แมงกานัสคลอไรด์ เตตระไฮเดรต หรือ แมงกานีสไดคลอไรด์ เตตระไฮเดรต หรือ กรดไฮโดรคลอริกแมงกานีส (II) ซอลต์ เตตระไฮเดรต
ข้อมูลทั่วไปและคุณภาพ
- ชื่อผลิตภัณฑ์: แมงกานีส (II) คลอไรด์ เตตระไฮเดรต 99 เปอร์เซ็นต์ (Manganese (II) chloride tetrahydrate 99%) หรือ แมงกานัสคลอไรด์ หรือ แมงกานีสไดคลอไรด์ เตตระไฮเดรต หรือ กรดไฮโดรคลอริกแมงกานีส (II) ซอลต์ เตตระไฮเดรต
- แบรนด์/ยี่ห้อ: QReC (รหัสสินค้า: QR-M1067-1-0500)
- เกรด: เกรดวิเคราะห์ความบริสุทธิ์สูง (AR Grade / Analytical Reagent Grade) ความบริสุทธิ์ของเนื้อสารสูงไม่ต่ำกว่า 99.0 เปอร์เซ็นต์ ผลิตและควบคุมกระบวนการตกผลึกอย่างเข้มงวดภายใต้ข้อกำหนดสากลของ QReC มีการควบคุมสัดส่วนโมเลกุลน้ำผลึกสี่โมเลกุลอย่างแม่นยำ มีการจำกัดปริมาณสารที่ไม่ละลายในน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ต่ำมากไม่เกิน 0.005 เปอร์เซ็นต์ ควบคุมสิ่งเจือปนประเภทซัลเฟต ไนเตรต สารประกอบแอมโมเนียม แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม โซเดียม และโลหะหนักเจือปนชนิดอื่น (เช่น เหล็ก ตะกั่ว ทองแดง สังกะสี นิกเกิล สารหนู) ให้อยู่ในระดับต่ำมากระดับส่วนในล้านส่วน (ppm) ผ่านการรับรองว่าปราศจากการปนเปื้อนของเอนไซม์ดีเอ็นเอสและอาร์เอ็นเอส มีค่าการดูดกลืนแสงยูวีต่ำมาก ผลึกแห้งสม่ำเสมอ ละลายน้ำได้ใสบริสุทธิ์ ให้สารละลายสีชมพูอ่อนใสกระจ่างโดยไม่ทิ้งกากตะกอน บรรจุในขวดพลาสติกทนสารเคมีหนาพิเศษพร้อมฝาปิดผนึกแน่นสนิทสองชั้น
- คุณลักษณะทางกายภาพ: ผลึกของแข็งสีชมพูอ่อน สีชมพูกุหลาบ หรือสีส้มอมชมพูจางๆ ไม่มีกลิ่น มีคุณสมบัติดูดความชื้นจากอากาศได้อย่างรวดเร็วมากจนเยิ้มเหลว (Deliquescent) มีจุดหลอมเหลวประมาณ 58 องศาเซลเซียส ไม่ติดไฟ สารละลายในน้ำมีสภาพเป็นกรดอ่อน (ค่าความเป็นกรด-ด่างประมาณ 4.0 ถึง 6.0 สำหรับสารละลายความเข้มข้น 5 เปอร์เซ็นต์ที่อุณหภูมิห้อง)
- การละลาย: ละลายในน้ำได้ดีเยี่ยมและรวดเร็วมาก (ประมาณ 70 ถึง 72 กรัม ต่อน้ำ 100 มิลลิลิตร ที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส และละลายได้มากกว่า 115 กรัมในน้ำเดือด ให้สารละลายสีชมพูอ่อน) ละลายได้ดีมากในเอทานอล เมทานอล และกลีเซอรอล แต่ไม่ละลายในอีเทอร์
- การใช้งานในแล็บ: * ใช้เป็นสารสำคัญในการเตรียมเซลล์แบคทีเรียให้พร้อมรับดีเอ็นเอภายนอก (Preparation of chemically competent cells เช่น วิธี Hanahan / Inoue method) ในงานชีววิทยาโมเลกุลและการโคลนนิ่งยีน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการนำพลาสมิดเข้าสู่เซลล์แบคทีเรีย (Transformation efficiency)
- ใช้เป็นรีเอเจนต์หลักในการเตรียมสารละลายแมงกานัสซัลเฟตหรือแมงกานัสคลอไรด์สำหรับการตรวจวัดปริมาณออกซิเจนละลายในน้ำ (Dissolved Oxygen: DO) ตามวิธีมาตรฐานวิงก์เลอร์ (Winkler titration method) ในงานวิเคราะห์คุณภาพน้ำและสิ่งแวดล้อม
- ใช้เป็นโคแฟกเตอร์ไอออนโลหะจำเป็น (Essential divalent cofactor) กระตุ้นการทำงานของเอนไซม์หลายชนิด เช่น เอนไซม์เรสทริกชันเอนโดนิวคลีเอส ดีเอ็นเอพอลิเมอเรส อาร์จิเนส และฟอสโฟกลูโคมิวเทส ในงานวิจัยทางชีวเคมี
- ใช้เป็นแหล่งธาตุอาหารรองแมงกานีสบริสุทธิ์สูงในสูตรอาหารเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช (เช่น Murashige and Skoog media) เพื่อกระตุ้นการสังเคราะห์ด้วยแสงและการทำงานของคลอโรฟิลล์
