แอมโมเนียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต

,

แอมโมเนียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต

แอมโมเนียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต หรือ แอมโมเนียมไบคาร์บอเนต หรือ แอมโมเนียมแอซิดคาร์บอเนต

ข้อมูลทั่วไปและคุณภาพ

  • ชื่อผลิตภัณฑ์: แอมโมเนียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต (Ammonium hydrogen carbonate) หรือ แอมโมเนียมไบคาร์บอเนต (Ammonium bicarbonate) หรือ แอมโมเนียมแอซิดคาร์บอเนต
  • แบรนด์/ยี่ห้อ: QReC (รหัสสินค้า: QR-A5077-1-0500)
  • เกรด: เกรดวิเคราะห์ (AR Grade / Analytical Reagent Grade) ความบริสุทธิ์ของเนื้อสารสูงไม่ต่ำกว่า 99 เปอร์เซ็นต์ ผลิตและควบคุมมาตรฐานความบริสุทธิ์อย่างเข้มงวดภายใต้ข้อกำหนดสากลของ QReC มีการควบคุมปริมาณสิ่งเจือปนประเภทคลอไรด์ ซัลเฟต ฟอสเฟต สารตกค้างหลังการระเหย และโลหะหนัก (เช่น เหล็ก ตะกั่ว ทองแดง สารหนู สังกะสี) ให้อยู่ในระดับต่ำมากระดับส่วนในล้านส่วน (ppm) ตัวผลึกแห้งสม่ำเสมอ ละลายน้ำได้ใสกระจ่างสมบูรณ์โดยไม่มีตะกอน บรรจุในขวดพลาสติกทนสารเคมีหนาพิเศษพร้อมฝาเกลียวปิดผนึกแน่นสนิทเพื่อป้องกันการระเหยสูญเสียเนื้อสารและการดูดความชื้น
  • คุณลักษณะทางกายภาพ: ผลึกของแข็งสีขาว หรือผงผลึกสีขาวละเอียด มีกลิ่นแอมโมเนียจางๆ เฉพาะตัว สามารถระเหิดและสลายตัวได้อย่างช้าๆ ที่อุณหภูมิห้อง และจะสลายตัวอย่างรวดเร็วเมื่อได้รับความร้อนสูงกว่า 60 องศาเซลเซียส กลายเป็นก๊าซแอมโมเนีย ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และไอน้ำ โดยไม่ทิ้งสารตกค้าง สารละลายในน้ำมีสภาพเป็นด่างอ่อน (ค่าความเป็นกรด-ด่างประมาณ 7.8 ถึง 8.2) ไม่ติดไฟ
  • การละลาย: ละลายในน้ำได้ดี (ประมาณ 17 ถึง 22 กรัม ต่อน้ำ 100 มิลลิลิตร ที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส โดยการละลายจะดูดความร้อนทำให้อุณหภูมิน้ำลดลง) แต่แทบไม่ละลายในเอทานอล อะซิโตน และอีเทอร์
  • การใช้งานในแล็บ: * ใช้เป็นส่วนประกอบหลักของตัวทำละลายเคลื่อนที่และบัฟเฟอร์ระเหยได้ (Volatile mobile phase buffer) ในระบบลิควิดโครมาโทกราฟี-แมสสเปกโทรเมตรี (LC-MS / LC-MS-MS) สำหรับควบคุมค่าความเป็นกรด-ด่างให้อยู่ในช่วงด่างอ่อน โดยตัวเกลือจะระเหยกลายเป็นไออย่างสมบูรณ์ในแหล่งกำเนิดไอออน (Ion source) จึงไม่เกิดการอุดตัน ไม่เกิดการสะสมคราบเกลือ และไม่ลดทอนสัญญาณการตรวจวัด
    • ใช้เป็นสารละลายบัฟเฟอร์มาตรฐานสำหรับการย่อยโปรตีนด้วยเอนไซม์ทริปซินในเจลและในสารละลาย (In-gel / In-solution tryptic digestion) ในงานวิจัยทางโปรตีโอมิกส์ (Proteomics) และการวิเคราะห์โครงสร้างเปปไทด์
    • ใช้เป็นสารช่วยทำให้แห้งแบบแช่เยือกแข็ง (Lyophilization volatile buffer) เพื่อรักษาสภาพชีวโมเลกุล โปรตีน และแอนติบอดี โดยสามารถระเหิดหายไปได้หมดหลังกระบวนการทำแห้ง
    • ใช้เป็นสารตกตะกอนและสารปรับสภาพความเป็นกรด-ด่างในการแยกบริสุทธิ์สารประกอบเคมีอนินทรีย์และการสังเคราะห์วัสดุนาโน
    • ใช้เป็นสารตั้งต้นในการเตรียมสารประกอบเชิงซ้อนของแอมโมเนียมและคาร์บอเนตในงานเคมีวิเคราะห์

