ข้อมูลทั่วไปและคุณภาพ
- ชื่อผลิตภัณฑ์: โซเดียมไฮดรอกไซด์ ชนิดเม็ด 99 เปอร์เซ็นต์ (Sodium hydroxide Pellets 99%) หรือ โซดาไฟ หรือ คอสติกโซดา (Caustic soda) หรือ โซเดียมไฮเดรต
- แบรนด์/ยี่ห้อ: QReC (รหัสสินค้า: QR-S5158-1-1000)
- เกรด: เกรดวิเคราะห์ (AR Grade / Analytical Reagent Grade) ความบริสุทธิ์ของเนื้อสารรวมสูงถึง 99 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ควบคุมกระบวนการผลิตและการขึ้นรูปเม็ดตามมาตรฐานสากลที่เข้มงวดของ QReC มีการควบคุมปริมาณโซเดียมคาร์บอเนตที่เกิดจากการทำปฏิกิริยากับอากาศให้อยู่ในระดับต่ำมากไม่เกิน 1 เปอร์เซ็นต์ ควบคุมปริมาณคลอไรด์ ซัลเฟต ฟอสเฟต ซิลิเกต โลหะหนัก (เช่น เหล็ก ตะกั่ว นิกเกิล ทองแดง สารหนู) และโลหะอัลคาไลดิน (แคลเซียมและแมกนีเซียม) ให้อยู่ในระดับต่ำมากระดับส่วนในล้านส่วน (ppm) เม็ดสารแห้ง แกร่ง สม่ำเสมอ ละลายน้ำได้ใสกระจ่างสมบูรณ์โดยไม่มีตะกอน บรรจุในขวดพลาสติกพอลิเอทิลีนหนาพิเศษพร้อมฝาปิดผนึกแน่นสองชั้นเพื่อป้องกันความชื้นและอากาศ
- คุณลักษณะทางกายภาพ: ของแข็งชนิดเม็ดกลมแบนหรือรูปไข่ขนาดเล็ก สีขาวทึบแสง ไม่มีกลิ่น มีคุณสมบัติดูดความชื้นและดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากอากาศอย่างรวดเร็วมากจนผิวเม็ดเริ่มเยิ้มเหลว (Deliquescent) ไม่ติดไฟด้วยตัวเอง สารละลายในน้ำมีสภาพเป็นด่างจัด มีสัมผัสลื่นมือคล้ายสบู่ และมีฤทธิ์กัดกร่อนเนื้อเยื่อและโลหะอย่างรุนแรง
- การละลาย: ละลายในน้ำได้ดีเยี่ยมมาก โดย ปฏิกิริยาการละลายจะปลดปล่อยความร้อนสูงมากอย่างรวดเร็ว (Exothermic reaction) และละลายได้ดีในเอทานอล เมทานอล และกลีเซอรอล แต่ไม่ละลายในอีเทอร์
- การใช้งานในแล็บ: * ใช้ในการเตรียมสารละลายมาตรฐานสำหรับการไทเทรตวัดปริมาณกรด-ด่าง (Acid-base volumetric titration) เพื่อวิเคราะห์หาความเข้มข้นของกรดชนิดต่างๆ ในอาหาร ยา และเคมีภัณฑ์
- ใช้เป็นสารปรับค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH adjustment) และเป็นสารตั้งต้นในการเตรียมสารละลายบัฟเฟอร์ (Buffer solution) หลากหลายชนิดในงานวิเคราะห์ทางเคมี ชีวเคมี และอณูชีววิทยา
- ใช้ในการตกตะกอนโลหะหนักและไอออนบวกในรูปของไฮดรอกไซด์สำหรับการวิเคราะห์เชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ (Gravimetric and qualitative inorganic analysis)
- ใช้ในการสกัดกรดนิวคลีอิก (DNA/RNA extraction) เช่น กระบวนการสกัดพลาสมิดดีเอ็นเอด้วยวิธีแอลคาไลน์ไลซิส (Alkaline lysis) เพื่อทำลายผนังเซลล์และทำให้โปรตีนกับดีเอ็นเอเสื่อมสภาพ
- ใช้ในปฏิกิริยาสะปอนนิฟิเคชัน (Saponification) สำหรับการไฮโดรไลซิสเอสเทอร์และไขมันในงานวิเคราะห์และสังเคราะห์สารเคมี
- ใช้ล้างทำความสะอาด ขจัดคราบไขมัน คราบโปรตีน และสารอินทรีย์ที่ตกค้างบนเครื่องแก้ววิทยาศาสตร์
ความปลอดภัยและอันตราย (ระดับวิกฤตและข้อควรระวังสำคัญ)
