เกลือมอร์ หรือ แอมโมเนียมไอรอน (II) ซัลเฟต เฮกซะไฮเดรต หรือ ไดแอมโมเนียมไอรอนไดซัลเฟต เฮกซะไฮเดรต
ข้อมูลทั่วไปและคุณภาพ
- ชื่อผลิตภัณฑ์: แอมโมเนียมเฟอร์รัสซัลเฟต เฮกซะไฮเดรต 99.8 เปอร์เซ็นต์ (Ammonium ferrous sulfate hexahydrate 99.8%) หรือ เกลือมอร์ (Mohr’s salt) หรือ แอมโมเนียมไอรอน (II) ซัลเฟต เฮกซะไฮเดรต หรือ ไดแอมโมเนียมไอรอนไดซัลเฟต เฮกซะไฮเดรต
- แบรนด์/ยี่ห้อ: QReC (รหัสสินค้า: QR-A5086-1-0500)
- เกรด: เกรดวิเคราะห์ความบริสุทธิ์สูงพิเศษ (AR Grade / Analytical Reagent Grade) ความบริสุทธิ์ของเนื้อสารสูงไม่ต่ำกว่า 99.8 เปอร์เซ็นต์ ผลิตและควบคุมกระบวนการตกผลึกอย่างประณีตภายใต้มาตรฐานสากลของ QReC ปราศจากสารป้องกันการจับตัวเป็นก้อน ควบคุมสัดส่วนน้ำผลึกหกโมเลกุลอย่างแม่นยำ มีการควบคุมปริมาณเหล็กสามเจือปน (Iron III / Ferric iron) ให้อยู่ในเกณฑ์ต่ำมากเป็นพิเศษไม่เกิน 0.01 เปอร์เซ็นต์ มีการจำกัดปริมาณสารที่ไม่ละลายในน้ำให้อยู่ในระดับต่ำมากไม่เกิน 0.005 เปอร์เซ็นต์ ควบคุมสิ่งเจือปนประเภทคลอไรด์ ฟอสเฟต แมงกานีส สังกะสี ทองแดง แคลเซียม แมกนีเซียม โซเดียม โพแทสเซียม และตะกั่วให้อยู่ในเกณฑ์ต่ำมากระดับส่วนในล้านส่วน (ppm) ผลึกมีความแห้งสนิท สม่ำเสมอ ละลายน้ำได้ใสกระจ่างสมบูรณ์ ไร้ตะกอนแขวนลอย บรรจุในขวดพลาสติกทนสารเคมีหนาพิเศษพร้อมฝาปิดผนึกแน่นสนิทเพื่อป้องกันความชื้นและการสัมผัสออกซิเจนในอากาศ
- คุณลักษณะทางกายภาพ: ผลึกของแข็งสีเขียวอมฟ้าอ่อน สีเขียวพาสเทล หรือผงผลึกสีเขียวอ่อนสดใส ไม่มีกลิ่น มีรสฝาดเค็มแบบโลหะจางๆ มีความคงตัวต่อการถูกออกซิไดซ์ในอากาศได้ดีกว่าเฟอร์รัสซัลเฟตทั่วไปอย่างมาก แต่สามารถสูญเสียน้ำผลึกและถูกออกซิไดซ์ที่ผิวหน้าอย่างช้าๆ ในอากาศชื้นและแสงแดด ไม่ติดไฟ สารละลายในน้ำมีสภาพเป็นกรดอ่อน (ค่าความเป็นกรด-ด่างประมาณ 3.5 ถึง 5.0 สำหรับสารละลายความเข้มข้น 5 เปอร์เซ็นต์ที่อุณหภูมิห้อง) และจะเกิดการขุ่นมัวอย่างช้าๆ หากไม่มีการเติมกรดซัลฟิวริกเจือจางเพื่อป้องกันการเกิดปฏิกิริยาไฮโดรไลซิส
- การละลาย: ละลายในน้ำได้ดีมาก (ประมาณ 26 ถึง 28 กรัม ต่อน้ำ 100 มิลลิลิตร ที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส และละลายได้มากกว่า 70 กรัมในน้ำเดือด) โดยทั่วไปในการเตรียมสารละลายจำเป็นต้องละลายในน้ำที่มีกรดซัลฟิวริกเจือจางเพื่อรักษาสภาพของไอออนเหล็กสอง ไม่ละลายในเอทานอล อีเทอร์ และอะซิโตน
- การใช้งานในแล็บ: * ใช้เป็นสารไทแทรนต์มาตรฐานในการไทเทรตย้อนกลับเพื่อหาค่าความต้องการออกซิเจนทางเคมี (Chemical Oxygen Demand: COD titration) ในตัวอย่างน้ำและน้ำเสียตามวิธีมาตรฐานสากล โดยใช้ไทเทรตกับโพแทสเซียมไดโครเมตที่เหลือจากปฏิกิริยาย่อยสลาย โดยมีอินดิเคเตอร์เฟอร์โรอินเป็นตัวบ่งชี้จุดยุติ
- ใช้เป็นสารมาตรฐานปฐมภูมิ (Primary Standard) สำหรับการเทียบมาตรฐานและการไทเทรตรีดอกซ์ของสารละลายออกซิไดซ์แรง เช่น โพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต โพแทสเซียมไดโครเมต และซีเรียม (IV) ซัลเฟต
- ใช้เป็นสารเคมีหลักในระบบการวัดปริมาณรังสีฟริกเก (Fricke dosimeter) ทางฟิสิกส์นิวเคลียร์และรังสีชีววิทยา เพื่อตรวจวัดและสอบเทียบปริมาณรังสีแกมมา รังสีเอกซ์ และรังสีอิเล็กตรอนความเข้มข้นสูง โดยอาศัยอัตราการเกิดออกซิเดชันของเหล็กสองกลายเป็นเหล็กสาม
