โครเมียม (VI) ออกไซด์

,

โครเมียม (VI) ออกไซด์

โครเมียม (VI) ออกไซด์ 99 เปอร์เซ็นต์ หรือ โครเมียมไตรออกไซด์ หรือ กรดโครมิกแอนไฮดรายด์

ข้อมูลทั่วไปและคุณภาพ

  • ชื่อผลิตภัณฑ์: โครเมียม (VI) ออกไซด์ 99 เปอร์เซ็นต์ (Chromium (VI) oxide 99%) หรือ โครเมียมไตรออกไซด์ (Chromium trioxide) หรือ กรดโครมิกแอนไฮดรายด์ (Chromic anhydride)
  • แบรนด์/ยี่ห้อ: QReC (รหัสสินค้า: QR-C6002-1-0500)
  • เกรด: เกรดวิเคราะห์ (AR Grade / Analytical Reagent Grade) ความบริสุทธิ์ของเนื้อสารสูงไม่ต่ำกว่า 99.0 เปอร์เซ็นต์ ผลิตและควบคุมมาตรฐานอย่างเข้มงวดภายใต้ข้อกำหนดสากลของ QReC มีการควบคุมปริมาณสิ่งเจือปนประเภทซัลเฟต คลอไรด์ สารที่ไม่ละลายในน้ำ สารประกอบไนโตรเจน และโลหะหนักเจือปนชนิดอื่น (เช่น เหล็ก ตะกั่ว อะลูมิเนียม แคลเซียม แมกนีเซียม สารหนู) ให้อยู่ในระดับต่ำมากระดับส่วนในล้านส่วน (ppm) ตัวเกล็ดผลึกมีความแห้งสม่ำเสมอ ละลายน้ำได้ใสบริสุทธิ์ ให้สารละลายกรดโครมิกสีส้มแดงเข้มโดยไม่ทิ้งตะกอน บรรจุในขวดพลาสติกทนสารเคมีหนาพิเศษพร้อมฝาปิดผนึกแน่นหนาเพื่อป้องกันความชื้นในอากาศ
  • คุณลักษณะทางกายภาพ: เกล็ดผลึกสีแดงเข้ม สีแดงเข้มอมน้ำตาล หรือเกล็ดผลึกแวววาวสีม่วงแดง ไม่มีกลิ่น มีคุณสมบัติดูดความชื้นจากอากาศได้ดีมากจนอาจเยิ้มเหลว (Deliquescent) สารตัวมันเองไม่ติดไฟแต่เป็น สารออกซิไดซ์ที่รุนแรงยิ่งยวด (Powerful oxidizer) สามารถทำให้สารอินทรีย์หรือสารไวไฟลุกไหม้หรือระเบิดได้เองเมื่อสัมผัส สารละลายในน้ำมีสภาพเป็นกรดแก่จัดและมีฤทธิ์กัดกร่อนเนื้อเยื่อและโลหะอย่างรุนแรง
  • การละลาย: ละลายในน้ำได้ดีเยี่ยมมาก (ประมาณ 165 ถึง 170 กรัม ต่อน้ำ 100 มิลลิลิตร ที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส ให้สารละลายกรดโครมิกและกรดไดโครมิก) ละลายได้ในกรดซัลฟิวริก และกรดไนตริก ห้ามผสมโดยตรงกับตัวทำละลายอินทรีย์ เช่น เอทานอล อะซิโตน หรืออีเทอร์ เพราะจะเกิดการระเบิดหรือเพลิงไหม้รุนแรงทันที
  • การใช้งานในแล็บ: * ใช้เป็นสารออกซิไดซ์หลักในการเตรียมสารละลายโจนส์รีเอเจนต์ (Jones reagent: โครเมียมไตรออกไซด์ในกรดซัลฟิวริกเจือจางและอะซิโตน) สำหรับปฏิกิริยาออกซิไดซ์แอลกอฮอล์ปฐมภูมิไปเป็นกรดคาร์บอกซิลิก และออกซิไดซ์แอลกอฮอล์ทุติยภูมิไปเป็นคีโตนในงานสังเคราะห์เคมีอินทรีย์
    • ใช้ในการเตรียมสารละลายกรดทำความสะอาดเครื่องแก้ว (Chromic acid cleaning solution) ในอดีตเพื่อขจัดคราบไขมันและสารอินทรีย์ฝังแน่น (ปัจจุบันถูกจำกัดการใช้เนื่องจากความเป็นพิษสูง)
    • ใช้เป็นสารตั้งต้นหลักในกระบวนการชุบเคลือบผิวโลหะด้วยโครเมียม (Chromium electroplating) และการปรับสภาพผิวโลหะเพื่อต้านทานการกัดกร่อน (Chromate conversion coating / Passivation)
    • ใช้เป็นสารเร่งปฏิกิริยาและสารออกซิไดซ์ในการวิเคราะห์ทางเคมีและการวิจัยวัสดุศาสตร์
    • ใช้เป็นสารตั้งต้นในการเตรียมสารประกอบเชิงซ้อนและเกลือโครเมต-ไดโครเมตชนิดต่างๆ

ความปลอดภัยและอันตราย (ระดับวิกฤตสูงสุดและข้อควรระวังสำคัญ)

