ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 30 เปอร์เซ็นต์ หรือ ไฮโดรเจนไดออกไซด์
ข้อมูลทั่วไปและคุณภาพ
- ชื่อผลิตภัณฑ์: ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 30 เปอร์เซ็นต์ (Hydrogen peroxide 30%) หรือ ไฮโดรเจนไดออกไซด์
- แบรนด์/ยี่ห้อ: QReC (รหัสสินค้า: QR-H8087-1-2500)
- เกรด: เกรดวิเคราะห์ (AR Grade / Analytical Reagent Grade) ความเข้มข้นมาตรฐานไม่ต่ำกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ (น้ำหนักต่อน้ำหนัก) ผลิตและควบคุมมาตรฐานความบริสุทธิ์อย่างเข้มงวดภายใต้ข้อกำหนดสากลของ QReC มีการควบคุมปริมาณกรดอิสระ สารตกค้างหลังการระเหย คลอไรด์ ซัลเฟต ฟอสเฟต และโลหะหนัก (โดยเฉพาะเหล็ก ทองแดง ตะกั่ว และนิกเกิล) ให้อยู่ในระดับต่ำมากระดับส่วนในล้านส่วน (ppm) เพื่อลดอัตราการเร่งการสลายตัวของสาร บรรจุในขวดพลาสติกทึบแสงชนิดหนาพิเศษทนสารกัดกร่อน พร้อมฝาระบายแรงดัน (Vented cap) เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการจัดเก็บ
- คุณลักษณะทางกายภาพ: ของเหลวใสไม่มีสี มีความหนืดมากกว่าน้ำเล็กน้อย มีกลิ่นฉุนเฉพาะตัวจางๆ ไม่ติดไฟด้วยตัวเอง แต่เป็นสารออกซิไดซ์ที่ช่วยเร่งการลุกไหม้ของสารติดไฟได้อย่างรุนแรง
- การละลาย: สามารถผสมเข้าเป็นเนื้อเดียวกับน้ำในทุกสัดส่วน และละลายได้ในตัวทำละลายอินทรีย์ที่มีขั้วบางชนิด เช่น แอลกอฮอล์และอีเทอร์ (แต่ต้องระมัดระวังการเกิดปฏิกิริยา)
- การใช้งานในแล็บ: * ใช้เป็นสารออกซิไดซ์แรงสูงในการย่อยสลายสารอินทรีย์ (Wet digestion) ร่วมกับกรดแก่ เช่น กรดไนตริกหรือกรดซัลฟิวริก เพื่อเตรียมตัวอย่างทดสอบก่อนนำไปวิเคราะห์หาปริมาณโลหะหนักด้วยเครื่องมือขั้นสูง
- ใช้ในการสังเคราะห์ทางเคมีอินทรีย์และอนินทรีย์สำหรับปฏิกิริยาออกซิเดชันจำเพาะ (Oxidation reactions)
- ใช้เป็นสารฟอกสีและขจัดสารอินทรีย์ตกค้างในห้องปฏิบัติการวิจัยเยื่อกระดาษ สิ่งทอ และชีวเคม
- ใช้ในการเตรียมสารละลายสำหรับทดสอบปฏิกิริยาของเอนไซม์คาตาเลส (Catalase test) ในห้องปฏิบัติการจุลชีววิทยา
- ใช้ในการบำบัดสารปนเปื้อนอินทรีย์และกำจัดสารพิษตกค้างในน้ำเสียระดับห้องปฏิบัติการ (Fenton reaction)
ความปลอดภัยและอันตราย (ระดับวิกฤตและข้อควรระวังสำคัญ)
- ระดับอันตราย: เป็นสารออกซิไดซ์รุนแรง (Oxidizing liquid) และเป็นสารกัดกร่อนผิวหนังและเนื้อเยื่ออย่างรุนแรง (Causes severe skin burns and eye damage) มีพิษหากกลืนกินหรือสูดดม และเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำ
- ผลกระทบต่อสุขภาพ: หากของเหลวกระเด็นเข้าตาจะกัดทำลายเนื้อเยื่อดวงตาและกระจกตาอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดอาการปวดแสบรุนแรง และอาจทำให้ตาบอดถาวร การสัมผัสผิวหนังโดยตรงจะทำให้เกิดรอยไหม้จากสารเคมีอย่างรุนแรง ผิวหนังจะเปลี่ยนเป็น “สีขาวซีดทันที” (Skin bleaching) พร้อมอาการแสบร้อนจัด การสูดดมไอระเหยหรือละอองเคมีจะกัดกร่อนทางเดินหายใจ ทำให้แสบจมูก แสบคอ ไอ เจ็บหน้าอก และอาจเกิดภาวะน้ำคั่งในปอด หากกลืนกินจะกัดทำลายเยื่อบุทางเดินอาหาร ปาก คอ และกระเพาะอาหารอย่างรุนแรง และอาจเกิดก๊าซออกซิเจนขยายตัวอย่างรวดเร็วจนกระเพาะอาหารฉีกขาด
- การปฐมพยาบาล: หากสารเข้าตาหรือสัมผัสผิวหนัง ให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดปริมาณมากไหลผ่านทันทีอย่างน้อย 15 นาที พร้อมถอดเสื้อผ้าที่เปื้อนสารออกทันที หากสูดดมให้ย้ายไปพื้นที่อากาศบริสุทธิ์ หากกลืนกินเข้าไป ห้ามทำให้อาเจียนเด็ดขาด ให้บ้วนปาก ดื่มน้ำสะอาดตาม และรีบนำส่งแพทย์โดยด่วนที่สุด
การเก็บรักษาและข้อควรระวัง
- การเก็บรักษา: เป็นสารไวต่อความร้อน แสงแดด และสิ่งปนเปื้อน (Heat, Light & Contamination Sensitive) สารสามารถสลายตัวอย่างรวดเร็วและปลดปล่อยก๊าซออกซิเจนออกมา ซึ่งจะสร้างแรงดันมหาศาลภายในภาชนะ ต้องเก็บในภาชนะบรรจุเดิมของ QReC ที่มีฝาระบายแรงดันเท่านั้น ปิดฝาให้แน่นในระดับที่ระบบระบายทำงานได้ เก็บในตู้เก็บสารเคมีที่แห้ง เย็น จัดตั้งในที่มืด และมีการระบายอากาศที่ดีเยี่ยม (อุณหภูมิควบคุมไม่เกิน 25 องศาเซลเซียส) อยู่ห่างจากสารติดไฟ สารอินทรีย์ ผงโลหะ ด่างแก่ กรดแก่ สารรีดิวซ์ และฝุ่นละอองเด็ดขาด (สิ่งเจือปนเพียงเล็กน้อยสามารถเร่งปฏิกิริยาสลายตัวจนภาชนะระเบิดได้)
- ข้อควรปฏิบัติ: ต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ครบชุด ได้แก่ ถุงมือทนสารเคมีชนิดหนา แว่นตานิรภัยแบบครอบมิดหรือกระบังหน้าป้องกันสารเคมี และเสื้อกาวน์ ห้ามเทสารละลายที่แบ่งออกมาแล้วกลับคืนลงขวดสต็อกเด็ดขาด เพื่อป้องกันการปนเปื้อนที่อาจทำให้สารสลายตัวระเบิดในขวด









