โพแทสเซียมไฮดรอกไซด์

,

โพแทสเซียมไฮดรอกไซด์

โพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ ชนิดเม็ด 85 เปอร์เซ็นต์ หรือ คอสติกโพแทช หรือ ด่างคลี หรือ โพแทสเซียมไฮเดรต

ข้อมูลทั่วไปและคุณภาพ

  • ชื่อผลิตภัณฑ์: โพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ ชนิดเม็ด 85 เปอร์เซ็นต์ (Potassium hydroxide pellets 85%) หรือ คอสติกโพแทช (Caustic potash) หรือ ด่างคลี หรือ โพแทสเซียมไฮเดรต
  • แบรนด์/ยี่ห้อ: QReC (รหัสสินค้า: QR-P5158-1-1000)
  • เกรด: เกรดวิเคราะห์ (AR Grade / Analytical Reagent Grade) ความบริสุทธิ์ของเนื้อสารด่างรวมไม่ต่ำกว่า 85 เปอร์เซ็นต์ (ซึ่งเป็นมาตรฐานความบริสุทธิ์สูงสุดของโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์เกรดพาณิชย์และเกรดวิเคราะห์ทั่วไป เนื่องจากตัวสารมีน้ำผลึกจับตัวตามธรรมชาติ) ผลิตและควบคุมมาตรฐานการขึ้นรูปเม็ดอย่างเข้มงวดภายใต้ข้อกำหนดสากลของ QReC มีการควบคุมปริมาณโพแทสเซียมคาร์บอเนตให้อยู่ในระดับต่ำไม่เกิน 1 ถึง 2 เปอร์เซ็นต์ ควบคุมปริมาณคลอไรด์ ซัลเฟต ฟอสเฟต ไนโตรเจนรวม ซิลิเกต โลหะอัลคาไลดิน (แคลเซียมและแมกนีเซียม) และโลหะหนัก (เช่น เหล็ก ตะกั่ว นิกเกิล ทองแดง สารหนู) ให้อยู่ในเกณฑ์ต่ำมากระดับส่วนในล้านส่วน (ppm) เม็ดสารแห้ง แกร่ง สม่ำเสมอ ละลายน้ำได้ใสกระจ่างสมบูรณ์โดยไม่มีตะกอน บรรจุในขวดพลาสติกพอลิเอทิลีนหนาพิเศษพร้อมฝาปิดผนึกแน่นสนิทสองชั้นเพื่อป้องกันความชื้นและก๊าซในอากาศ
  • คุณลักษณะทางกายภาพ: ของแข็งชนิดเม็ดกลมแบนหรือรูปไข่ขนาดเล็ก สีขาวทึบแสง ไม่มีกลิ่น มีคุณสมบัติดูดความชื้นและดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากอากาศได้อย่างรวดเร็วมากจนผิวเม็ดเริ่มเยิ้มเหลว (Deliquescent) ไม่ติดไฟด้วยตัวเอง สารละลายในน้ำมีสภาพเป็นด่างแก่จัด มีสัมผัสลื่นมือคล้ายสบู่ และมีฤทธิ์กัดกร่อนผิวหนัง เนื้อเยื่อ และโลหะอย่างรุนแรงยิ่งยวด
  • การละลาย: ละลายในน้ำได้ดีเยี่ยมมาก (ประมาณ 110 กรัม ต่อน้ำ 100 มิลลิลิตร ที่อุณหภูมิห้อง โดย การละลายน้ำจะเป็นปฏิกิริยาคายความร้อนสูงมากอย่างรวดเร็ว ทำให้อุณหภูมิของสารละลายพุ่งสูงขึ้นจนเกือบเดือด) ละลายได้ดีมากในเอทานอล เมทานอล และกลีเซอรอล แต่แทบไม่ละลายในอีเทอร์
  • การใช้งานในแล็บ: * ใช้ในการเตรียมสารละลายด่างโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ในแอลกอฮอล์ (Alcoholic potassium hydroxide solution) ซึ่งเป็นรีเอเจนต์มาตรฐานในการวิเคราะห์ค่าสะปอนนิฟิเคชัน (Saponification value) และค่าความเป็นกรด (Acid value) ของไขมันและน้ำมันในห้องปฏิบัติการอาหารและปิโตรเคมี
    • ใช้ในการเตรียมสารละลายสำหรับตรวจวินิจฉัยเชื้อราทางคลินิกและจุลชีววิทยา (KOH preparation / KOH mount) เพื่อละลายเซลล์เคราตินของผิวหนัง เส้นผม หรือเล็บ ทำให้สามารถมองเห็นเส้นใยราและสปอร์ภายใต้กล้องจุลทรรศน์ได้อย่างชัดเจน
    • ใช้เป็นสารละลายมาตรฐานในการไทเทรตวัดปริมาณกรด-ด่าง (Acid-base volumetric titration) และการปรับค่าความเป็นกรด-ด่างในระบบที่ไม่ต้องการไอออนของโซเดียม
    • ใช้เป็นสารดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon dioxide scrubber) ในระบบปิด งานวิเคราะห์ก๊าซ และงานวิจัยชีวภา
    • ใช้เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาด่างในการสังเคราะห์เคมีอินทรีย์ โดยเฉพาะปฏิกิริยาการขจัดหมู่ไฮโดรฮาโลเจน (Dehydrohalogenation) เพื่อเตรียมอัลไคน์หรืออัลคีน
    • ใช้เป็นสารอิเล็กโทรไลต์ในแบตเตอรี่อัลคาไลน์และเซลล์ไฟฟ้าเคมี