- ใช้เป็นสารตั้งต้นในการเตรียมสารประกอบเชิงซ้อนของเหล็ก สารมอร์แดนต์ในงานย้อมสี และตัวเร่งปฏิกิริยาเฟนตัน (Fenton’s reagent) สำหรับการบำบัดสารมลพิษอินทรีย์
- ใช้เป็นสารมาตรฐานไอออนเหล็กสองในการสอบเทียบเครื่องสเปกโทรโฟโตเมตรีและการวิเคราะห์ทางเคมีคลินิก
ความปลอดภัยและอันตราย (ข้อควรระวังสำคัญ)
- ระดับอันตราย: ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง (Causes skin irritation – Skin Irritation Category 2) ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อดวงตาอย่างรุนแรง (Causes serious eye irritation – Eye Irritation Category 2) และอาจระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ (May cause respiratory irritation – STOT SE 3)
- ผลกระทบต่อสุขภาพ: หากฝุ่นสารหรือสารละลายเข้าตาจะทำให้แสบตา เคืองตา ตาแดง เยื่อบุตาอักเสบ และน้ำตาไหล การสัมผัสผิวหนังโดยตรงเป็นเวลานานอาจทำให้ผิวแห้ง ระคายเคือง ผื่นแดง หรือผิวหนังอักเสบ การสูดดมฝุ่นละอองสารจะระคายเคืองเยื่อบุทางเดินหายใจ แสบจมูก แสบคอ ไอ จาม และแน่นหน้าอก หากกลืนกินสารเข้าไปในปริมาณมากจะทำให้ระคายเคืองทางเดินอาหาร มีรสโลหะฝาดในปาก ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง อุจจาระมีสีดำเข้ม และอาจเกิดภาวะพิษจากธาตุเหล็กเกินเฉียบพลัน (Iron overload toxicity) ซึ่งส่งผลกระทบต่อตับและระบบหัวใจหลอดเลือด
- การปฐมพยาบาล: หากสารเข้าตาให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากไหลผ่านทันทีอย่างน้อย 15 นาที พร้อมถอดคอนแทกต์เลนส์ออกทันที หากสัมผัสผิวหนังให้ล้างด้วยน้ำสะอาดและสบู่ หากสูดดมฝุ่นสารให้ย้ายผู้ป่วยไปที่พื้นที่อากาศบริสุทธิ์ หากกลืนกินในปริมาณมากให้บ้วนปากด้วยน้ำสะอาด ดื่มน้ำตามปริมาณพอสมควร และรีบพบแพทย์ทันที
การเก็บรักษาและข้อควรระวัง
- การเก็บรักษา: เป็นเกลือคู่ของเหล็กสองที่ไวต่อแสงและอากาศชื้น (Light & Air Sensitive Ferrous Salt) แม้จะทนทานกว่าเฟอร์รัสซัลเฟตเดี่ยว แต่การเปิดฝาทิ้งไว้ในอากาศชื้นจะทำให้เกิดคราบสนิมเหล็กสีน้ำตาลของเหล็กสามที่ผิวผลึก ต้องเก็บในภาชนะบรรจุเดิมของ QReC ปิดฝาให้สนิทแน่นหนาตลอดเวลา เก็บในห้องเก็บสารเคมีที่แห้ง สะอาด เย็น และมีการระบายอากาศที่ดี (อุณหภูมิห้องปกติไม่เกิน 25 ถึง 30 องศาเซลเซียส) หลีกเลี่ยงแสงแดดส่องถึงโดยตรงและความชื้นสูง อยู่ห่างจากสารออกซิไดซ์รุนแรง (เช่น ไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ สารประกอบเปอร์คลอเรต โพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต) ด่างแก่เข้มข้น (จะทำให้ตกตะกอนเหล็กไฮดรอกไซด์และปล่อยก๊าซแอมโมเนีย) และความร้อนสูงเด็ดขาด
- ข้อควรปฏิบัติ: สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ทั่วไป ได้แก่ ถุงมือยาง แว่นตานิรภัย และเสื้อกาวน์ “ข้อแนะนำเชิงเทคนิค: ในการเตรียมสารละลายมาตรฐานสำหรับงานวิเคราะห์ ควรเติมกรดซัลฟิวริกเข้มข้นปริมาณเล็กน้อยลงในน้ำก่อนละลายสาร เพื่อป้องกันการเกิดปฏิกิริยาไฮโดรไลซิสและการออกซิไดซ์กลายเป็นตะกอนขุ่นของเหล็กสาม” ปิดฝาขวดให้แน่นสนิททันทีหลังการใช้งาน และหลีกเลี่ยงการทำให้เกิดฝุ่นฟุ้งกระจายขณะตักชั่งสาร







