟอร์ม แต่ไม่ละลายในเบนซีนและไฮโดรคาร์บอนสายโซ่เปิด
- การใช้งานในแล็บ: * ใช้เป็นสารดูดซับทางเคมีมาตรฐานในการศึกษาและวิจัยระบบดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon capture and storage: CCS) และการกำจัดก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ (Gas sweetening) ในงานวิจัยวิศวกรรมเคมีและสิ่งแวดล้อม
- ใช้เป็นสารปรับปรุงค่าความเป็นกรด-ด่างและสารบัฟเฟอร์กลุ่มเอมีนในงานชีวเคมี เคมีวิเคราะห์ และระบบโครมาโทกราฟีของเหลวสมรรถนะสูง (HPLC)
- ใช้เป็นสารขจัดประจุและสารปิดกั้นตำแหน่งจับ (Blocking agent) ในเทคนิคการจับคู่โปรตีน การตรึงแอนติบอดี และการทำอิมมูโนแอสเซย์ในงานชีววิทยาโมเลกุล
- ใช้เป็นสารตั้งต้นหลักในการสังเคราะห์สารลดแรงตึงผิว สารทำอิมัลชัน เภสัชภัณฑ์ สารยับยั้งการกัดกร่อน และตัวเร่งปฏิกิริยาเคมีอินทรีย์
- ใช้เป็นตัวทำละลายและสารคีเลตจับไอออนโลหะในการวิจัยเคมีโคออร์ดิเนชันและการสกัดแยกโลหะ
ความปลอดภัยและอันตราย (ข้อควรระวังสำคัญ)
- ระดับอันตราย: เป็นอันตรายหากกลืนกิน สัมผัสผิวหนัง หรือสูดดม (Harmful if swallowed, in contact with skin or if inhaled – Acute Toxicity Category 4) กัดกร่อนผิวหนังและทำลายดวงตาอย่างรุนแรง (Causes severe skin burns and eye damage – Skin Corrosion Category 1B) ก่อให้เกิดการทำลายดวงตาอย่างรุนแรง (Causes serious eye damage – Eye Damage Category 1) อาจระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ (May cause respiratory irritation – STOT SE 3) และเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำ
- ผลกระทบต่อสุขภาพ: สารมีความเป็นด่างแก่และกัดกร่อน หากของเหลวกระเด็นเข้าตาจะกัดทำลายเนื้อเยื่อกระจกตาอย่างรวดเร็ว แสบตา ปวดตา ตาแดง เยื่อบุตาบวม และเสี่ยงต่อการสูญเสียการมองเห็นถาวร การสัมผัสผิวหนังโดยตรงจะทำให้เกิดแผลไหม้จากด่าง แสบร้อน ผิวหนังพุพอง อักเสบ และเนื้อเยื่อตาย การสูดดมไอระเหยหรือละอองสารจะกัดระคายเคืองเยื่อบุระบบทางเดินหายใจอย่างรุนแรง แสบจมูก แสบคอ ไอ จาม หายใจลำบาก แน่นหน้าอก และอาจเกิดหลอดลมอักเสบ หากกลืนกินจะกัดทำลายทางเดินอาหาร แสบร้อนปาก ลำคอ และกระเพาะอาหาร ปวดท้องรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง และอาจทำให้หลอดอาหารตีบตัน
- การปฐมพยาบาล: หากสารเข้าตาให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากไหลผ่านทันทีอย่างน้อย 15 ถึง 20 นาที พร้อมถอดคอนแทกต์เลนส์ออกทันทีและรีบพบแพทย์ หากสัมผัสผิวหนังให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากทันทีอย่างน้อย 15 นาที พร้อมถอดเสื้อผ้าที่เปื้อนสารออก หากสูดดมไอสารให้รีบย้ายผู้ป่วยไปที่พื้นที่อากาศบริสุทธิ์ทันที หากกลืนกินเข้าไป ห้ามทำให้อาเจียนเด็ดขาด ให้บ้วนปากด้วยน้ำสะอาด ดื่มน้ำสะอาดตามปริมาณพอสมควร และรีบนำส่งแพทย์ทันที
การเก็บรักษาและข้อควรระวัง
- การเก็บรักษา: เป็นของเหลวด่างแก่ที่มีฤทธิ์กัดกร่อน ดูดความชื้น และดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Corrosive, Highly Hygroscopic & Carbon Dioxide Sensitive Base) หากเปิดขวดสัมผัสอากาศจะดูดความชื้นและทำปฏิกิริยากับคาร์บอนไดออกไซด์จนความบริสุทธิ์ลดลงอย่างรวดเร็ว ต้องเก็บในภาชนะบรรจุเดิมของ QReC ปิดฝาให้สนิทแน่นหนาตลอดเวลา เก็บในตู้เก็บสารกัดกร่อนกลุ่มด่าง (Alkali storage cabinet) ในห้องที่แห้ง สะอาด เย็น และมีการระบายอากาศที่ดี (อุณหภูมิห้องปกติไม่เกิน 25 องศาเซลเซียส) หลีกเลี่ยงความร้อนสูง ประกายไฟ และแสงแดดจัด “ข้อห้ามสำคัญ: ต้องเก็บแยกให้ห่างจากกรดแก่ทุกชนิด (จะเกิดปฏิกิริยาสะเทินคายความร้อนรุนแรงมาก) สารออกซิไดซ์รุนแรง สารประกอบคลอริเนต โลหะอะลูมิเนียม สังกะสี และทองแดงเด็ดขาด”
- ข้อควรปฏิบัติ: ต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ครบชุด ได้แก่ ถุงมือยางชนิดหนาทนด่างและตัวทำละลาย (เช่น ถุงมือยางไนทริลหรือบิวทิล) แว่นตานิรภัยแบบครอบมิดร่วมกับกระบังหน้า (Face shield) และเสื้อกาวน์ ต้องเปิดขวดและใช้งานภายในตู้ดูดควัน (Fume hood) ตลอดเวลา ปิดฝาขวดให้แน่นสนิททันทีหลังการตักตวงสาร และห้ามทิ้งสารละลายเข้มข้นลงท่อน้ำทิ้งโดยไม่ผ่านการสะเทินฤทธิ์ด่างก่อน