- ระดับอันตราย: เป็นสารกัดกร่อนผิวหนังและดวงตาอย่างรุนแรงยิ่งยวด (Causes severe skin burns and eye damage) ก่อให้เกิดการทำลายดวงตาอย่างถาวร กัดกร่อนโลหะอย่างรุนแรง และเป็นพิษต่อระบบทางเดินอาหารหากกลืนกิน
- ผลกระทบต่อสุขภาพ: ความเป็นด่างจัดของโซเดียมไฮดรอกไซด์จะทำลายเนื้อเยื่อแบบละลายโปรตีนและไขมัน (Saponification of fats) ทำให้สารสามารถซึมลึกเข้าสู่ชั้นเนื้อเยื่อได้อย่างรวดเร็ว หากฝุ่นสารหรือสารละลายเข้มข้นกระเด็นเข้าตาจะกัดทำลายกระจกตาและเยื่อบุตาทันที ทำให้เกิดแผลไหม้รุนแรง ตาขุ่นขาว และตาบอดถาวร การสัมผัสผิวหนังโดยตรงจะทำให้เกิดแผลไหม้จากสารเคมีระดับลึก ผิวหนังพุพอง เนื้อเยื่อเปื่อยยุ่ย และเจ็บปวดสาหัส การสูดดมฝุ่นละอองหรือละอองไอระเหยจะกัดทำลายระบบทางเดินหายใจอย่างรุนแรง แสบจมูก แสบคอ ไอ หายใจลำบาก หลอดลมหดเกร็ง และอาจเกิดภาวะปอดบวมน้ำ หากกลืนกินจะกัดทำลายเนื้อเยื่อริมฝีปาก ช่องปาก ลำคอ หลอดอาหาร และกระเพาะอาหารอย่างรุนแรง ทำให้ทางเดินอาหารทะลุ เลือดออกภายใน ช็อก และอาจถึงแก่ชีวิต
- การปฐมพยาบาล: หากสารเข้าตาหรือสัมผัสผิวหนัง ให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากไหลผ่านทันทีอย่างน้อย 15 ถึง 20 นาที พร้อมถอดเสื้อผ้าที่เปื้อนสารออกทันที หากสูดดมฝุ่นสารให้ย้ายผู้ป่วยไปที่พื้นที่อากาศบริสุทธิ์ทันที หากกลืนกินเข้าไป ห้ามทำให้อาเจียนเด็ดขาด ให้บ้วนปากด้วยน้ำสะอาด ดื่มน้ำตามปริมาณพอสมควร (ห้ามดื่มสารที่เป็นกรดเพื่อสะเทินเด็ดขาดเพราะจะเกิดความร้อนสูง) และรีบนำส่งแพทย์ฉุกเฉินโดยด่วนที่สุด
การเก็บรักษาและข้อควรระวัง
- การเก็บรักษา: เป็นสารที่ดูดความชื้นและคาร์บอนไดออกไซด์อย่างรวดเร็ว (Highly Deliquescent & Corrosive Alkali) หากเปิดฝาทิ้งไว้ สารจะดูดความชื้นจนละลายและทำปฏิกิริยากับคาร์บอนไดออกไซด์กลายเป็นโซเดียมคาร์บอเนต ทำให้ความบริสุทธิ์ลดลงอย่างรวดเร็ว ต้องเก็บในภาชนะพลาสติกเดิมของ QReC ปิดฝาให้สนิทแน่นหนาทันทีหลังใช้งาน เก็บในตู้เก็บสารเคมีทนการกัดกร่อนในห้องที่แห้งสนิท เย็น และมีการระบายอากาศที่ดี (อุณหภูมิห้องปกติไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส) อยู่ห่างจากความชื้น น้ำ กรดแก่ สารออกซิไดซ์รุนแรง และโลหะที่ว่องไว เช่น อะลูมิเนียม สังกะสี และดีบุก (การสัมผัสกับโลหะเหล่านี้จะกัดกร่อนโลหะและปล่อยก๊าซไฮโดรเจนที่ไวไฟสูงมากออกมา)
- ข้อควรปฏิบัติ: สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ครบชุด ได้แก่ ถุงมือยางหนาทนด่างกัดกร่อน แว่นตานิรภัยแบบครอบมิดหรือกระบังหน้าป้องกันสารเคมี และเสื้อกาวน์ “ข้อควรระวังในการเตรียมสารละลาย: ต้องค่อยๆ เติมเม็ดโซเดียมไฮดรอกไซด์ลงในน้ำทีละน้อย พร้อมทั้งคนอย่างต่อเนื่อง ห้ามเทน้ำลงบนเม็ดสารเคมีเด็ดขาด เพราะจะทำให้เกิดความร้อนสูงสะสมจนน้ำเดือดและสารละลายกระเด็นใส่ผู้ปฏิบัติงาน”