ความปลอดภัยและอันตราย (ระดับวิกฤตและข้อควรระวังสำคัญ)

  • ระดับอันตราย: เป็นสารกัดกร่อนผิวหนังและดวงตาอย่างรุนแรงยิ่งยวด (Causes severe skin burns and eye damage) ก่อให้เกิดการทำลายดวงตาอย่างถาวร กัดกร่อนโลหะอย่างรวดเร็ว (May be corrosive to metals) และ เป็นอันตรายถึงชีวิตหากกลืนกิน (Harmful/Toxic if swallowed)
  • ผลกระทบต่อสุขภาพ: ความเป็นด่างจัดจะทำลายเนื้อเยื่อแบบละลายโปรตีนและไขมัน (Liquefactive necrosis) ทำให้สารสามารถซึมลึกเข้าสู่ชั้นเนื้อเยื่อได้อย่างรวดเร็วและรุนแรงกว่ากรด หากฝุ่นสารหรือสารละลายกระเด็นเข้าตาจะกัดทำลายเนื้อเยื่อกระจกตาทันที ทำให้เกิดแผลไหม้รุนแรง ตาขุ่นขาว เนื้อเยื่อตาตาย และตาบอดถาวร การสัมผัสผิวหนังโดยตรงจะทำให้เกิดแผลไหม้จากสารเคมีระดับลึก ผิวหนังเปื่อยยุ่ย พุพอง และเจ็บปวดสาหัส การสูดดมฝุ่นละอองหรือละอองสารจะกัดทำลายเยื่อบุทางเดินหายใจอย่างรุนแรง แสบจมูก ไอ เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก หลอดลมหดเกร็ง และอาจเกิดภาวะปอดบวมน้ำ หากกลืนกินจะกัดทำลายริมฝีปาก ช่องปาก หลอดอาหาร และกระเพาะอาหารอย่างรุนแรง ทำให้ปวดท้องเฉียบพลัน เลือดออกภายใน ทางเดินอาหารทะลุ เกิดภาวะช็อก และเสียชีวิตได้
  • การปฐมพยาบาล: หากสารเข้าตาหรือสัมผัสผิวหนัง ให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากไหลผ่านทันทีอย่างน้อย 15 ถึง 20 นาที พร้อมถอดเสื้อผ้าที่เปื้อนสารออกทันที หากสูดดมฝุ่นสารให้รีบย้ายผู้ป่วยไปที่พื้นที่อากาศบริสุทธิ์ทันที หากกลืนกินเข้าไป ห้ามทำให้อาเจียนเด็ดขาด และห้ามดื่มกรดเพื่อสะเทิน ให้บ้วนปากด้วยน้ำสะอาด ดื่มน้ำตามปริมาณพอสมควร และรีบนำส่งแพทย์ฉุกเฉินโดยด่วนที่สุด

การเก็บรักษาและข้อควรระวัง

  • การเก็บรักษา: เป็นสารที่ดูดความชื้นและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างรวดเร็วมาก (Extremely Deliquescent & Aggressive Alkali) หากเปิดฝาทิ้งไว้ สารจะดูดความชื้นจนละลายเยิ้มและเปลี่ยนสภาพเป็นโพแทสเซียมคาร์บอเนต ทำให้ความบริสุทธิ์ลดลงอย่างรวดเร็ว ต้องเก็บในภาชนะพลาสติกเดิมของ QReC ปิดฝาให้สนิทแน่นหนาทันทีหลังใช้งาน เก็บในตู้เก็บสารเคมีทนสารกัดกร่อนในห้องที่แห้งสนิท เย็น และมีการระบายอากาศที่ดี (อุณหภูมิห้องปกติไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส) อยู่ห่างจากความชื้น น้ำ กรดแก่ทุกชนิด สารออกซิไดซ์รุนแรง และโลหะที่ว่องไว เช่น อะลูมิเนียม สังกะสี ดีบุก และตะกั่ว (การสัมผัสกับโลหะเหล่านี้จะกัดกร่อนโลหะและปลดปล่อยก๊าซไฮโดรเจนที่ไวไฟสูงมากออกมาทันที)
  • ข้อควรปฏิบัติ: สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ครบชุด ได้แก่ ถุงมือยางหนาทนด่างกัดกร่อน แว่นตานิรภัยแบบครอบมิดหรือกระบังหน้าป้องกันสารเคมี และเสื้อกาวน์ “ข้อควรระวังสูงสุดในการละลายสาร: ต้องค่อยๆ เติมเม็ดโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ลงในน้ำทีละน้อย พร้อมทั้งคนอย่างต่อเนื่อง ห้ามเทน้ำลงบนเม็ดสารเคมีเด็ดขาด เพราะจะเกิดความร้อนสูงสะสมจนน้ำเดือดพุ่งและสารละลายด่างกระเด็นใส่ผู้ปฏิบัติงาน”
Scroll to Top