- ใช้เป็นสารตั้งต้นในการเตรียมวัสดุแม่เหล็ก อนุภาคนาโนแมงกานีสออกไซด์ และสารประกอบเชิงซ้อนโคออร์ดิเนชันในงานวิจัยวัสดุศาสตร์
ความปลอดภัยและอันตราย (ระดับวิกฤตและข้อควรระวังสำคัญ)
- ระดับอันตราย: เป็นพิษหรือทำลายอวัยวะ (ระบบประสาทส่วนกลางและสมอง) จากการสัมผัสเป็นเวลานานหรือซ้ำๆ (May cause damage to organs through prolonged or repeated exposure – STOT RE 2) เป็นอันตรายหากกลืนกิน (Harmful if swallowed – Acute Toxicity Oral Category 4) ก่อให้เกิดการทำลายดวงตาอย่างรุนแรง (Causes serious eye damage – Eye Damage Category 1) และ เป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำโดยมีผลกระทบระยะยาว (Toxic to aquatic life with long lasting effects)
- ผลกระทบต่อสุขภาพ: หากฝุ่นสารหรือสารละลายเข้าตาจะกัดทำลายเนื้อเยื่อกระจกตาอย่างรุนแรง แสบตา ปวดตา ตาแดง เยื่อบุตาบวม น้ำตาไหล และอาจทำให้สูญเสียการมองเห็นได้ การสัมผัสผิวหนังโดยตรงเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดการระคายเคือง แสบร้อน หรือผื่นแดง การสูดดมฝุ่นละอองสารจะกัดระคายเคืองเยื่อบุทางเดินหายใจ แสบจมูก ไอ จาม และแน่นหน้าอก อันตรายสะสมระดับวิกฤต: การสูดดมหรือสัมผัสฝุ่นแมงกานีสสะสมเป็นเวลานานจะทำให้เกิดภาวะพิษจากแมงกานีสเรื้อรัง (Manganism) ทำลายระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้เกิดอาการสั่น เคลื่อนไหวช้า กล้ามเนื้อแข็งเกร็ง การทรงตัวผิดปกติ อารมณ์แปรปรวน และอาการทางระบบประสาทที่คล้ายคลึงกับโรคพาร์กินสัน หากกลืนกินเข้าไปจะทำให้ระคายเคืองทางเดินอาหาร แสบร้อนในช่องปาก ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน และท้องร่วง
- การปฐมพยาบาล: หากสารเข้าตาให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากไหลผ่านทันทีอย่างน้อย 15 ถึง 20 นาที พร้อมถอดคอนแทกต์เลนส์ออกทันทีและรีบพบแพทย์ หากสัมผัสผิวหนังให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทันที หากสูดดมฝุ่นสารให้ย้ายผู้ป่วยไปที่พื้นที่อากาศบริสุทธิ์ทันที หากกลืนกินเข้าไป ห้ามทำให้อาเจียนเด็ดขาด ให้บ้วนปากด้วยน้ำสะอาด ดื่มน้ำตามปริมาณพอสมควร และรีบนำส่งแพทย์ทันทีพร้อมแจ้งข้อมูลสารพิษแมงกานีส
การเก็บรักษาและข้อควรระวัง
- การเก็บรักษา: เป็นสารดูดความชื้นในอากาศจนเยิ้มเหลว และมีพิษสะสมต่อระบบประสาท (Deliquescent, Neurotoxic & Aquatic Hazard) การสัมผัสอากาศชื้นจะทำให้ผลึกเยิ้มเหลวอย่างรวดเร็ว ต้องเก็บในภาชนะบรรจุเดิมของ QReC ปิดฝาให้สนิทแน่นหนาตลอดเวลา เก็บในห้องเก็บสารเคมีที่แห้งสนิท เย็น สะอาด และมีการระบายอากาศที่ดี (อุณหภูมิห้องปกติไม่เกิน 25 ถึง 30 องศาเซลเซียส) หลีกเลี่ยงความชื้นสูงและแสงแดดส่องถึงโดยตรง อยู่ห่างจากสารออกซิไดซ์รุนแรง กรดแก่จัด โลหะที่ว่องไว (เช่น โซเดียม โพแทสเซียม สังกะสี) และอาหาร/เครื่องดื่มเด็ดขาด
- ข้อควรปฏิบัติ: ต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ครบชุด ได้แก่ ถุงมือยางไนทริล แว่นตานิรภัยแบบครอบมิด หน้ากากป้องกันฝุ่นละอองสารเคมีอย่างดี และเสื้อกาวน์ แนะนำให้ชั่งสารและเตรียมสารละลายภายในตู้ดูดควัน (Fume hood) เพื่อป้องกันการสูดดมฝุ่นสารสะสมเข้าสู่ปอดและสมอง ปิดฝาขวดให้แน่นสนิททันทีหลังการตักใช้งาน และห้ามทิ้งสารละลายเข้มข้นลงท่อน้ำทิ้งสาธารณะโดยตรง