ความปลอดภัยและอันตราย (ข้อควรระวังสำคัญ)

  • ระดับอันตราย: เป็นอันตรายหากกลืนกิน (Harmful if swallowed) อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อดวงตา ผิวหนัง และระบบทางเดินหายใจ
  • ผลกระทบต่อสุขภาพ: หากฝุ่นสารเข้าตาจะทำให้แสบตา เคืองตา ตาแดง และน้ำตาไหล การสัมผัสผิวหนังโดยตรงอาจทำให้ผิวหนังแห้ง แดง หรือระคายเคืองเล็กน้อย การสูดดมฝุ่นละอองสารหรือก๊าซแอมโมเนียที่ระเหิดออกมาจะระคายเคืองเยื่อบุทางเดินหายใจ แสบจมูก แน่นหน้าอก และไอ การกลืนกินสารเข้าไปจะทำให้ระคายเคืองต่อช่องปาก ลำคอ และกระเพาะอาหาร ทำให้มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และอาจเกิดอาการแน่นท้องจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดขึ้นในกระเพาะ
  • การปฐมพยาบาล: หากสารเข้าตาหรือสัมผัสผิวหนัง ให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากไหลผ่านทันทีอย่างน้อย 15 นาที พร้อมถอดเสื้อผ้าที่เปื้อนสารออก หากสูดดมฝุ่นสารหรือไอก๊าซให้ย้ายผู้ป่วยไปที่พื้นที่อากาศบริสุทธิ์ทันที หากกลืนกินเข้าไปให้บ้วนปากด้วยน้ำ ดื่มน้ำสะอาดตามปริมาณพอสมควร และรีบปรึกษาแพทย์หากมีอาการผิดปกติ

การเก็บรักษาและข้อควรระวัง

  • การเก็บรักษา: เป็นสารที่ไวต่อความร้อนและระเหิดได้ (Thermally Sensitive & Volatile Salt) ตัวสารจะสลายตัวให้ก๊าซแอมโมเนียและคาร์บอนไดออกไซด์ได้ง่ายเมื่ออยู่ในที่ร้อน ซึ่งอาจทำให้เกิดแรงดันก๊าซสะสมภายในภาชนะบรรจุ ต้องเก็บในภาชนะบรรจุเดิมของ QReC ปิดฝาให้สนิทแน่นหนาตลอดเวลา เก็บในห้องเก็บสารเคมีที่แห้ง เย็น จัดตั้งในที่ร่ม และมีการระบายอากาศที่ดี (ควบคุมอุณหภูมิห้องปกติไม่เกิน 15 ถึง 25 องศาเซลเซียส ยิ่งเย็นยิ่งรักษาความเสถียรได้ดี) อยู่ห่างจากความร้อน แสงแดดจัด กรดแก่ (จะเกิดฟองฟู่อย่างรุนแรงจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์) และด่างแก่ (จะปลดปล่อยก๊าซแอมโมเนียที่ฉุนจัดออกมาทันที)
  • ข้อควรปฏิบัติ: สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ได้แก่ ถุงมือยาง แว่นตานิรภัย และเสื้อกาวน์ ขณะเปิดขวดควรคลายเกลียวฝาอย่างช้าๆ โดยหันปากขวดออกจากตัว เพื่อระบายแรงดันก๊าซที่อาจสะสมอยู่ภายในขวด และปิดฝาขวดให้แน่นสนิททันทีหลังการตักแบ่งสาร
Scroll to Top