โพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต

,

โพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต

โพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต หรือ ด่างทับทิม หรือ โพแทสเซียมแมงกาเนต (VII)

ข้อมูลทั่วไปและคุณภาพ

  • ชื่อผลิตภัณฑ์: โพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต (Potassium permanganate) หรือ ด่างทับทิม หรือ โพแทสเซียมแมงกาเนต (VII)
  • แบรนด์/ยี่ห้อ: QReC (รหัสสินค้า: QR-P5219-1-0500)
  • เกรด: เกรดวิเคราะห์ (AR Grade / Analytical Reagent Grade) ความบริสุทธิ์ของเนื้อสารสูงไม่ต่ำกว่า 99 เปอร์เซ็นต์ ผลิตและควบคุมมาตรฐานความบริสุทธิ์อย่างเข้มงวดภายใต้ข้อกำหนดสากลของ QReC มีการจำกัดปริมาณสิ่งเจือปนประเภทคลอไรด์และคลอเรต ซัลเฟต สารที่ไม่ละลายในน้ำ ไนโตรเจนรวม และโลหะหนัก (เช่น เหล็ก ตะกั่ว ทองแดง) ให้อยู่ในระดับต่ำมากระดับส่วนในล้านส่วน (ppm) ตัวผลึกแห้งสม่ำเสมอ ละลายน้ำได้ใสบริสุทธิ์ ไม่ทิ้งตะกอนแมงกานีสไดออกไซด์ บรรจุในขวดทนสารเคมีหนาพิเศษเพื่อป้องกันความชื้นและแสง
  • คุณลักษณะทางกายภาพ: ผลึกรูปเข็มสีม่วงเข้มเกือบดำ มีประกายแวววาวเป็นเหลือบสีบรอนซ์ทองเมื่อกระทบแสง ไม่มีกลิ่น สารละลายในน้ำให้สีชมพูอมม่วงเข้มสดใส ไม่ติดไฟด้วยตัวเอง แต่เป็นสารออกซิไดซ์รุนแรงที่ช่วยเร่งการลุกไหม้ของสารติดไฟได้อย่างรวดเร็วและรุนแรง
  • การละลาย: ละลายได้ดีในน้ำ (ละลายได้เพิ่มขึ้นเมื่ออุณหภูมิของน้ำสูงขึ้น) ละลายได้ในกรดซัลฟิวริกเจือจาง เมทานอล และอะซิโตน (แต่สารละลายอินทรีย์อาจเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันอย่างช้าๆ)
  • การใช้งานในแล็บ: * ใช้เป็นสารละลายมาตรฐานหลักในการไทเทรตวัดปฏิกิริยารีดอกซ์ (Redox titration / Permanganometry) สำหรับวิเคราะห์หาปริมาณเหล็ก (Iron II) ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ แคลเซียม ออกซาเลต และสารอินทรีย์ต่างๆ โดยสารตัวนี้ทำหน้าที่เป็นอินดิเคเตอร์ในตัวเอง (จุดยุติเปลี่ยนจากไม่มีสีเป็นสีชมพูจางถาวร)
    • ใช้ในการวิเคราะห์ค่าทางเคมีของน้ำ เช่น การตรวจหาค่าเพอร์แมงกาเนตอินเด็กซ์ (Permanganate index: KMnO4 value) เพื่อประเมินปริมาณสารอินทรีย์ที่ปนเปื้อนในน้ำสะอาดและน้ำประปา
    • ใช้เป็นสารออกซิไดซ์ทรงพลังในปฏิกิริยาสังเคราะห์ทางเคมีอินทรีย์ เช่น การออกซิไดซ์อัลคีนไปเป็นไกลคอล หรือออกซิไดซ์อัลคิลเบนซีนไปเป็นกรดเบนโซอิก
    • ใช้ในการเตรียมไบเออร์รีเอเจนต์ (Baeyer reagent) สำหรับทดสอบพันธะคู่และพันธะสามของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนไม่อิ่มตัว (สีม่วงจะฟอกจางหายไปพร้อมเกิดตะกอนสีน้ำตาล)
    • ใช้เป็นสารฆ่าเชื้อ ทำความสะอาด และกำจัดสารปนเปื้อนอินทรีย์ในงานห้องปฏิบัติการเฉพาะทาง

ความปลอดภัยและอันตราย (ระดับวิกฤตและข้อควรระวังสำคัญ)