  • ระดับอันตราย: เป็นสารออกซิไดซ์รุนแรง อาจทำให้เพลิงไหม้รุนแรงหรือระเบิดได้ (Oxidizing solid) เป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ (May cause cancer – Carcinogen Category 1A) อาจก่อให้เกิดความผิดปกติทางพันธุกรรม (May cause genetic defects – Germ cell mutagenicity Category 1B) อาจเกิดอันตรายต่อการเจริญพันธุ์หรือทารกในครรภ์ (May damage fertility or the unborn child) เป็นพิษร้ายแรงถึงชีวิตหากสูดดม (Fatal if inhaled) เป็นพิษหากกลืนกิน (Toxic if swallowed) กัดกร่อนผิวหนังและดวงตาอย่างรุนแรงยิ่งยวด (Causes severe skin burns and eye damage) อาจทำให้เกิดอาการแพ้ทางผิวหนังหรือหอบหืดรุนแรงจากการสูดดม และ เป็นพิษร้ายแรงยิ่งยวดต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำโดยมีผลกระทบระยะยาว
  • ผลกระทบต่อสุขภาพ: หากสารกระเด็นเข้าตาจะกัดทำลายเนื้อเยื่อกระจกตาอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดแผลไหม้รุนแรง ตาบอดถาวร การสัมผัสผิวหนังจะทำให้เกิดแผลไหม้จากสารเคมีระดับลึก แผลเปื่อยเรื้อรังที่หายยากมาก (Chrome sores) ผิวหนังอักเสบ และเกิดการแพ้สัมผัสอย่างรุนแรง การสูดดมฝุ่นละอองหรือไอระเหยจะกัดทำลายเยื่อบุทางเดินหายใจอย่างรุนแรง ทำให้แสบจมูก เลือดกำเดาไหล ไอ แน่นหน้าอก หลอดลมหดเกร็ง ปอดบวมน้ำ และ การสูดดมเรื้อรังจะทำให้ผนังกั้นช่องจมูกทะลุ (Nasal septum perforation) และเป็นสาเหตุโดยตรงของโรคมะเร็งปอดและทางเดินหายใจ หากกลืนกินจะกัดทำลายทางเดินอาหารอย่างรุนแรง ปวดท้องสาหัส คลื่นไส้ อาเจียนเป็นเลือด ไตวายเฉียบพลัน ตับวาย ระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว และเสียชีวิต
  • การปฐมพยาบาล: หากสารเข้าตาหรือสัมผัสผิวหนัง ให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากไหลผ่านทันทีอย่างน้อย 15 ถึง 20 นาที พร้อมถอดเสื้อผ้าที่เปื้อนสารออกทันที หากสูดดมฝุ่นสารให้รีบย้ายผู้ป่วยไปที่พื้นที่อากาศบริสุทธิ์ทันทีและให้อยู่นิ่งๆ เพื่อเฝ้าระวังอาการปอดบวมน้ำ หากกลืนกินเข้าไป ห้ามทำให้อาเจียนเด็ดขาด ให้บ้วนปากด้วยน้ำ ดื่มน้ำสะอาดตาม และรีบนำส่งแพทย์ฉุกเฉินโดยด่วนที่สุดพร้อมแจ้งข้อมูลพิษจากโครเมียมเวเลนซีหก

การเก็บรักษาและข้อควรระวัง

  • การเก็บรักษา: เป็นสารออกซิไดซ์รุนแรง สารกัดกร่อน และสารก่อมะเร็งอันตรายสูงสุด (Extreme Oxidizer, Corrosive & Carcinogen Hazard) สัมผัสกับสารอินทรีย์ ตัวทำละลายไวไฟ หรือสารรีดิวซ์จะเกิดการระเบิดหรือลุกไหม้ได้ทันที ต้องเก็บในภาชนะบรรจุเดิมของ QReC ปิดฝาให้สนิทแน่นหนาตลอดเวลา เก็บในตู้เก็บสารเคมีอันตรายเฉพาะที่ล็อกกุญแจได้ (Locked hazardous chemical cabinet) ในห้องที่แห้งสนิท เย็น สะอาด และมีการระบายอากาศที่ดี (อุณหภูมิห้องปกติไม่เกิน 25 องศาเซลเซียส) ต้องแยกเก็บต่างหากเด็ดขาด อยู่ห่างจากสารเคมีอินทรีย์ ตัวทำละลายไวไฟ (เช่น เอทานอล อะซิโตน อีเทอร์ กลีเซอรอล) สารรีดิวซ์ กำมะถัน ฟอสฟอรัส ด่างแก่ กรดแก่ และโลหะผงทุกชนิด
  • ข้อควรปฏิบัติ: ต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ครบชุดอย่างเข้มงวดสูงสุด ได้แก่ ถุงมือยางหนาทนสารเคมี (เช่น บิวทิลหรือไนทริลหนาพิเศษ) แว่นตานิรภัยแบบครอบมิดร่วมกับกระบังหน้า หน้ากากป้องกันฝุ่นและไอระเหยสารเคมีมาตรฐานสูง และเสื้อกาวน์กันสารเคมี ต้องเปิดขวด ชั่งสาร และปฏิบัติงานภายในตู้ดูดควัน (Fume hood) ที่มีประสิทธิภาพสูงตลอดเวลา ห้ามปฏิบัติงานนอกตู้ดูดควันเด็ดขาด มีอุปกรณ์ดูดซับสารเคมีหกรั่วไหลพร้อมใช้งาน และ “ห้ามทิ้งสารละลายหรือกากของเสียที่มีโครเมียมเวเลนซีหกลงสู่ท่อน้ำทิ้งเด็ดขาด ต้องรวบรวมใส่ภาชนะขยะอันตรายพิเศษและผ่านการบำบัดรีดิวซ์ให้เป็นโครเมียมเวเลนซีสามก่อนกำจัดตามกฎหมาย”
Scroll to Top