  • ระดับอันตราย: เป็นของแข็งออกซิไดซ์ (Oxidizing solid) ก่อให้เกิดอันตรายจากการลุกไหม้หรือระเบิดเมื่อสัมผัสสารติดไฟ เป็นอันตรายถึงชีวิตหากกลืนกิน กัดกร่อนผิวหนังและดวงตาอย่างรุนแรง (Causes severe skin burns and eye damage) สงสัยว่าอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อทารกในครรภ์และทำลายความสามารถในการเจริญพันธุ์ (Suspected of damaging fertility or the unborn child) และ เป็นพิษร้ายแรงยิ่งยวดต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำโดยมีผลกระทบระยะยาว (Very toxic to aquatic life with long lasting effects)
  • ผลกระทบต่อสุขภาพ: หากฝุ่นผลึกหรือสารละลายเข้มข้นกระเด็นเข้าตาจะกัดทำลายเนื้อเยื่อกระจกตาอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดแผลไหม้รุนแรง ตาแดง ปวดแสบสาหัส และทำให้ตาบอดถาวร การสัมผัสผิวหนังโดยตรงจะกัดทำลายผิวหนัง ทำให้เกิดแผลไหม้จากสารเคมี ผิวหนังพุพอง แสบร้อน และ จะทำปฏิกิริยากับผิวหนังจนเกิดเป็นรอยคราบสีน้ำตาลเข้มฝังแน่น (Brown manganese dioxide stains) ซึ่งล้างออกยากมาก การสูดดมฝุ่นละอองสารจะกัดกร่อนทางเดินหายใจ ไอ แสบคอ แน่นหน้าอก หายใจลำบาก และอาจเกิดปอดบวมน้ำ หากกลืนกินจะกัดทำลายเนื้อเยื่อช่องปาก ลำคอ หลอดอาหาร และกระเพาะอาหาร ทำให้ปวดท้องรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียนเป็นสีน้ำตาล เกิดภาวะความดันโลหิตตก ช็อก และอวัยวะล้มเหลว
  • การปฐมพยาบาล: หากสารเข้าตาหรือสัมผัสผิวหนัง ให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากไหลผ่านทันทีอย่างน้อย 15 ถึง 20 นาที พร้อมถอดเสื้อผ้าที่เปื้อนสารออกทันที หากสูดดมให้ย้ายผู้ป่วยไปที่พื้นที่อากาศบริสุทธิ์ หากกลืนกินเข้าไป ห้ามทำให้อาเจียนเด็ดขาด ให้บ้วนปากด้วยน้ำ ดื่มน้ำสะอาดตาม และรีบนำส่งแพทย์ฉุกเฉินทันที

การเก็บรักษาและข้อควรระวัง

  • การเก็บรักษา: เป็นสารออกซิไดซ์รุนแรงและสารเคมีควบคุม (Strong Oxidizer & Regulated Chemical) เมื่อสัมผัสกับสารอินทรีย์บางชนิด เช่น กลีเซอรอลหรือเอทานอล สามารถเกิดปฏิกิริยาคายความร้อนจนลุกติดไฟขึ้นได้เองทันที ต้องเก็บในภาชนะบรรจุเดิมของ QReC ปิดฝาให้สนิทแน่นหนาตลอดเวลา เก็บในตู้เก็บสารเคมีที่แห้ง เย็น จัดตั้งในที่มืด และมีการระบายอากาศที่ดี (อุณหภูมิห้องปกติไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส) อยู่ห่างจากสารไวไฟ สารอินทรีย์ กลีเซอรอล น้ำมัน กรดแก่ (โดยเฉพาะกรดซัลฟิวริกเข้มข้น ซึ่งหากผสมกันจะเกิดสารแมงกานีสเฮปทอกไซด์ที่ระเบิดได้รุนแรงมาก) สารรีดิวซ์ แหล่งความร้อน และประกายไฟเด็ดขาด
  • ข้อควรปฏิบัติ: สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ครบชุด ได้แก่ ถุงมือยางไนทริล แว่นตานิรภัยแบบครอบมิด และเสื้อกาวน์ ควรชั่งสารและเตรียมสารละลายด้วยความระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดฝุ่นฟุ้งกระจาย หลีกเลี่ยงการใช้ช้อนตักสารที่เปื้อนน้ำมันหรือสารอินทรีย์ ห้ามทิ้งสารละลายหรือกากของเสียโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนตลงสู่ท่อน้ำทิ้งโดยตรง ต้องบำบัดด้วยสารรีดิวซ์ (เช่น โซเดียมไบซัลไฟต์) ให้เป็นกลางก่อนกำจัด
Scroll to Top